'ณัฏฐพล'ปัดรวบงานแค่ดูหมด


   


    เริ่มแจกเอกสารนโยบายรัฐบาลให้ ครม.  นโยบายหลัก 12 ด้าน ปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ สร้างความมั่นคง ปราบโกง ฯลฯ กับเร่งด่วน 12 ด้าน สนับสนุนให้มีการศึกษาการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและดำเนินเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 
    มีความเคลื่อนไหวของรัฐบาลก่อนการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  ได้ใช้เวลาต่อเนื่องเพื่อเตรียมความพร้อม ทั้งนี้ สำหรับนโยบายรัฐบาลฉบับสมบูรณ์ อยู่ระหว่างการจัดพิมพ์โดยสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ในส่วนของรัฐมนตรี จะได้รับในช่วงบ่ายวันที่ 21 กรกฎาคม เพื่อศึกษาและเตรียมความพร้อมข้อมูลในวันแถลงนโยบาย จากนั้นจะแจกให้กับ ส.ส.
    นโยบายรัฐบาล แบ่งเป็นนโยบายเร่งด่วน 12 ด้าน และนโยบายหลัก 12 ด้าน โดยเบื้องต้น 12 นโยบายหลัก 1.ปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ 2.สร้างความมั่นคงและปลอดภัยของประเทศ และความสงบสุขของประเทศ 3.ทำนุบำรุงศาสนาและวัฒนธรรม 4.การสร้างบทบาทของไทยในเวทีโลก 5.การพัฒนาเศรษฐกิจ และความสามารถในการแข่งขันของไทย 
    6.การพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจและการกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค 7.การพัฒนาสร้างความเข้มแข็งจากฐากราก 8.ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพของไทยทุกช่วงวัย 9.สาธารณสุข ความเสมอภาคและสวัสดิการที่เหมาะสมกับกลุ่มประชาชน 10.การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและการรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างการเติมโตอย่างยั่งยืน 11.การปฏิรูปการบริหารจัดการภาครัฐ 12.การป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ และกระบวนการยุติธรรม 
    ส่วนนโยบายเร่งด่วน 12 ด้าน วางไว้ 1.แก้ไขปัญหาการดำรงชีวิตของประชาชน 2.ปรับปรุงระบบสวัสดิการและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน 3.มาตรการเศรษฐกิจเพื่อรองรับการผันผวนของเศรษฐกิจโลก 4.การให้ความช่วยเหลือเกษตรกร 5.พัฒนานวัตกรรมการยกระดับศักยภาพของแรงงาน  6.การวางรากฐานระบบเศรษฐกิจของประเทศสู่อนาคต 
    7.การเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21 8.แก้ไขปัญหาทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายข้าราชการประจำ 9.แก้ไขปัญหายาเสพติดและความสงบสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 10.พัฒนาระบบการให้บริการประชาชน 11.สนับสนุนให้มีการศึกษาการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและดำเนินเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ และ 12.การแก้ไขปัญหาภัยแล้ง โดยนโยบายแก้ปัญหาภัยแล้งเป็นโยบายที่เพิ่มขึ้นมาในวันประชุมครม.เมื่อวันที่ 16 ก.ค.
แจงปรับโครงสร้างภาษี
    นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงว่า นโยบายด้านภาษีของพลังประชารัฐที่หาเสียงไว้ ไม่ได้หมายถึงการลดภาษีเป็นตัวเงินตรงๆ แต่หมายถึงการทบทวนโครงสร้างภาษี เพราะว่ามีความเหลื่อมล้ำสูงอยู่ เช่น ภาษีเงินได้นิติบุคคล กับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ที่มีอัตราจัดเก็บห่างกันพอสมควร คือ 35% กับ 25% จึงควรปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม ซึ่งต้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาพิจารณาในรายละเอียดร่วมกัน
