สุริยะ ดันเอสเอ็มอีไทยจับคู่ธุรกิจกับญี่ปุ่น เร่งเครื่องหนุนอุตฯเกษตร


   

13 ส.ค. 2562 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ออกมาตรการสร้างโอกาสทางการตลาดต่างประเทศให้กับเอสเอ็มอี โดยในเบื้องต้นจะใช้โอกาสในช่วงการจัดงานครบรอบ 10 ปี ความร่วมมือกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมกับประเทศญี่ปุ่นภายใต้ความร่วมมือ “Japan Desk” ในวันที่ 28 ส.ค. 2562 ซึ่งจะจัดให้มีการทำ Business Matching ระหว่างผู้ประกอบการไทยและผู้ประกอบการจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีนักลงทุนญี่ปุ่นมาร่วมงาน 300 รายจาก 22 จังหวัดทั่วประเทศญี่ปุ่น ที่กสอ.ลงนามความร่วมมือไว้ก่อนหน้านี้

“นักลงทุนที่มาร่วมงานครั้งนี้ประมาณ 300 ราย ในจำนวนนี้จะมีประมาณ 20-30 ราย เข้าร่วมการ Business Matching กับผู้ประกอบการไทยกว่า 100 ราย หรือผู้ประกอบการญี่ปุ่น 1 ราย จับคู่กับผู้ประกอลการไทย 3 ราย เพื่อขยายช่องทางการค้า และการลงทุนร่วมกัน”นายสุริยะ กล่าว

นอกจากนี้ จะมีกิจกรรมถ่ายทอดองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่น อีกทั้งยังจะมีการจัดกิจกรรมโรดโชว์ โดยการเชิญชวนนักลงทุนและผู้ประกอบการต่างประเทศเข้ามาลงทุนในประเทศไทยให้มากขึ้น นับเป็นแนวทางในการขยายการลงทุนและโอกาสทางการตลาด รวมทั้งกำหนดแนวทางในการดึงดูดนักลงทุนจากต่างประเทศไม่ให้ย้ายฐานการผลิต และขยายการลงทุนในไทยต่อไป

ทั้งนี้ ยังได้มอบนโยบายให้ กสอ. เร่งดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve) สร้างเศรษฐกิจภูมิภาคด้วยโมเดลเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเกษตร  ซึ่งจะเน้นเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเกษตรหลักในแต่ละพื้นที่ พร้อมผลักดันสู่เกษตรอุตสาหกรรมตามนโยบายของรัฐบาล การส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการไปสู่ 4.0 โดยมุ่งสร้าง และพัฒนาผู้ประกอบการใหม่เชิงสร้างสรรค์และนวัตกรรม เพื่อเพิ่มศักยภาพเอสเอ็มอีให้เข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 การพัฒนาปัจจัยแวดล้อมที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจและมาตรการทางการเงินต่าง ๆ

ส่วนมาตรการรับมือวิกฤตภัยแล้ง กระทรวงอุตสาหกรรมจะใช้กลไกประชารัฐ ด้วยการส่งเสริมองค์ความรู้ในการสร้างอุปกรณ์และภาชนะในการกักเก็บน้ำในระดับครัวเรือนและระดับชุมชนในท้องถิ่น โดยมีเป้าหมาย 10,000 ครัวเรือนในพื้นที่ประสบภัยแล้ง และการปรับอัตราดอกเบี้ยสำหรับผู้ขอสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการส่งเสริมอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรม จาก 4% เหลือ 1% เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ โดยการผ่อนปรนหลักเกณฑ์และเงื่อนไข รวมทั้งการพักชำระหนี้และการขยายระยะเวลาการผ่อนชำระหนี้ เพื่อบรรเทาความเดือนร้อนของผู้ประกอบการในพื้นที่ที่ประสบภัยแล้ง


ผมผิดอะไร?...........ฟัง "ทอน" แถลงข่าวก็ได้ข้อสรุปไม่ใช่เรื่อง "อยู่เป็น" หรือ "อยู่ไม่เป็น" แล้วล่ะ        อยู่ไปก็ไลฟ์บอยซะมากกว่า 

"ทอน-บุตร" ประเทศกูมี
"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา
คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว