4ปีใช้งบ13ล้านล.! ฝันดัน'ไทย'ขึ้นปท.พัฒนา รื้อรธน.ด่วนแต่ไม่ตีกรอบ


   


    นโยบายรัฐบาลประยุทธ์ 66 หน้า ชี้เข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่าน ต้องสู้ “เหลื่อมล้ำ-ภัยความมั่นคง” รูปแบบใหม่ เผย 4 วิสัยทัศน์หลักบริหารชาติ “น้อมนำพระปฐมบรมราชโองการ ร.10-ยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตย-เศรษฐกิจพอเพียง-บูรณาการทำงาน” โอ่พาไทยเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วในศตวรรษที่ 21 แง้ม 12 นโยบายเร่งด่วน เล็งฟื้นหาบเร่-แผงลอย ไร้เงากัญชา ค่าแรงโยนไตรภาคี ส่วนแก้รัฐธรรมนูญแค่สนับสนุนและรับฟังความเห็น เดินหน้าปฏิรูปต่อ จ่อคลอดกฎหมายขั้นต่ำ 15 ฉบับ ใช้งบประมาณเฉลี่ยปีละ 3.3 ล้านล้าน
    เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 ก.ค. นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขานุการประธานรัฐสภา ให้สัมภาษณ์ว่า นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา มีความห่วงกังวลเกี่ยวกับการส่งเอกสารร่างคำแถลงนโยบายของรัฐบาลที่ต้องจัดส่งให้สมาชิกรัฐสภา ซึ่งแม้ว่าจะเป็นวันอาทิตย์วันหยุด แต่นายชวนได้ติดตามเรื่องนี้ไปยังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้ทราบว่าเอกสารเพิ่งเดินทางมาถึงที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เมื่อเวลา 12.35 น. จึงรีบสั่งการให้บรรจุหีบห่อและจัดส่งให้กับสมาชิกรัฐสภาให้แล้วเสร็จภายในเวลา 14.00 น.ของวันเดียวกัน เพื่อให้สมาชิกมีเวลาพิจารณาศึกษาเอกสารดังกล่าวให้มากที่สุด โดยนายชวนได้เดินทางมากำกับดูแลในการดำเนินการบรรจุหีบห่อและส่งเอกสารดังกล่าวด้วยตนเอง 
    ทั้งนี้ คำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่จะแถลงต่อรัฐสภาในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 3 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) ระหว่างวันที่ 25-26 ก.ค. ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญมีทั้งสิ้น 66 หน้า โดยมี 2 เรื่องหลัก และ 2 ภาคผนวก ประกอบด้วยนโยบายหลัก 12 ด้าน และนโยบายเร่งด่วน 12 เรื่อง ส่วนภาคผนวก 1 เป็นร่างกฎหมายที่สำคัญที่ ครม.จะตราขึ้นเพื่อดำเนินการตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 หมวด 16 การปฏิรูปประเทศ และภาคผนวก 2 ตารางแสดงความสอดคล้องระหว่างนโยบายในการบริหารราชการแผ่นดินของ ครม.กับหน้าที่ของรัฐและแนวนโยบายแห่งรัฐของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและยุทธศาสตร์ชาติ
    โดยในช่วงต้น พล.อ.ประยุทธ์จะกล่าวถึงสภาพของประเทศไทย โดยระบุว่า ประเทศไทยขณะนี้ถือว่าอยู่ในช่วงระยะของการเปลี่ยนผ่าน และต้องต่อสู้กับปัญหาใหม่ๆ หลายประการ อาทิ จากการต่อสู้กับความยากจนในอดีตที่ได้แปรเปลี่ยนเป็นการต่อสู้กับความเหลื่อมล้ำในหลากรูปแบบ เช่น ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ความเหลื่อมล้ำของโอกาส และความเหลื่อมล้ำของรายได้และทรัพย์สิน หรือแม้แต่การต่อสู้กับความไม่สงบภายในประเทศในอดีตมาสู่การต่อสู้กับภัยคุกคามที่ไม่มีแบบแผนในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ เครือข่ายการก่อการร้ายข้ามชาติ โรคระบาด และสงครามไซเบอร์ 
    “ประเด็นท้าทายเหล่านี้สามารถสะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงของการบริหารประเทศที่รัฐบาลจะต้องเผชิญได้เป็นอย่างดี ดังนั้นรัฐบาลนี้จึงมุ่งมั่นพัฒนาประเทศไทยให้หลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง มีการดูแลประชาชนอย่างทั่วถึง แก้ไขปัญหาปากท้องและสร้างรายได้ให้ประชาชนให้เพียงพอต่อการดำรงชีวิตเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ คนไทยในทุกช่วงวัยจะมีความพร้อมทั้งในด้านหลักคิด คุณธรรม และจริยธรรม และมีศักยภาพที่จะดำเนินชีวิตในศตวรรษที่ 21 เราจะร่วมกันสร้างการเติบโตเชิงคุณภาพไม่ใช่การเติบโตเชิงปริมาณ”
