สักการะ8พระธาตุ7วันเกิด


   

(ระฆังขนาดใหญ่ วัดพระธาตุพนม)

 

    ปีนี้ใครดวงชง อยากหาที่พึ่งทางใจ หรืออยากไหว้พระเสริมสิริมงคลและพักกายพักใจไปพร้อมๆ กัน "นครพนม" เป็นจังหวัดหนึ่งที่เป็นตัวเลือกที่ดี ด้วยอาณาเขตที่ติดกับแม่น้ำโขง มีอารยธรรมและประเพณีที่งดงาม บรรยากาศสงบ ร่มรื่น ที่สำคัญยังเป็นดินแดนแห่งพระธาตุที่ประดิษฐานพระธาตุพนมอันศักดิ์สิทธิ์ พระธาตุเก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง เป็นที่เคารพสักการะจากผู้คนทั่วทุกสารทิศ
    นอกจากพระธาตุพนมแล้ว ยังรายล้อมไว้ด้วยพระธาตุอื่นๆ ที่ตั้งอยู่ตามอำเภอต่างๆ ในจังหวัดใกล้เคียงอีกด้วย จึงทำให้จังหวัดนครพนมมีพระธาตุประจำวันเกิดครบทั้ง 7 วัน และในปีนี้บริษัท แลคตาซอย จำกัด ก็ได้จัดกิจกรรม LACTASOY Charity 2018 อิ่มบุญ...ดนโดน ณ สกลนคร-นครพนม อิ่มบุญ ถิ่นอีสาน ไหว้พระ กราบสักการะพระธาตุประจำวันเกิด 2 วันแบบอิ่มบุญกันถ้วนหน้า

(พระธาตุเชิงชุม จังหวัดสกลนคร พระธาตุประจำวันเกิดคนเกิดวันพฤหัสบดี)

 

    จุดสตาร์ท พวกเราลงจากเครื่องที่จังหวัดสกลนคร พอออกจากสนามบิน รถตู้ก็บึ่งไปยังวัดพระธาตุเชิงชุม จังหวัดสกลนคร ที่ประดิษฐานหลวงพ่อองค์แสน อีกทั้งยังเป็นพระธาตุที่สร้างครอบรอยพระบาทแห่งพระพุทธเจ้าถึง 4 พระองค์ เพื่อร่วมทำพิธีบวงสรวงใหญ่พระธาตุ หลังเสร็จพิธีพวกเราทานข้าวกันที่โรงแรมเอ็มเจ อิ่มบุญอิ่มท้องก็พร้อมเดินทางมุ่งหน้าเข้าสู่นครพนม

(วัดพระธาตุประสิทธิ์ประจำวันพฤหัสบดี)


    จากสกลนครใช้เวลาไม่นานนักก็ถึงนครพนม จุดแรกของการเริ่มต้นเดินทางกราบไหว้สักการะพระธาตุประจำวันเกิดทั้ง 7 วัน 8 พระธาตุ ก็คือ วัดพระธาตุประสิทธิ์ อ.นาหว้า ที่ประดิษฐานพระธาตุของผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี ซึ่งได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ จึงมีลักษณะคล้ายกับพระธาตุพนม อีกทั้ง ยังเป็นพระธาตุองค์เดียวในประเทศที่มีการบรรจุสิ่งสำคัญอย่างโบราณวัตถุที่เก่าแก่ เป็นปูชนียวัตถุ นอกจากนี้ในบริเวณวัดยังมีศาลาโรงธรรม ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จฯ พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ถวายผ้าพระกฐินต้น (กฐินส่วนพระองค์) ให้ได้เข้าชมอีกด้วย

(พระธาตุมหาชัย ประจำวันเกิดวันพุธกลางวัน)