    "ผมขอย้ำว่า การปรับโครงสร้างภาษี จะได้รับการพิจารณาอย่างแน่นอน และโดยส่วนตัวก็ให้ความสำคัญกับการลดความเหลื่อมล้ำ อัตราที่ห่างกันระหว่างภาษีบุคคลธรรมดา กับนิติบุคคล ควรลดลง แต่การดำเนินการทั้งหมดทั้งมวล จะอยู่ภายใต้กรอบแนวคิดการบริหารการเงินการคลังอย่างมีวินัย และเน้นประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ประชาชนและประเทศชาติได้ประโยชน์อย่างยั่งยืนครับ" นายอุตตมระบุ
    นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุม​ระดมความคิดเห็นเพื่อขับเคลื่อนแนวทางการปฏิบัติงานเมื่อวันที่ 20 ก.ค.2562 ร่วมกับข้าราชการระดับสูง พร้อมกับนายกุลิศ สมบัติศิริ และผู้บริหารบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ว่าการประชุมครั้งนี้เพื่อร่วมระดมความคิดเห็นเพื่อใช้เป็นแนวทางกำหนดทิศทางและนโยบายของกระทรวงพลังงาน ทั้งด้านไฟฟ้า ก๊าซธรรมชาติ น้ำมันเชื้อเพลิง พลังงานทดแทน และอนุรักษ์พลังงาน โดยได้หารือถึงนโยบายสำคัญที่จะต้องเร่งผลักดัน 
    โดยวันที่ 22 ก.ค.นี้ จะมีประชุมร่วมกับปลัดกระทรวงพลังงานอีกครั้ง เพื่อกำหนดนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงพลังงาน ที่จะดำเนินการภายใน 3 เดือนแรกให้เห็นผลเป็นรูปธรรม โดยจะเข้าไปพิจารณารายละเอียด แก้ไขหลักเกณฑ์ที่เป็นอุปสรรค เพื่อให้การช่วยเหลือตรงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด 
    "ความช่วยเหลือผ่านกลไกพลังงาน อาทิ การดูแลผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในส่วนของพลังงานที่ปัจจุบันรัฐอุดหนุนค่าไฟฟ้า ส่วนลดก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ก็จะมีการทบทวน ขณะที่การปรับขึ้นราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี)ตามนโยบายเดิมก็จะพิจารณาอีกครั้ง" นายสนธิรัตน์ กล่าว
    นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ มีนโยบายที่เป็นภาวะเร่งด่วน เช่น เรื่องการพัฒนาบุคลากร หรือเยาวชน เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21 ซึ่งในรายละเอียดก็จะเป็นเรื่องการพัฒนาคนด้วยระบบเทคโนโลยีต่างๆ รวมถึงการยกระดับกระบวนการเรียนการสอนที่ทันสมัยให้เข้ามาช่วย สร้างเยาวชนให้แข็งเกร่งและสามารถพัฒนาตัวเองต่อสู้กับโลกที่มีการแข่งขันสูงได้ ส่วนกรณีที่มีชื่อว่าจะถูกอภิปรายนโยบายรัฐบาลนั้น ตนไม่รู้สึกเป็นกังวล เพราะเรื่องการทำงานในส่วนของนโยบายของ ศธ.ก็มีข้อมูลพร้อมอยู่แล้ว ส่วนการอภิปรายเรื่องส่วนตัวนั้นก็คงต้องดูกันต่อไป 
ดูเหมือนจะรวบงาน
    เขาบอกว่า กรณีที่ ศธ.ถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่อง การแบ่งงานว่ามีการรวบอำนาจมาไว้ที่ รมว.ศธ.นั้น ยอมรับว่าเบื้องต้นอาจจะดูเหมือนเป็นการรวบมาไว้ที่ตน แต่จริงๆ แล้วได้มีการพูดคุยกันระหว่างรัฐมนตรีทั้ง 3 คนมาก่อน โดยเบื้องต้นตนขอดูนโยบายในภาพรวม ไม่ว่าจะเป็นของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เพื่อจะได้รับทราบปัญหาที่แท้จริงและต่อยอดในการขับเคลื่อนสิ่งที่มีอยู่ 
    ขณะเดียวกัน ถึงแม้อำนาจจะมาอยู่ที่ตน แต่การทำงานก็แบ่งตามความถนัดของรัฐมนตรีช่วยทั้ง 2 คน โดยคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ถนัดเรื่องวิทยาศาสตร์และการพัฒนาการอาชีวศึกษาที่เกี่ยวกับเรื่องของน้ำและป่า ก็รับที่จะช่วยดูแลให้ ขณะที่นางกนกวรรณ วิลาวัณย์ ก็รับเรื่องพื้นที่โซนภาคตะวันออกและพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกไปดูแล เพราะฉะนั้นเป็นการพูดคุยกันซึ่งก็เข้าใจกันดี