4 วิสัยทัศน์บริหารชาติ
    พล.อ.ประยุทธ์ยังแถลงต่อว่า เพื่อให้บรรลุตามวิสัยทัศน์และเป้าหมายที่กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ โดยการบริหารราชการแผ่นดินในช่วง 4 ปีของรัฐบาลจะยึดหลักการสำคัญ 4 ประการ คือ 1.น้อมนำพระปฐมบรมราชโองการในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นหลักในการบริหารประเทศ 2.ยึดมั่นในการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 3.พัฒนาประเทศตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช  บรมนาถบพิตร และ 4.บูรณาการการทำงานระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และภาคี การพัฒนาต่าง ๆ ในลักษณะประชารัฐเพื่อพัฒนาประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืน และทำให้ประชาชนคนไทยมีความมั่นคง อยู่ดีมีสุข
    “วิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนประเทศของรัฐบาลชุดนี้คือ มุ่งมั่นให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วในศตวรรษที่ 21” พล.อ.ประยุทธ์ระบุ
สำหรับนโยบายในการบริหารราชการแผ่นดิน จะประกอบด้วยนโยบายหลัก 12 ด้าน คือ 1.การปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยจะมีการดำเนินการสืบสาน รักษา ต่อยอดศาสตร์พระราชาและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเป็นหลักสำคัญ ต่อยอดการดำเนินการของหน่วยพระราชทานและประชาชนจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริ สร้างความตระหนักรู้ เผยแพร่ และปลูกฝังให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องและเป็นจริงเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์และพระราชกรณียกิจเพื่อประชาชน ตลอดจนพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ 
    2.การสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศ และความสงบสุขของประเทศ จะมีการดำเนินการ รักษาและป้องกันอธิปไตยและความมั่นคงภายในของประเทศ ปลูกจิตสำนึก เกียรติภูมิ และศักดิ์ศรีความเป็นชาติไทย การมีจิตสาธารณะและการมีส่วนร่วมทำประโยชน์ให้ประเทศ รักษาผลประโยชน์ของชาติ ความสามัคคีปรองดองและความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ระหว่างกันของประชาชน สร้างค่านิยมประเทศไทยสำคัญที่สุด การเคารพกฎหมายและกติกาของสังคม พัฒนาและเสริมสร้างการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่มีธรรมาภิบาล ความรักชาติและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน สร้างความสงบและความปลอดภัยตั้งแต่ระดับชุมชน และแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังทั้งระบบ 
    3.การทำนุบำรุงศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม จะมีการดำเนินการทั้งการส่งเสริมวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของชาติ ปลูกฝังค่านิยมและวัฒนธรรมที่ดีทั้งด้านคุณธรรม จริยธรรม กตัญญู ความซื่อสัตย์ การมีวินัย เคารพกฎหมาย มีจิตสาธารณะและการมีส่วนร่วมทำประโยชน์ให้ประเทศ และเป็นพลเมืองที่ดี ทำนุบำรุงศาสนาให้มีความเข้มแข็ง สร้างความรู้ ความเข้าใจในขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรมของประเทศเพื่อนบ้าน ยอมรับและเคารพในประเพณี วัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ และชาวต่างชาติที่มีความหลากหลาย ในลักษณะพหุสังคมที่อยู่ร่วมกัน 4.การสร้างบทบาทของไทยในเวทีโลก จะดำเนินการสร้างบทบาทที่สร้างสรรค์ของไทยในภูมิภาคและเวทีโลก เสริมสร้างความเป็นปึกแผ่นของอาเซียน ส่งเสริมความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรม ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศด้านความมั่นคง และขับเคลื่อนงานการทูตเชิงรุกเพื่อประชาชน 
