เลือก‘ไสลเกษ วัฒนพันธุ์’ ประธานศาลฎีกาคนที่45


เพิ่มเพื่อน    

 ก.ต.มติเอกฉันท์เลือก "ไสลเกษ วัฒนพันธุ์" นั่งประธานศาลฎีกาคนที่ 45 "วิชัย เอื้ออังคณากุล" ขึ้นประธานศาลอุทธรณ์ พร้อมแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงในศาลยุติธรรม

    ที่ห้องประชุมศาลฎีกา สนามหลวง เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม นายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) พิจารณาวาระแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตุลาการ ซึ่งมีการพิจารณาตำแหน่งสำคัญด้วย คือ ประธานศาลฎีกาคนที่ 45 เนื่องจากนายชีพ ประธานศาลฎีกาคนปัจจุบัน กำลังจะพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากอายุครบ 65 ปีบริบูรณ์ ในวันที่ 30 ก.ย.นี้ 
    โดยที่ประชุม ก.ต.มีมติเอกฉันท์แต่งตั้งนายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ รองประธานศาลฎีกา อาวุโสลำดับที่ 1 ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกาคนที่ 45 ตั้งแต่วันที่ 1  ต.ค.นี้ เป็นต้นไป
    สำหรับประวัติของนายไสลเกษ เกิดเมื่อวันที่ 3 ธ.ค.2497 สำเร็จการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เนติบัณฑิตไทย และศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (Master of Arts) มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้พิพากษา เคยดำรงตำแหน่งที่สำคัญในศาลยุติธรรม อาทิ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดระนอง ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดภูเก็ต ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 8 ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา และรองประธานศาลฎีกา 
    ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ระหว่างปฏิบัติหน้าที่พิจารณาพิพากษาคดีนั้น นายไสลเกษได้เคยรับแต่งตั้งให้เป็นองค์คณะศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ร่วมพิจารณาคดีสำคัญ เช่น คดีทุจริตโครงการระบายข้าวรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) และองค์คณะพิจารณาอุทธรณ์คดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ด้วย
    นอกจากการพิจารณาแต่งตั้งบุคคลที่เหมาะสมขึ้นดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกาคนที่ 45 แล้ว ที่ประชุม ก.ต.ยังมีมติแต่งตั้งตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงในศาลยุติธรรมอีกหลายตำแหน่ง อาทิ นายวิชัย เอื้ออังคณากุล รองประธานศาลฎีกา ดำรงตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์, นางเมทินี ชโลธร ประธานแผนกคดีผู้บริโภคในศาลฎีกา, นายประทีป ดุลพินิจธรรมา ประธานแผนกคดีภาษีอากรในฎีกา, นายนพพร โพธิรังสิยากร ประธานแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศในศาลฎีกา, นายอนันต์ วงษ์ประภารัตน์ ประธานแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจในศาลฎีกา ดำรงตำแหน่งรองประธานศาลฎีกา รวม 4 คน
    นายประมวญ รักศิลธรรม ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ดำรงตำแหน่งประธานแผนกคดีผู้บริโภคในศาลฎีกา, น.ส.ปิยกุล บุญเพิ่ม ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 1 ดำรงตำแหน่งประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา, นายอธิป จิตต์สำเริง ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ดำรงตำแหน่งประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา, น.ส.วาสนา หงส์เจริญ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ดำรงตำแหน่งประธานแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลฎีกา, นายพศวัจณ์ กนกนาก ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ดำรงตำแหน่งประธานแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจในศาลฎีกา, นายนิพันธ์ ช่วยสกุล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ดำรงตำแหน่งประธานแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศในศาลฎีกา
    วันเดียวกัน นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า ในวันที่ 1 ส.ค.นี้ ศาลแพ่งมีนบุรี ศาลอาญามีนบุรี ศาลแพ่งพระโขนง ศาลอาญาพระโขนง ศาลแพ่งตลิ่งชัน และศาลอาญาตลิ่งชัน พร้อมเปิดทำการและพร้อมให้บริการแก่ประชาชนแล้ว โดยศาลแพ่งมีนบุรีและศาลอาญามีนบุรีจะเปิดทำการ ณ อาคารศาลจังหวัดมีนบุรีเดิม ศาลแพ่งพระโขนงและศาลอาญาพระโขนง จะเปิดทำการ ณ อาคารศาลจังหวัดพระโขนงเดิม และศาลแพ่งตลิ่งชันและศาลอาญาตลิ่งชันจะเปิดทำการ ณ อาคารศาลจังหวัดตลิ่งชันเดิม 
    สำหรับการจัดตั้งศาลทั้ง 6 ศาลในครั้งนี้ เป็นการยกฐานะจากศาลจังหวัดที่มีผู้บังคับบัญชาระดับผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเป็นศาลที่จะมีผู้บังคับบัญชาระดับอธิบดีผู้พิพากษา ซึ่งคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมได้มีมติแต่งตั้งคณะผู้บริหารศาลทั้ง 6 ศาลและคณะผู้พิพากษาของทุกศาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในส่วนของสำนักงานศาลยุติธรรมได้ดำเนินการปรับปรุงอาคารที่ทำการของศาลจังหวัดจำนวน 3 หลังเดิม ให้เป็นที่ทำการของทั้ง 6 ศาล พร้อมทั้งแต่งตั้งข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของศาลต่างๆ ครบถ้วนแล้ว.
 


โทษทีเถอะ.... มัวไปนอนเล่นที่โรงพยาบาลซะ ๒ วัน เรื่อง "ตำรวจ-อัยการ" สั่งไม่ฟ้อง "นายบอส เรดบูล" เลยเหมือนผม "สับไกค้าง"

ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ
'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'
"บอส-เรดบูล" เมาหลังขับ?