    “อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้หากผมได้รับทราบข้อมูลพื้นฐานและความต้องการของแต่ละพื้นที่อย่างเข้าใจดีแล้ว โดยเฉพาะในส่วนของ สพฐ. ก็คงจะมีการแบ่งโซนร่วมกันบริหารจัดการ ดังนั้นไม่ต้องกังวลว่าจะมาอยู่กับผมตลอดไป ประมาณ 6 เดือนคงจะมาพิจารณากันใหม่ โดยอาจจะมีการแบ่งงานกันใหม่อีกครั้ง” รมว.ศธ.กล่าว
    ที่ห้องประชุมน้อมเกล้า ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดยะลา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยนายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมคณะผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นายสรรเสริญ สมะลาภา นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรค นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ เป็นต้น พร้อมด้วยคณะ ส.ส.และคณะอดีต ส.ส.จังหวัดชายแดนภาคใต้ของพรรค ร่วมประชุมหารือแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้  
    นายจุรินทร์เป็นประธานในที่ประชุม โดยกล่าวเปิดการประชุมว่า วันนี้คณะมีความตั้งใจมารับฟังปัญหาเพื่อหาแนวทางแก้ไขและสนับสนุนต่อไป ทั้งมิติความมั่นคงและมิติการพัฒนา แต่สิ่งที่เป็นวาระเร่งด่วนที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันและช่วยกันแก้ปัญหา คือ ปัญหาเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งขณะนี้กระจายรุมเร้าอยู่ทั่วประเทศ จึงเป็นวาระเร่งด่วนที่ต้องเร่งหาแนวทางแก้ปัญหาโดยเร็ว ทั้งราคาพืชผลการเกษตร การประมง ภาคอุตสาหกรรมผลิตสินค้าและบริการ พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีสินค้าฮาลาล ซึ่งถือเป็นอัตลักษณ์ที่มีความโดดเด่น ต้องได้รับการส่งเสริม สนับสนุน หากเราเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง
โต้แบ่งงานผิดฝาผิดตัว
    ทั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย คณะกรรมการร่วมภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) จังหวัด 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้, สมาคมท่องเที่ยวจังหวัดชายแดนภาคใต้, สมาคมเกษตร, สมาคมประมงพื้นบ้าน, สมาคมประมงน้ำลึก,  สมาคมโลจิสติกส์ภาคใต้ นายด่านทั้ง 9 แห่งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้, สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองภาค 6 รวมทั้งโครงสร้างระดับภาค ที่สำคัญประกอบด้วย กรอ.ภาค หอการค้าภาค อุตสาหกรรมภาค สมาคมธนาคารไทย สมาคมท่องเที่ยวภาค เป็นต้น
    ด้านนายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงกรณีกระแสข่าวการแบ่งงานในกระทรวงมหาดไทยที่ผิดฝาผิดตัว เนื่องจาก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คุมหน่วยงานที่ตัวเองมีผลประโยชน์ไว้เป็นหลักๆ เหมือนในยุค คสช.ว่า ตนไม่ทราบข่าวดังกล่าวออกมาจากไหน แต่เรื่องการแบ่งงานไม่มีอะไรเลย ไม่มีการไม่พอใจกันในลักษณะแบบนี้ และตอนแบ่งงาน พล.อ.อนุพงษ์พูดคุยกันก่อนแล้ว ทุกคนดูแลบูรณาการร่วมกัน แต่ที่ต้องแบ่งงานกัน เนื่องจากแต่ละคนจะต้องกำกับดูแลกรมต่างๆ เท่านั้น
    นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการแถลงนโยบายรัฐบาล
ว่า ทราบมาว่า ส.ส.บางรายอาจจะใช้โอกาสนี้ อภิปรายหรือพูดจากระทบกระเทียบตัวบุคคล โดยไม่สนใจว่าเนื้อหาสาระเป็นอย่างไร ขอแต่เพียงให้ได้เป็นที่สนใจของสื่อมวลชนเท่านั้น ดังนั้น ตนขอเรียกร้องนักการเมืองทุกคนให้อภิปรายเนื้อหาเพื่อนำพาประเทศเดินไปข้างหน้า ดีกว่าใส่ร้ายและเอามันทางการเมือง ซึ่งนอกจากจะไม่เกิดประโยชน์กับใครแล้ว ยังทำให้ประชาชนเอือมระอาด้วย ดังนั้น เวลานี้ควรให้ความสำคัญกับเรื่องของนโยบายเพื่อบริหารบ้านเมืองก่อน
      ที่ท่าอากาศยานเลย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัว พร้อมคณะ ตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลพระยุพราชด่านซ้าย และโรงพยาบาลเชียงคาน จ.เลย หารือแนวทางการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก พร้อมกับพบปะ อสม.และรับทราบปัญหาสาธารณสุขในพื้นที่
        ทั้งนี้ เวลา 13.50 น. ขบวนรถของนายอนุทินได้เดินทางกลับ เมื่อมาถึงที่กิโลเมตร 32 ถนนเลย-ภูเรือ บริเวณภูสวรรค์ช่วงขาลง รถตำรวจนำขบวนจาก สภ.เมืองเลยประสบเหตุลื่นขี้ยาง เนื่องจากมีฝนตกปรอยๆ โดยรถตำรวจได้หมุนและไปฟาดกับรถเก๋ง มีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 3 ราย
        จากนั้นนายอนุทินได้ลงจากรถในทันที เพื่อไปดูคนเจ็บและร่วมปฐมพยาบาลกับแพทย์และพยาบาล ในขบวน ก่อนนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลเลยต่อไป
ตอก"เหลิม"หน้าหงาย
    พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรคเพื่อไทย ระบุให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ทบทวนนโยบายเปิดกัญชาเสรีว่า ต้องขอขอบคุณ ร.ต.อ.เฉลิม ที่ได้ออกมาแสดงความห่วงใยต่อนโยบายกัญชาเสรี ซึ่งท่านถือเป็นผู้ใหญ่ทางการเมืองที่ตนเคารพคนหนึ่ง อย่างไรก็ตาม การที่จะพูดถึงนโยบายกัญชาเสรีที่ทำแบบสมบูรณ์ในตอนนี้ ยังถือว่าเร็วเกินไป เพราะนโยบายนี้มีขั้นตอนดำเนินการอยู่ ซึ่งนายอนุทินได้พูดชัดเจนถึงขั้นตอนการทำนโยบายนี้ ซึ่งนโยบายเปิดกัญชาเสรีและทุกนโยบายของพรรคภูมิใจไทย ผ่านการศึกษา เก็บข้อมูลอย่างรอบด้าน มีแนวทางปฏิบัติและแก้ปัญหาอย่างครบถ้วน สามารถดำเนินการได้จริง ผ่านการแก้ไขและออกกฎหมาย
    “พรรคภูมิใจไทยเรานำเสนอนโยบายนี้ตั้งแต่การเลือกตั้ง กระทั่งเราได้ ส.ส.เข้ามาถึง 51 คน แน่นอนว่าประชาชนจับตาดูเราอยู่กับการดำเนินนโยบายนี้ และจะเห็นได้ว่าท่านอนุทินเอาจริงกับเรื่องนี้ จนสามารถผลักดันให้กัญชาเสรีเป็นนโยบายของรัฐบาลได้ โดยต้องเริ่มจากทางการแพทย์ก่อน ที่ต้องผลักดันใช้รักษาผู้ป่วยได้หมด แล้วพัฒนาเป็นพืชเศรษฐกิจในอนาคต ได้ ทั้งช่วยคนป่วยและเพิ่มรายได้ให้ประชาชนไปพร้อมๆ กัน” โฆษกพรรคภูมิใจไทยกล่าว
    พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์กล่าวว่า ที่ ร.ต.อ.เฉลิมเป็นห่วงเรื่องการอนุญาตให้ปลูกกัญชาได้บ้านละ 6 ต้น จะควบคุมไม่ได้นั้น ตนขอชี้แจงว่าเรื่องนี้เราได้มีการศึกษาอย่างรอบคอบก่อนที่จะออกเป็นนโยบาย ซึ่งก่อนที่จะไปถึงขั้นตอนให้อนุญาตให้ประชาชนปลูกได้นั้น ระหว่างการดำเนินนโยบายนี้จะมีการให้ความรู้ความเข้าใจกับประชาชน หลักเกณฑ์การใช้ การปลูก อีกทั้งก่อนจะอนุญาตให้ประชาชนปลูกได้จริง จะต้องมีมาตรการควบคุมที่รอบคอบ ซึ่งการทำนโยบายนี้จะต้องทำควบคู่กันไปทั้งการเร่งทำเพื่อใช้ในการรักษา  พร้อมกับให้ความรู้ประชาชน เพื่อเตรียมพร้อมการยกระดับเป็นพืชเศรษฐกิจในอนาคต