อุ้ม 6 สินค้าเกษตรหลัก
    5.การพัฒนาเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันของไทยนั้น ได้แบ่งรายละเอียดไล่ตั้งแต่ในด้านเศรษฐกิจมหภาค การเงินและการคลัง, การพัฒนาภาคอุตสาหกรรม ซึ่งจะมีการพัฒนาอุตสาหกรรมภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพเศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green (BCG) Economy), การพัฒนาการเกษตร โดยนโยบายสำคัญจะเป็นการรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตรและรายได้ให้กับเกษตรกรในสินค้าเกษตรสำคัญ อาทิ ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง ปาล์ม อ้อย และข้าวโพด โดยผ่านเครื่องมือและมาตรการที่เหมาะสม มีประสิทธิภาพ ไม่เป็นภาระกับงบประมาณแผ่นดินเกินสมควร, การพัฒนาภาคการท่องเที่ยว, การพัฒนาการค้าการลงทุนเพื่อมุ่งสู่การเป็นชาติการค้า การบริการและการลงทุนในภูมิภาค ซึ่งจะมีทั้งการส่งเสริมการค้าชายแดน และส่งเสริมธุรกิจการค้าปลีกพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Commerce) ข้ามพรมแดน, การพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐาน ที่จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศและสามารถรองรับการขนส่งและการเดินทางต่อเนื่องหลายรูปแบบได้อย่างไร้รอยต่อ และแก้ไขปัญหาจราจรติดขัดในพื้นที่เขตเมือง, การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลและการมุ่งสู่การเป็นประเทศอัจฉริยะ, การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและพัฒนา และนวัตกรรม และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ เช่น เศรษฐกิจแบบแบ่งปัน เศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจชีวภาพ
    6.การพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจและการกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค จะมีการส่งเสริมพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษเพื่อเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของเอเชีย ทั้งการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ และเพิ่มพื้นที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจแห่งใหม่ในภูมิภาค 7.การพัฒนาสร้างความเข้มแข็งจากฐานราก ที่จะมีทั้งการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนและผลิตภัณฑ์ชุมชน, สร้างความเข้มแข็งของชุมชนและส่งเสริมบทบาทภาคเอกชนในการช่วยพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจฐานราก 
    8.การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพของคนไทยทุกช่วงวัยตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึงวัยเข้าสู่ตลาดแรงงาน 9.การพัฒนาระบบสาธารณสุขและหลักประกันทางสังคม ที่จะมุ่งเน้นการจัดบริการสาธารณสุขและระบบความคุ้มครองทางสังคมที่ครอบคลุมประชากรทุกกลุ่มอย่างเหมาะสม นำไปสู่ความเสมอภาค 10.การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและการรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน 11.การปฏิรูปการบริหารจัดการภาครัฐเพื่อให้การขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงกระจายอำนาจ ความรับผิดชอบ และเพิ่มบทบาทการปกครองขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และส่งเสริมบทบาทของเอกชนและชุมชนในการให้บริการสาธารณะ 
