บันทึกหน้า 4


   

 

แล้วก็อีกสัปดาห์หนึ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้เลือกวันกลางสัปดาห์เดินทางตรวจราชการในภูมิภาค งานนี้ คนธรรมดาที่ไม่ใช่ คอกาแฟการเมือง ก็รู้สึกตะหงิดบ้างไม่มากก็น้อยว่า ลุงตู่ เริ่มมีสายเลือด นักการเมือง เต็มตัว ตามรอย พี่ป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ซะแล้ว เพราะการเลือกวันพุธที่เป็นวันประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะมีวาระการประชุม โดยเฉพาะการถาม กระทู้สด ออกไปปฏิบัติภารกิจนั้น ย่อมหลีกไม่พ้นคำติฉินและครหาว่าหนีหรือเลี่ยงกระทู้ไม่พ้นแน่นอน ...๐

หันกลับมาดูเวทีสภากันบ้าง ต้องเรียกว่าแม้ไม่มี ลุงตู่ ให้บรรดา 7 พรรคฝ่ายค้านรุมกระหน่ำ แต่ก็ยังมีเรื่องให้ร้อนแรงอยู่ได้ โดยเฉพาะจากพรรคเสรีรวมไทยภายใต้บังเหียนของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวช หัวหน้าพรรค ที่ยื่นหนังสือให้ ชวน หลีกภัย-พรเพชร วิชิตชลชัย ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติพิจารณาตัวเองลาออก เนื่องจากปล่อยให้ นายกฯ แถลงนโยบายต่อรัฐสภาและให้คณะรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่ ทั้งที่ถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 159, 161 และ 162!!! งานนี้ก็เพิ่งรู้ว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ สถาปนาตนเป็นศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดเบ็ดเสร็จเหมือน ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่อีกคนแล้ว ที่สำคัญทั้งหลายทั้งมวลนั้น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เองก็อยู่ร่วมทั้งในเวทีโหวตเลือกนายกฯ และแถลงนโยบาย งานนี้หากบอกว่า ประธานที่ประชุม ผิด ผู้โหวตและลงมติทั้งหลายก็ต้องเป็นผู้ร่วมกระทำผิดด้วยมิใช่เหรอ ...๐

ที่ขำไม่ออกบอกไม่ถูกคือ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยยังอ้างเรื่องหลักการไปอีก ว่าหากทั้ง ชวน-พรเพชร ไม่ไขก๊อกก็อาจต้องยื่นให้ ป.ป.ช.-ผู้ตรวจการแผ่นดิน ฟันอีกหนึ่งดาบ ในขณะที่ลูกหาบ วิรัตน์ วรศสิริน ส.ส.บัญชีรายชื่อเอง ก็อภิปรายสำทับไปอีกว่า ครม.ไม่สามารถรับเงินเดือนได้เพราะถวายสัตย์ฯ ไม่ครบ หรือภาษาชาวบ้านก็ต้องบอกว่า ครม.เถื่อน นั่นแล แต่ที่ชาวบ้านร้านถิ่นเขามึนตึ๊บ แล้วทำไมถึงเรียกร้องให้บรรดา ครม.มาตอบกระทู้กันเล่า ในเมื่อบอกว่าเขาไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ หรือว่ามันจะ เถื่อน เฉพาะคราวเท่านั้นกันจ๊ะ งานนี้ถ้ามีเวลาว่างกันเยอะก็น่าจะไปเชิญหรือไปเยี่ยม ดอกเตอร์ผู้อ่านกฎหมายรู้ ดูกฎหมายเป็น อย่าง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ณ บ้านริมคลอง ให้ติวเข้มหรือกฎบัตรกฎหมายบ้างก็น่าจะดี ...๐