    เราเดินทางต่อที่วัดพระธาตุมหาชัย พระธาตุสำหรับผู้ที่เกิดวันพุธกลางวัน ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุภายในพระอุโบสถ นอกจากได้สักการะพระธาตุภายในวัดยังมีพระพุทธรูปปางห้ามญาติสลักจากไม้ต้นสะเดาหวานที่มีอายุกว่า 100 ปี และเป็นต้นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอีกด้วย

(พิพิธภัณฑ์พระสุนทรธรรมากร)

 

    พระธนเดช จิระธัมโม เล่าให้ฟังว่า พิพิธภัณฑ์พระสุนทรธรรมากร หลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ อดีตเจ้าอาวาสผู้ก่อตั้งวัดแห่งนี้ มีความเชื่อกันว่าสามารถสื่อสารกับพญานาคได้ จึงได้สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึง ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับวังนาคิน ทำมาจากหินศิลาแลง ภายในมีประติมากรรมชีวประวัติของหลวงปู่ที่เป็นฝีมือของชาวบ้านเอง นับว่ามีความสวยงามไม่แพ้ช่างฝีมือเลย

(พระธาตุนคร พระธาตุประจำผู้ที่เกิดวันเสาร์)


    และส่งท้ายวันแรกที่วัดพระธาตุนคร พระธาตุประจำวันผู้ที่เกิดวันเสาร์ ในเวลาใกล้เย็นอากาศเริ่มหนาว ยิ่งพื้นที่วัดติดกับแม่น้ำโขง สายลมที่พัดผ่านมายิ่งทำให้รู้สึกเย็น พวกเราจึงรีบจัดแจงหาเสื้อใส่กันหนาว ก่อนเดินเข้าสักการะพระธาตุที่มีความงดงาม ลวดลายที่ประดับอยู่บนพระธาตุสะท้อนรับกับแสงยามเย็น ยิ่งเพิ่มความศรัทธาให้กับผู้ที่มากราบไหว้ และยังได้เดินเล่นริมน้ำโขงกอบโกยบรรยากาศเย็นๆ ก่อนกลับกรุงเทพฯ

(พระธาตุท่าอุเทน พระธาตุประจำวันเกิดวันศุกร์)


    ในวันที่สองออกเดินทางกันแต่เช้า เพื่อไปยังวัดพระธาตุท่าอุเทน พระธาตุประจำวันผู้ที่เกิดวันศุกร์ ที่ได้จำลองแบบมาจากพระธาตุพนม พระธาตุแห่งนี้เป็นพระธาติของพระอรหันต์ที่บรรจุอยู่ภายใน  อัญเชิญมาจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา บนกำแพงรอบพระธาตุ พระอาจารย์ยังได้ปั้นประติมากรรมคำพังเพยพื้นบ้าน เรื่องราวของนรกและสวรรค์ให้ดูและคิดตาม ใกล้ๆ กันเป็นหลวงพ่อทันใจ ให้สักการะขอพรอีกด้วย เสร็จแล้วหันหลังเดินออกไปรับลมเย็นๆ ชมวิวแม่น้ำโขง พร้อมกับยังเห็นประเทศลาว เพื่อนบ้านของเราด้วย

(พระธาตุมรุกขนคร พระธาตุประจำวันผู้ที่เกิดวันพุธกลางคืน)


    แล้วก็มาถึงวัดพระธาตุมรุกขนคร พระธาตุประจำผู้ที่เกิดวันพุธกลางคืน สร้างขึ้นเมื่อปี 2536 ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงครองราชย์ครบ 50 ปี ภายในวัดยังมีก้อนหินแกะสลักพระบรมรูปในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงรับดอกไม้จากยายตุ้ม จันทนิตย์ หญิงชราที่ไปรอเฝ้าฯ รับเสด็จเมื่อปี 2498 ใครที่ผ่านเข้ามาสักการะต่างก็ต้องหยุดดูหินสลักก้อนนี้จนต้องเผลอยิ้มออกมา

(พระธาตุพนม พระธาตุประจำวันเกิดผู้ที่เกิดวันอาทิตย์)