    "ที่ท่านเฉลิมระบุมีข้อมูลว่ามีกลุ่มคนหรือนักการเมืองไปปลูกกัญชาไว้ที่ประเทศเพื่อนบ้านนั้น ผมเองไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน ท่านเฉลิมอาจจะเป็นนายตำรวจเก่าที่มีแหล่งข่าวได้ข้อมูลเชิงลึกนี้มา ผมถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ท่านได้ช่วยกันเป็นหูเป็นตา นำข้อมูลดีๆมาเปิดเผย ผมจะขอบคุณมากหากท่านจะได้ช่วยส่งข้อมูลอย่างละเอียดให้กับทางรัฐบาล เพื่อจะได้ช่วยกันระวังป้องกันไม่ให้กัญชาไหลเข้าประเทศ ที่จะสร้างความเสียหายทั้งสังคมและเศรษฐกิจ ในส่วนข้อกังวลเกี่ยวกับอนุสัญญายูเอ็นที่ว่ากัญชายังถูกระบุเป็นยาเสพติดนั้น เรื่องนี้ต้องหารือกันต่อไป แต่ในส่วนที่จะใช้ทางการแพทย์นั้น สามารถให้กระทรวงแก้ไขกฎ ระเบียบและบังคับให้สามารถทำได้เลย สุดท้ายคือต้องปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้นโยบายนี้ดำเนินต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์ต่อประชาชนที่สุด
ทางเสือทางหมา
    นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า สำหรับเนื้อหาอภิปรายของตัวแทนพรรคชาติไทยพัฒนานั้น หลังจากได้เห็นเนื้อหานโยบายรัฐบาลทั้งหมดแล้ว จะกำหนดประเด็นอีกครั้ง โดยในเบื้องต้นจะเน้นการอภิปรายรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่นายวราวุธ ศิลปอาชา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา รับตำแหน่งรัฐมนตรี เพื่อขยายความให้ประชาชนรับทราบต่อนโยบายและแนวทางปฏิบัติ ถือว่าเป็นการทำความเข้าใจระหว่างกัน เพราะตอนร่างนโยบายพรรคส่งเพียงหัวข้อที่อยากให้เขียนไว้ในนโยบายของรัฐบาลเท่านั้น ดังนั้นการอภิปรายต้องนำเสนอแง่มุมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
    ส่วนกรณีที่พรรคชาติไทยพัฒนาเคยสนับสนุนให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยใช้ช่องทางสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) นั้น ยังไม่ถือเป็นข้อสรุป เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 เป็นสิ่งที่ทำได้ยาก หากทุกฝ่ายทั้ง ส.ส. และ ส.ว. รวมถึงประชาชนไม่เห็นด้วย ดังนั้นประเด็นดังกล่าวต้องพิจารณาแนวทางที่ทำให้ทุกฝ่ายเห็นด้วย เพราะหลักการแก้ไขและวิธีการที่จะนำไปสู่การแก้ไขมีความสำคัญเท่าๆ กัน
    นายวัน อยู่บำรุง ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ไอ้เด็กเมื่อวานซืน!!!!!เจอกันครั้งหน้าไม่ต้องมาสวัสดีผมอีกนะ #มวยไม่มีราคาม้าไม่มีชั้น #ทางเสือเสือเดินทางหมาหมาเดิน
    โพสต์ของนายวัน สืบเนื่องจากกรณีนายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ตอบโต้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรคเพื่อไทย ระบุ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้าสภาฯ เจอนรกแน่ ว่า ร.ต.อ.เฉลิมนิสัยไม่เคยเปลี่ยน ชอบข่มขู่เป็นอาจิณ ทั้งที่ตัวเองอยู่นอกสภาด้วยซ้ำ ทางที่ดีน่าจะเอาเวลาไปติวเข้มให้นายวัน อยู่บำรุง ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ดีกว่า จะได้แจ้งเกิดในสภา เพราะนายวันหน่วยก้านดี ควรจะเป็น ส.ส.ที่มีคุณภาพมากกว่าเป็นเน็ตไอดอล
    “การที่ ร.ต.อ.เฉลิมระบุว่าจะอภิปรายนอกสภานั้น เราก็คงได้เจอกัน เพราะผมก็อยู่นอกสภาเหมือนกัน สมัยนี้ไปทะเลเจอฉลาม มานอกสภาก็จะเจอเฉลิมกับธนกร” นายธนกรกล่าว.


วันนี้ (๑๙ ส.ค.๖๒) "นายกฯ ประยุทธ์" ยกคณะ "ค่อนข้างใหญ่" ไปสุรินทร์-บุรีรัมย์ ฟังที่โฆษกรัฐบาลแถลงวันก่อน บอกว่า.........

รหัสลับ 'ประเทศไทย' ใต้พลูโต
เพิ่งเริ่มต้น "อย่าด่วนสรุป"
ข้อคิดคำนึงจาก 'คำพิพากษา'
'เสรีภาพกับข่าวเฟก-ข่าวมั่ว'
โลกาภิวัตน์ของ พล.ท.พงศกร
อีก ๓๖๔ วัน 'แม่กินอะไร?'