สตง.สร้างประวัติศาสตร์ให้ไทย! ผงาดนั่งคณะมนตรีองค์การตรวจสอบสูงสุดโลก


   

14 ส.ค. 62 – นายประจักษ์ บุญยัง ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน แถลงว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) นำโดยศาสตราจารย์ ดร.อรพิน ผลสุวรรณ์ สบายรูป กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และคณะเจ้าหน้าที่ของ สตง. ได้เดินทางไปร่วมประชุมคณะมนตรีขององค์การสถาบันการตรวจสอบสูงสุดแห่งเอเชีย (Asian Organization of Supreme Audit Institutions – ASOSAI) ครั้งที่ 54 ระหว่างวันที่ 21-24 กรกฎาคม 2562 ณ เมืองคูเวตซิตี้ รัฐคูเวต โดยมีวาระการประชุมที่สำคัญ คือ  การคัดเลือกประเทศสมาชิกที่เป็นคณะมนตรีของ ASOSAI (ASOSAI Governing Board) จำนวน 2 ประเทศ เพื่อเป็นตัวแทนขององค์กรตรวจเงินแผ่นดินในระดับภูมิภาคเอเชีย ให้ทำหน้าที่เป็นคณะมนตรีขององค์การสถาบันการตรวจสอบสูงสุดระหว่างประเทศ (INTOSAI Governing Board) 

“การเลือกตั้งครั้งนี้มีองค์กรตรวจเงินแผ่นดิน 4 ประเทศที่เสนอตัวเข้าแข่งขัน ได้แก่ 1) ญี่ปุ่น ซึ่งดำรงตำแหน่ง INTOSAI Governing Board ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543-2561 2) เกาหลีใต้ ซึ่งเป็นอดีตประธาน INTOSAI Governing Board ปี พ.ศ. 2543-2549   3) เวียดนาม ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธาน ASOSAI  และ 4) ประเทศไทย ซึ่งจะดำรงตำแหน่งประธาน ASOSAI ในวาระถัดไปคือ ปี พ.ศ. 2564-2566 โดยผลการลงคะแนนปรากฏว่า สตง.ไทย ได้รับคะแนนเสียง 6 เสียง จากประเทศคณะมนตรี ASOSAI ทั้งหมด 11 ประเทศ ถือว่ามีคะแนนสูงสุดเป็นลำดับที่สอง รองจากองค์กรตรวจเงินแผ่นดินญี่ปุ่น มีผลทำให้องค์กรตรวจเงินแผ่นดินของญี่ปุ่น และไทย ได้รับคัดเลือกให้เป็นตัวแทนขององค์กรตรวจเงินแผ่นดินในระดับภูมิภาคเอเชีย ให้ทำหน้าที่เป็น INTOSAI Governing Board ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของไทย ตั้งแต่การตรวจเงินแผ่นดินได้ถือกำเนิดขึ้นในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และถือเป็นเกียรติประวัติและความภาคภูมิใจของคนตรวจเงินแผ่นดินทุกคน” นายประจักษ์ ระบุ

ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน กล่าวว่า INTOSAI Governing Board ประกอบด้วย 21 ประเทศ โดยแบ่งออกเป็นคณะมนตรีโดยตำแหน่ง (Ex-officio) จำนวน 10 ประเทศ และคณะมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งของสมัชชาใหญ่ จำนวน 11 ที่นั่ง มีวาระคราวละ 6 ปี ซึ่งในบทบัญญัติธรรมนูญการบริหารงานของ INTOSAI ได้กำหนดให้ INTOSAI Governing Board มีหน้าที่และอำนาจที่สำคัญในการปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายจากสมัชชาใหญ่ ปฏิบัติหน้าที่ที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของ INTOSAI  รวมถึงการทบทวนและรับรองแผนยุทธศาสตร์ของ INTOSAI เป็นต้น 

ทั้งนี้ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินได้กำหนดนโยบายการตรวจเงินแผ่นดินที่สำคัญในหลายด้าน โดยเฉพาะการยกระดับให้องค์กรตรวจเงินแผ่นดินไทยก้าวสู่การเป็นองค์กรชั้นนำด้านการตรวจสอบในระดับสากล รวมถึงการส่งเสริมและสนับสนุนในการเตรียมความพร้อมเพื่อให้ สตง. ทำหน้าที่เป็นผู้ประเมินผล ติดตามตรวจสอบความก้าวหน้าและผลสัมฤทธิ์ในการบริหารเงินแผ่นดินที่ตอบสนองต่อการนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน (Auditing Sustainable Development Goals)  หรือ Auditing SDGs ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนางานตรวจสอบของ INTOSAI ในอนาคตที่มุ่งหวังให้องค์กรตรวจเงินแผ่นดินทั่วโลกให้ความสำคัญกับเรื่องการตรวจสอบ SDGs ดังนั้น การดำรงตำแหน่งคณะมนตรีของ INTOSAI จึงเป็นการตอบสนองต่อนโยบายการตรวจเงินแผ่นดิน และนับเป็นดัชนีชี้วัดสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของ สตง.ไทยในเวทีระหว่างประเทศ อีกทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงกลไกการตรวจสอบของประเทศไทยที่ได้รับความเชื่อมั่นในสายตาของนานาประเทศทั่วโลก ซึ่งแน่นอนว่าย่อมส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ด้านความโปร่งใสของประเทศไทยในระยะยาว

นายประจักษ์ กล่าวในตอนท้ายว่า การดำรงตำแหน่ง INTOSAI Governing Board นับเป็นก้าวแรกของการยกระดับงานด้านการต่างประเทศ  สตง. จึงจำเป็นต้องกำหนดทิศทางการพัฒนาองค์กรเพื่อให้สอดคล้องกับบทบาทในเวทีระหว่างประเทศ ทั้งในส่วนของทิศทางการสร้างความร่วมมือกับองค์กรตรวจเงินแผ่นดินและแหล่งทุนต่างประเทศ การพัฒนางานวิชาการต่างประเทศโดยเผยแพร่ผ่านช่องทางที่มีความหลากหลาย ตลอดจนการเตรียมความพร้อมและพัฒนาทีม External auditor สำหรับการตรวจสอบองค์กรระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เช่น จัดประชุม Workshop แลกเปลี่ยนความรู้กับองค์กรตรวจเงินแผ่นดินประเทศอื่น ๆ เป็นต้น.


อุ่นหนาฝาคั่ง...แน่นซอย ไทยโพสต์ ครบรอบ ๒๓ ปี ย่างเข้าปีที่ ๒๔ ยังได้รับความรัก จากกัลยาณมิตรมากมาย เหมือนเช่นเคย ขอบคุณกันไม่หมด ทั้งจากภาคธุรกิจ ราชการ ฝ่ายการเมือง

'๒๑ ตุลา' สำนึกย้อน 'สำนึกไทย'
'ทอน' ไม่รู้! แล้วจะรอดหรือ
ธาตุแท้อนาคตใหม่
งบฯ ผ่าน ไม่ยุบ ไม่ออก
'ความเมือง' ในไทยยุคที่ ๓
อย่าให้ฝ่ายแค้นแหกตา