และ 12.การป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบและกระบวนการยุติธรรม ซึ่งจะมีทั้งการแก้ไขปัญหาทุจริตและประพฤติมิชอบ และปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ซึ่งจะส่งเสริมให้มีรูปแบบการลงโทษอื่นที่ไม่ใช่โทษอาญาตามหลักสากล 
เปิด 12 เรื่องด่วน
    สำหรับนโยบายเร่งด่วน 12 เรื่อง ประกอบด้วย 1.การแก้ไขปัญหาในการดำรงชีวิตของประชาชน โดยลดข้อจำกัดในการประกอบอาชีพของคนไทย การจัดการระบบการขนส่งสาธารณะผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล ทบทวนรูปแบบและมาตรฐานหาบเร่แผงลอยในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อยังคงเอกลักษณ์ของเมืองหลวงแห่งร้านอาหารริมถนน ทำให้บ้านเมืองเป็นระเบียบเรียบร้อยและสวยงาม 2.การปรับปรุงระบบสวัสดิการและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยปรับปรุงระบบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและเบี้ยยังชีพของประชาชน อาทิ ผู้สูงอายุและคนพิการที่มีรายได้น้อย ผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส และพิจารณาขยายความครอบคลุมไปยังกลุ่มมารดาตั้งครรภ์ เด็กแรกเกิด และเด็กวัยเรียนที่ครอบครัวมีปัญหาทางเศรษฐกิจ 3.มาตรการเศรษฐกิจเพื่อรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก 4.การให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและพัฒนานวัตกรรม โดยจัดพื้นที่การเกษตรให้สอดคล้องกับระบบบริหารจัดการน้ำและคุณภาพของดินตาม Agri-Map กำหนด 5.การยกระดับศักยภาพของแรงงาน โดยยกระดับรายได้ค่าแรงแรกเข้าและกลไกการปรับอัตราค่าจ้างที่สอดคล้องกับสมรรถนะแรงงานควบคู่กับการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานผ่านกลไกคณะกรรมการไตรภาคี 6.การวางรากฐานระบบเศรษฐกิจของประเทศสู่อนาคต โดยต่อยอดอุตสาหกรรมเป้าหมายและวางรากฐานการพัฒนาภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ
    7.การเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21 โดยสร้างแพลตฟอร์มการเรียนรู้ใหม่ในระบบดิจิทัล ปรับปรุงรูปแบบการเรียนรู้มุ่งสู่ระบบการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ด้านวิศวกรรม คณิตศาสตร์ โปรแกรมเมอร์ และภาษาต่างประเทศ ส่งเสริมการเรียน ภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา 8.การแก้ไขปัญหาทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายราชการประจำ โดยเร่งรัดการดำเนินมาตรการทางการเมืองควบคู่ไปกับมาตรการทางกฎหมายเมื่อพบผู้กระทำผิดอย่างเคร่งครัด 9.การแก้ไขปัญหายาเสพติดและสร้างความสงบสุขในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ โดยน้อมนำยุทธศาสตร์พระราชทาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” เป็นหลักในการดำเนินการ 10.การพัฒนาระบบการให้บริการประชาชน โดยมุ่งสู่ความเป็นรัฐบาลดิจิทัลที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ 11.การจัดเตรียมมาตรการรองรับภัยแล้งและอุทกภัย ตั้งแต่การป้องกันก่อนเกิดภัยการให้ความช่วยเหลือระหว่างเกิดภัย และการแก้ไขปัญหาในระยะยาว และ 12.การสนับสนุนให้มีการศึกษา การรับฟังความเห็นของประชาชน และ
การดำเนินการเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะในส่วนที่ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ
