ปักกิ่งเชื่อมีแผนทำให้ฮ่องกงเป็น ‘สนามรบของเกมระหว่างประเทศ’


   

 

               จุดยืนของรัฐบาลจีนที่ปักกิ่งต่อสถานการณ์ฮ่องกงที่ชัดเจนที่สุดน่าจะมาจากแถลงการณ์ของสถานทูตจีนในกรุงเทพฯ ที่แจกแจงออกมาเมื่อเร็วๆ นี้

                ผมนำมาให้ได้อ่านเป็นสองตอน ตอนแรกวันนี้เป็น 2 ใน 3 ข้อของแถลงการณ์นั้น

                ตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นมา การประท้วงและความรุนแรงที่เกิดขึ้นในเขตปกครองพิเศษฮ่องกงของจีนทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ทำให้นานาประเทศแสดงความกังวลอย่างยิ่ง ข้าพเจ้าจึงขออธิบายสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและจุดยืนของรัฐบาลจีนดังต่อไปนี้

                ข้อแรก ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกำลังทำลายความเจริญรุ่งเรือง ความมั่นคงและชื่อเสียงของฮ่องกงในนานาชาติอย่างหนัก

                การประท้วงในฮ่องกงเริ่มจากการคัดค้านการแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดนของฮ่องกง จากนั้นกลับถูกขยายวงกว้างออกไปอย่างรวดเร็ว จนเกินเลยกว่าการชุมนุม การเดินขบวนหรือการประท้วงตามปกติ และมีการใช้ความรุนแรงอย่างสุดขีด โดยมีการโจมตีสภานิติบัญญัติ หน่วยงานรัฐบาลกลางประจำฮ่องกง และล้อมสำนักงานตำรวจ อีกทั้งก่อกวนการทำงานปกติของกรมสรรพากรและสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เป็นต้น มีการใช้สารพิษและวัตถุอันตรายเข้าทำลายและรุมทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซุกซ่อนวัตถุระเบิดจำนวนมาก ปิดสนามบินนานาชาติฮ่องกง ขัดขวางเสรีภาพในการผ่านแดนของนักท่องเที่ยวจีนและต่างชาติจำนวนมาก รวมทั้งเพื่อนชาวไทยด้วย พฤติกรรมการทำร้ายนักท่องเที่ยวและนักข่าวเป็นที่ตกตะลึงของคนทั่วไป สิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่าคือมีพวกหัวรุนแรงบางคนถึงกับทำลายธงชาติและตราสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นการละเมิดศักดิ์ศรีของประเทศชาติและประชาชนอย่างเปิดเผย สถานการณ์ในฮ่องกงได้วิวัฒนาการจากการชุมนุมอย่างสันติไปสู่การกระทำผิดทางอาญาโดยคนไม่กี่คน และวิวัฒนาการจากการแสดงความคิดเห็นอย่างสันติไปสู่การท้าทายฟางเส้นสุดท้ายของหลักการ "หนึ่งประเทศ สองระบบ" ความรุนแรงที่เกิดขึ้นได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความเจริญรุ่งเรืองและความมั่นคงของฮ่องกง อีกทั้งคุกคามชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนคนธรรมดา นี่เป็นสิ่งที่อารยประเทศและประเทศที่ปกครองตามหลักนิติธรรมใดๆ ก็ตาม ไม่อาจยอมรับได้

                "หนึ่งประเทศ สองระบบ" เป็นระบอบการปกครองที่ดีที่สุดเพื่อรักษาความสงบและความมั่นคงของฮ่องกง และเพื่อรักษาความเจริญรุ่งเรืองและเสถียรภาพในระยะยาวของฮ่องกง หลังจากฮ่องกงหลุดพ้นจากการถูกปกครองโดยอาณานิคมอังกฤษและกลับสู่อ้อมอกของจีนเมื่อปี 1997 ชาวฮ่องกงได้รับสิทธิและเสรีภาพตามระบอบประชาธิปไตยมากกว่ายุคสมัยใดๆ ที่ผ่านมา ดัชนีด้านหลักนิติธรรมอยู่ในอันดับต้นๆ ของโลก สภาพแวดล้อมทางธุรกิจและความสามารถในการแข่งขันระดับสากลเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ แน่นอน ฮ่องกงก็เหมือนที่อื่นๆ ที่อาจประสบปัญหาในการพัฒนาหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทที่เศรษฐกิจโลกกำลังชะลอตัว และการครอบงำของแนวคิดการต่อต้านโลกาภิวัตน์และการปกป้องทางการค้า เป็นต้น ในฐานะเขตเศรษฐกิจที่เสรีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ฮ่องกงได้เผยด้านที่เปราะบางออกมาอย่างชัดเจน แต่สิ่งที่เราต้องการจะพูดก็คือ ทุกอย่างควรได้รับการแก้ไขภายใต้กรอบของกฎหมายและเพื่อการพัฒนา ต้องไม่แสดงออกในทางที่ผิดกฎหมายและต้องไม่ใช้ความรุนแรง ในหลักการ "หนึ่งประเทศ สองระบบ" ของฮ่องกงนั้น เราจะไม่ยอมให้มีกิจกรรมที่เป็นอันตรายต่ออำนาจอธิปไตยของประเทศ ไม่ยอมให้มีการท้าทายอำนาจของรัฐบาลกลางและอำนาจกฎหมายขั้นพื้นฐานของเขตปกครองพิเศษฮ่องกง และไม่ยอมให้ผู้ใดใช้ฮ่องกงเป็นฐานในการแทรกซึมและทำลายแผ่นดินใหญ่ นี่คือ 3 เรื่องที่ห้ามผู้ใดละเมิดโดยเด็ดขาด

