ราช กรุ๊ปปลื้มครึ่งปีกำไร3,694 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13%


   


ราช กรุ๊ป กำไรครึ่งปีแรก 3,694 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% พร้อมขยายการลงทุนพลังงานทดแทนในออสเตรเลีย หลังปักธงในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียจากการร่วมทุนในโครงการพลังงานลมยานดินสำเร็จ และร่วมประมูลโครงการ PPP ในประเทศ และอาเซียน สร้างฐานธุรกิจระบบสาธารณูปโภคตามวิสัยทัศน์บริษัทฯ


14ส.ค. 62 -นายกิจจา ศรีพัฑฒางกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)หรือRATCH เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรก (มกราคม-มิถุนายน) ปี 2562 ยังมีการขยายธุรกิจและผลประกอบการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทฯ ได้รับรู้กำไรสำหรับงวด เป็นจำนวน 3,693.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.4% จากงวดเดียวกันของปีก่อน อีกทั้งยังเริ่มรับรู้รายได้ส่วนแบ่งกำไรของโครงการที่เดินเครื่องผลิตไฟฟ้า 2 โครงการ รวมกำลังผลิตตามการถือหุ้น 77.23 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีการลงทุนโครงการใหม่อีก 3 โครงการ กำลังผลิตตามสัดส่วนการลงทุนรวม 1,776.74 เมกะวัตต์ ด้วย


ทั้งนี้ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาสะท้อนถึงการเติบโตทางธุรกิจและความมั่นคงทางการเงินได้เป็นอย่างดี เห็นได้จากการลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าใหม่เพิ่มขึ้น 3 แห่ง กำลังผลิตติดตั้งตามการลงทุนรวม 1,776.74 เมกะวัตต์ ซึ่ง 2 โครงการเป็นโครงการพลังงานลมขนาดใหญ่ในออสเตรเลีย ได้แก่ โครงการคอลเลคเตอร์ และโครงการยานดิน ซึ่งความสำเร็จการร่วมทุนในโครงการยานดิน ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างฐานธุรกิจในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ซึ่งเป็นรัฐขนาดใหญ่ของออสเตรเลีย บริษัทฯ เชื่อมั่นในศักยภาพและมีความพร้อมที่จะลงทุนโครงการใหม่ ซึ่งเป็นโอกาสจากแผนพัฒนาไฟฟ้าประเทศไทยฉบับปัจจุบัน และโครงการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ-เอกชน (Public-Private Partnership: PPP) ทั้งในประเทศไทยและในอาเซียน รวมถึงการศึกษาธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการจัดการพลังงานสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม ด้วย



“กลยุทธ์การลงทุนในปีนี้จะเน้นการร่วมทุนกับพันธมิตร ทั้งในรูปแบบการซื้อกิจการที่มีรายได้แล้ว โครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา และการพัฒนาโครงการใหม่ เพื่อให้การบริหารเงินลงทุนและผลตอบแทนมีประสิทธิภาพสูงสุด ในช่วงครึ่งปีแรก บริษัทฯ ได้ลงทุนโครงการพลังงานลม 2 แห่งในออสเตรเลีย คือ โครงการคอลเลกเตอร์ กำลังผลิต 226.8 เมกะวัตต์ โดยบริษัทฯ ถือหุ้นทั้งหมด และ โครงการยานดิน กำลังผลิตติดตั้ง 214.2 เมกะวัตต์ ซึ่งบริษัทฯ ได้เข้าร่วมทุนถือหุ้น 70% และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมหินกอง กำลังผลิตติดตั้ง 1,400 เมกะวัตต์ ในประเทศไทย สำหรับธุรกิจระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน บริษัทฯ ได้เข้าร่วมประมูลโครงการคมนาคมขนส่งระบบราง ถนน และโทรคมนาคม เพื่อเร่งสร้างฐานธุรกิจตามเป้าหมาย รวมทั้งติดตามความก้าวหน้าของโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู และสายสีเหลือง ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง และคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในปี 2564” นายกิจจา กล่าว



ในครึ่งปีแรก บริษัทฯ รับรู้รายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าที่เพิ่งเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ 2 แห่ง คือโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์คอลลินส์ วิลล์ ในออสเตรเลีย (บริษัทฯ ถือหุ้น 100%) กำลังผลิต 42.5 เมกะวัตต์ เดินเครื่องเมื่อเดือนมีนาคม และโครงการเบิกไพรโคเจนเนอเรชั่น (บริษัทฯถือหุ้น 35%) กำลังผลิตตามสัดส่วนลงทุน 34.73 เมกะวัตต์ เริ่มเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทำให้ ณ เดือนมิถุนายน 2562 บริษัทฯ มีกำลังผลิตที่เดินเครื่องผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ตามสัดส่วนการลงทุนรวม 6,937.58 เมกะวัตต์



สำหรับผลการดำเนินงานรอบครึ่งปีแรก 2562 บริษัทฯ มีรายได้รวมจำนวน 23,518.50 ล้านบาท โดยรายได้หลักมาจาก 2 ส่วนที่สำคัญ คือรายได้ค่าขายไฟจากโรงไฟฟ้าราชบุรี โรงไฟฟ้าไตรเอนเนอจี้ และบริษัท ราช-ออสเตรเลีย คอร์ปอเรชั่น รวมจำนวน 19,283.96 ล้านบาท คิดเป็น 82% ของรายได้รวม และรายได้จากส่วนแบ่งกำไรของกิจการร่วมทุนจำนวน 2,362.96 ล้านบาท คิดเป็น 10% ของรายได้รวม ทั้งนี้ บริษัทฯ มีกำไรสำหรับงวด จำนวน 3,693.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% เทียบกับงวดเดียวกันของปีที่แล้ว คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 2.55 บาท



ฐานะทางการเงินของบริษัทฯ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2562 มีสินทรัพย์รวม จำนวน 99,156.02 ล้านบาท หนี้สินรวมจำนวน 39,550.93 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้น 59,605.09 ล้านบาท


อุ่นหนาฝาคั่ง...แน่นซอย ไทยโพสต์ ครบรอบ ๒๓ ปี ย่างเข้าปีที่ ๒๔ ยังได้รับความรัก จากกัลยาณมิตรมากมาย เหมือนเช่นเคย ขอบคุณกันไม่หมด ทั้งจากภาคธุรกิจ ราชการ ฝ่ายการเมือง

'๒๑ ตุลา' สำนึกย้อน 'สำนึกไทย'
'ทอน' ไม่รู้! แล้วจะรอดหรือ
ธาตุแท้อนาคตใหม่
งบฯ ผ่าน ไม่ยุบ ไม่ออก
'ความเมือง' ในไทยยุคที่ ๓
อย่าให้ฝ่ายแค้นแหกตา