ตรวจพระปโยธร 'จักรพรรดินีมิชิโกะ' พบมะเร็งเต้านม


   

สำนักพระราชวังอิมพีเรียลแห่งญี่ปุ่นแถลงเมื่อวันศุกร์ว่า สมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ ซึ่งทรงเป็นพระจักรพรรดินีพระองค์ก่อน ทรงเข้ารับการถวายการตรวจพระปโยธรและพบพระอาการมะเร็งเต้านมระยะแรก

แฟ้มภาพ เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2558 สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ และสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ เสด็จออกสีหบัญชร ณ พระราชวังอิมพีเรียล / AFP

    สมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะทรงเป็นพระอัครมเหสีในสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ที่ทรงสละราชสมบัติให้แก่เจ้าชายนารุฮิโตะ มกุฎราชกุมาร เมื่อเดือนเมษายนปีนี้ ภายหลังทรงครองราชย์มานาน 3 ทศวรรษ โดยพระองค์ทรงเป็นจักรพรรดิญี่ปุ่นพระองค์แรกในรอบ 200 ปีที่สละราชสมบัติ สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะซึ่งมีพระชนมพรรษา 85 พรรษา ทรงเคยรับการรักษาพระอาการมะเร็งต่อมลูกหมากและผ่าตัดพระหทัย

    รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันศุกร์ที่ 9 สิงหาคม 2562 อ้างแถลงการณ์ของโฆษกสำนักพระราชวังอิมพีเรียลแห่งญี่ปุ่นในวันเดียวกันว่า สมเด็จพระจักรพรรดินีแห่งญี่ปุ่นพระองค์ก่อน ซึ่งมีพระชนมายุ 84 พรรษา ทรงได้รับการวินิจฉัยว่าทรงเป็นมะเร็งพระปโยธร (เต้านม) ระยะเริ่มต้นและจะทรงเข้ารับการผ่าตัดโดยเร็ว

    โฆษกสำนักพระราชวังกล่าวว่า การตรวจอัลตราซาวด์เมื่อเดือนที่แล้ว แพทย์พบว่ามีก้อนไตที่พระถันข้างซ้าย แพทย์ได้ถวายการตรวจพระวรกายเพิ่มเติมจนนำมาสู่ผลการวินิจฉัยดังกล่าว สำนักพระราชวังกำลังตระเตรียมการนัดหมายสำหรับการถวายการผ่าตัด ซึ่งอาจจะกระทำภายในเดือนกันยายนหรือหลังจากนั้น สำนักพระราชวังจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมต่อไป สมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะจะทรงพักผ่อนเพื่อถนอมพระวรกายในเดือนนี้

    ทั้งนี้ การตรวจพระปโยธรครั้งก่อนซึ่งแพทย์ได้ถวายการตรวจระหว่างการตรวจพระวรกายปกติราว 6-12 เดือนก่อน ไม่พบสิ่งผิดปรกติ    สำนักพระราชวังเคยมีแถลงการณ์เมื่อเดือนมิถุนายนว่า คณะแพทย์จะถวายการตรวจพระหทัยของพระจักรพรรดินีภายหลังการตรวจพระโลหิตพบว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะพระหทัยล้มเหลว.


อุ่นหนาฝาคั่ง...แน่นซอย ไทยโพสต์ ครบรอบ ๒๓ ปี ย่างเข้าปีที่ ๒๔ ยังได้รับความรัก จากกัลยาณมิตรมากมาย เหมือนเช่นเคย ขอบคุณกันไม่หมด ทั้งจากภาคธุรกิจ ราชการ ฝ่ายการเมือง

'๒๑ ตุลา' สำนึกย้อน 'สำนึกไทย'
'ทอน' ไม่รู้! แล้วจะรอดหรือ
ธาตุแท้อนาคตใหม่
งบฯ ผ่าน ไม่ยุบ ไม่ออก
'ความเมือง' ในไทยยุคที่ ๓
อย่าให้ฝ่ายแค้นแหกตา