เก๋า ยิ่งกว่า ปลา ต้องยกให้เฮียมิ่ง มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ จากพรรคเศรษฐกิจใหม่ (ศม.) ที่ออกมาไขข้อข้องใจของข่าวเมาธ์มอยว่าด้วยเรื่อง สลับขั้ว ในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยยืนนำหน้าโพเดียมพร้อม ส.ส.ในมือรวม 6 ชีวิต และชี้แจงแบบบัวไม่ช้ำน้ำไม่ขุ่นในสไตล์ ไม่มีมิตรแท้ และศัตรูถาวร ในแวดวงการเมืองว่า ยังเป็นฝ่ายค้าน ไม่มีใครแตกแถวไปไหน แต่บางกรณีที่เป็นความเห็นร่วมกันของพรรคฝ่ายค้านนั้น ส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่จะใช้เอกสิทธิ์พิจารณาการลงมติที่อาจสวนทางกับพรรคร่วมฝ่ายค้านในบางประเด็น จะไม่ค้านแบบหัวปักหัวปำ นี่ ถ้าไม่ใช่ เฮียมิ่ง คงไม่คิดอะไรและพูดออกมาได้หน้านิ่ง แบบนี้แน่นอน ...๐

ต้องขอแสดงความยินดีกับ สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่ได้พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ เป็น ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร อย่างเต็มตัวเสียที แต่บรรดาชาวบ้านร้านตลาดก็แอบสงสัยเล็กๆ เพราะใน ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมืองฉบับล่าสุดในเรื่องการเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ลงวันที่ 21 มี.ค.2562 นั้น หัวหน้าพรรคยังชื่อ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ อยู่เลย ชะรอยแบบนี้ต้องโทษนายทะเบียนพรรคการเมืองอย่าง เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือความบกพร่องของใครเอ่ย แล้วถ้ามีการจับแพะชนแกะไปเทียบเคียงกับกรณีถวายสัตย์ฯ ขึ้นมา เรื่องจะโกโซบิ๊กด้วยหรือไม่ ช่างน่าสนใจจริงๆ ...๐

เอ่ยถึง กกต.แล้วจะไม่กล่าวถึง กรณี ไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูปที่เงียบหายไป โผล่มาบอกว่าได้ยื่นต่อ กกต.ตั้งแต่วันที่ 5 ส.ค. แจ้งการเลิกกิจการพรรค แล้ว และจะถ่ายโอน ส.ส.และคะแนนไปยังพรรคใหม่ คำถามที่เกิดขึ้นก็คือ ในระบบบัญชีรายชื่อนั้นจะย้ายไปลักษณะใด เพราะบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคนั้นห้ามเปลี่ยนแปลง แล้วที่สำคัญหากย้ายมาได้จริงจะมาอยู่ในลำดับไหนอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้ กกต.ต้องรีบเร่งเคลียร์โดยด่วน เพราะ มี พราย กระซิบมาบอกว่าอีกไม่นานเกินรอ จะเกิดกรณีปาร์ตี้ลิสต์จำนวนมากต้องการอพยพย้ายค่ายแบบจ้าละหวั่น ส.ส.พรรคประชาชนปฏิรูปจึงต้องเรียกว่าเป็นการลองงานและลองกระแสสังคมก็ว่าได้ ...๐

...ท.ศักดิ์ 


เงินนี่...ชักน่ากลัวขึ้นทุกวัน!นับวันจะใช้ซื้อได้ทุกอย่าง จนมองไม่เห็นว่าจะมีอะไรไปหยุดมันได้ถึงจุดหนึ่ง โลกไม่แตก แต่มนุษย์จะตกต่ำ เมื่อสังคมให้ค่าเงินเหนือความเป็นมนุษย์

นี่ไง....'ใบเสร็จปล่อยกู้พรรค'
เฟกนิวส์ "อาวุธพิทักษ์ฐานคะแนน"
วาทกรรม 'ไพร่' เพื่อพ่ายสภา
นวัตกรรม 'กล่องข้าวน้อยให้แม่'
ร้อยล้าน ‘ศรัทธาบริการ’ บิณฑ์
'สารอันตรายกับสายน้ำท่วม'