    พล.อ.ประยุทธ์ยังจะแถลงอีกว่า การดำเนินนโยบายต่างๆ โดยเฉพาะนโยบายด้านสังคมที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา การสาธารณสุข และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อวางรากฐานการพัฒนาประเทศในระยะยาวจำเป็นต้องใช้งบประมาณในการดำเนินนโยบายดังกล่าว ซึ่งในช่วงระยะเวลาการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล คาดว่างบประมาณประจำปีจะอยู่ในระดับเฉลี่ยประมาณ 3.3 ล้านล้านบาทต่อปี ในขณะที่รายได้จากภาษีของประเทศมีอยู่อย่างจำกัด ดังนั้น รัฐบาลจึงต้องเร่งรัดพัฒนาระบบจัดเก็บภาษีของรัฐให้มีความครอบคลุมมากขึ้น มุ่งเน้นการขยายฐานภาษีและปรับโครงสร้างภาษีให้มีความเป็นธรรม โดยแผนงานหรือโครงการใดที่มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและเป็นการวางรากฐานการพัฒนาประเทศในระยะยาว รัฐบาลจะพิจารณาใช้จ่ายจากแหล่งเงินนอกงบประมาณ ทั้งในส่วนของเงินกู้และการให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการลงทุนเพื่อพัฒนาประเทศ รวมทั้งพิจารณาใช้เครื่องมือทางการเงินสมัยใหม่ อาทิ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทยในโครงการที่มีความคุ้มค่าทางการเงิน เพื่อลดภาระการลงทุนจากงบประมาณแผ่นดินและการกู้เงิน
เพิ่ม กม.ปฏิรูปขั้นต่ำ 15 ฉบับ
    “รัฐบาลขอให้ความเชื่อมั่นแก่รัฐสภาและประชาชนไทยทุกภาคส่วนว่าจะบริหารราชการแผ่นดินอย่างเต็มความสามารถ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และยึดประโยชน์ส่วนรวมของประชาชนชาวไทยเป็นที่ตั้งอย่างแท้จริง เพื่อให้ประเทศไทยก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” พล.อ.ประยุทธ์ทิ้งท้าย
ส่วนเนื้อหาของภาคผนวก 1 ร่างกฎหมายที่สำคัญที่ ครม.จะตราขึ้นเพื่อดำเนินการตามรัฐธรรมนูญในหมวด 16 การปฏิรูปประเทศจะมีอย่างน้อย 16 ฉบับ คือ 1.กฎหมายว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 2.กฎหมายว่าด้วยโทษปรับตามความสามารถในการชำระของผู้กระทำผิด 3.กฎหมายว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมภาคประชาชน 4.กฎหมายว่าด้วยระบบนิติวิทยาศาสตร์แห่งชาติ 5.กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองทรัพย์สินตกค้างที่อยู่ในความครอบครองของหน่วยงานของรัฐและเอกชน 6.กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลพาณิชย์หรือแผนกคดีพาณิชย์และวิธีพิจารณาคดีพาณิชย์ 7.กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อมและวิธีพิจารณาคดีสิ่งแวดล้อม 8.กฎหมายว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ 9.กฎหมายว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 10.กฎหมายว่าด้วยยุติธรรมชุมชน 11.กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและอนุรักษ์วิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ 12.กฎหมายว่าด้วยการปฏิรูประบบราชการ 13.กฎหมายว่าด้วยการอำนวยความสะดวกและการลดดุลยพินิจของราชการในการให้บริการประชาชนและการประกอบธุรกิจ 14.กฎหมายว่าด้วยการประมงแห่งชาติ 15.กฎหมายว่าด้วยการอนุรักษ์ทะเลไทย และ 16.กฎหมายอื่นๆ ที่คณะรัฐมนตรีพิจารณาว่ามีความสำคัญต่อการปฏิรูปประเทศและการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ.


เห็นแล้วตาร้อน! วานนี้ (๒๒ สิงหาคม) ป.ป.ช.เปิดบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) กรณีเข้ารับตำแหน่ง จำนวน ๔๑๔ ราย

ภาพเชิงซ้อน 'การเมือง-การรบ'
แจกเงินเที่ยว 'รวยนักหรือ?'
เมื่อ 'ลางร้าย' มาถึงฝ่ายค้าน
'แล้งอีสานกับนักการเมือง'
รหัสลับ 'ประเทศไทย' ใต้พลูโต
เพิ่งเริ่มต้น "อย่าด่วนสรุป"