    พักกินข้าวเรียกพลังกันสักนิดก็ออกเดินทางต่อไปยังพระธาตุพนม พระธาตุประจำวันของผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ รอบนอกพระธาตุมีระฆังขนาดใหญ่ให้เคารพกราบไหว้ขอพร ตามประวัติพระธาตุพนมก่อสร้างด้วยดินดิบ ฐานขององค์พระธาตุได้ขุดลงไปจนเป็นอุโมงค์ เพื่อบรรจุอุรังธาตุ (กระดูกส่วนหน้าอก) ของพระพุทธเจ้า ตามตำนานยังได้กล่าวไว้ว่าผู้สร้างคือ พระมหากัสสปะ พระอรหันต์ 500 องค์ และท้าวพระยาเมืองต่างๆ รูปแบบขององค์พระธาตุเป็นสถาปัตยกรรมแบบปราสาทของขอม วันอาทิตย์จึงมีคนหนาแน่นเป็นพิเศษเพราะเป็นวันครอบครัว หลายครอบครัวทั้งในพื้นที่และต่างจังหวัดต่างพากันมาสักการะองค์พระธาตุ

(พระธาตุเรณู ประจำวันเกิดวันจันทร์)


    หลังจากสักการะพระธาตุพนมแล้ว พวกเราเดินทางต่อเพื่อไปสักการะวัดพระธาตุเรณู พระธาตุประจำวันจันทร์ ซึ่งมีสีชมพูงดงาม เป็นที่ประดิษฐานพระองค์แสน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปทองคำศิลปะแบบลาว ภายในเป็นโพรงบรรจุพระไตรปิฎก พระพุทธรูปทองคำ พระพุทธรูปเงิน ของมีค่า และเครื่องกกุธภัณฑ์ของพระยาและเจ้าเมือง หากใครมาช่วงสงกรานต์ชาวบ้านยังบอกด้วยว่าจะได้ดูการฟ้อนรำภูไท แห่องค์แสน และประเพณีดั้งเดิมอีกมากมาย

(พระธาตุศรีคุณ ประจำวันเกิดวันอังคาร)


    วัดพระธาตุศรีคุณ พระธาตุประจำวันอังคาร พระธาตุองค์สุดท้ายที่พวกเราได้เดินทางมาสักการะ สร้างแบบเรียบง่าย ภายในประดิษฐานพระอรหันตธาตุของพระโมคคัลลานะ พระสารีบุตร พระอัครสาวกซ้ายขวาของพระพุทธเจ้า และพระสังกัจจายนะ เรียกได้ว่ามาที่เดียวได้สักการะครบเลยทีเดียว
    ก่อนเดินทางกลับพวกเราได้มีโอกาสไปสักการะรูปปั้น หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต วัดป่าสุทธาวาส นับว่าเป็นการเดินทางที่ได้ใช้ทุกชั่วโมงอย่างคุ้มค่าตลอดระยะเวลา 2 วัน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใครที่อยากจะกราบไหว้พระธาตุประจำวันเกิดที่สามารถพามาได้ทั้งครอบครัว ไม่เสียเที่ยวแน่นอน.


เที่ยวนี้ ท่าจะ "เป็นจริง"เรื่อง "เลือกตั้งต้นปี ๖๒" นั่นแหละ!เพราะก่อนบินไปอังกฤษ-ฝรั่งเศส "นายกฯ" ย้ำชนิดนักข่าวไม่ต้องแซะ ว่าต้นปี ๖๒ เลือกตั้ง

'ใครหัวหน้า' สำคัญกว่าถูกดูด    
แอมเนสตี้ที่ 'สังคมไม่ต้องการ'
อีกก้าวของ 'นายกฯ เผด็จการ'
คสช.คือกบฏแผ่นดิน?
ยุทธศาสตร์ชาติกับทิศทางโจร
วาทกรรม"ขายชาติ"สกัดสร้างชาติ