                ข้อที่สอง ควรเฝ้าระวังปัจจัยเบื้องหลังแห่งความวุ่นวายในฮ่องกง

                มีข้อเท็จจริงและหลักฐานเพิ่มมากขึ้นที่แสดงให้เห็นว่าความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในฮ่องกงนั้น มีผู้นิยมความรุนแรงอยู่แถวหน้า มีชาวเมืองที่หลงเชื่อคำชักชวนอยู่กองกลาง แต่เบื้องหลังกลับมีกลุ่มอำนาจ “ต่อต้านจีนและปั่นป่วนฮ่องกง” ทั้งในและนอกฮ่องกงที่คอยสนับสนุนการใช้ความรุนแรง พวกเขากระจายข่าวลวง สร้างความแตกตื่น สร้างความเข้าใจผิดให้ผู้คน เป็นทั้งผู้ประสานงาน ผู้ให้คำแนะนำและผู้สนับสนุนกิจกรรมความรุนแรง ขัดขวางไม่ให้ตำรวจฮ่องกงจับกุมผู้กระทำผิดมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยอ้าง "ประชาธิปไตย" และ "เสรีภาพ" ที่ฟังดูสวยงาม นอกจากนี้ การที่สถานการณ์ในฮ่องกงทวีความรุนแรงขึ้นจนถึงทุกวันนี้ ยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับการแทรกแซงและการส่งเสริมของบางประเทศในตะวันตก ประเทศที่ว่านี้ ตั้งแต่ประธานาธิบดีถึงสมาชิกรัฐสภา จากเจ้าหน้าที่ระดับสูงถึงกงสุลในฮ่องกงต่างก็เคยแทรกแซงกิจการของฮ่องกงในหลายรูปแบบ ทั้งการพูดในที่สาธารณะ การให้ข้อเสนอและการพบปะหารือในเรื่อง "อิสรภาพของฮ่องกง" สิ่งนี้ขัดแย้งกับจุดยืนของพวกเขาเมื่อเกิดความวุ่นวายอย่างกว้างขวางในประเทศของเขาเอง ซึ่งพวกเขาไม่ลังเลที่จะประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและใช้กองทัพเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ว่า "ใช้ความรุนแรงก่อความวุ่นวาย" เราเชื่อว่าประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลายคงคุ้นเคยกับความจอมปลอมตีสองหน้าเช่นนี้ดี และพวกเขาจะอยู่ข้างจีนเพื่อต่อต้านพฤติกรรมนี้อย่างเด็ดขาด

                ดังที่ผู้เชี่ยวชาญฝ่ายต่างๆ กล่าวไว้ว่า เหตุการณ์เรียกร้องการแก้ไขกฎหมายในฮ่องกงได้แปรสภาพไปแล้ว โดยมีลักษณะที่เรียกว่า "การปฏิวัติสี" อย่างชัดเจน อำนาจที่ต่อต้านการพัฒนาของจีนเหล่านั้นต้องการเปลี่ยนฮ่องกงให้กลายเป็นสนามรบสำหรับเกมระหว่างประเทศ และเปลี่ยนฮ่องกงให้กลายเป็นฐานต่อต้านรัฐบาลกลาง และเป็นเครื่องมือในการชักนำประเทศจีน

                พรุ่งนี้อ่านต่อ...พร้อมประเด็นที่น่าวิเคราะห์. 


และแล้ว........... งานลงรักปิดทองนายกฯ ประยุทธ์ของฝ่ายค้าน เมื่อวาน (๑๘ ก.ย.๖๒) ก็ผ่านไป พร้อมสภาปิดสมัยประชุม

นวัตกรรม 'กล่องข้าวน้อยให้แม่'
ร้อยล้าน ‘ศรัทธาบริการ’ บิณฑ์
'สารอันตรายกับสายน้ำท่วม'
'เส้นทาง ๒ มิติ' รอ.ธรรมนัส
เฉพาะกับ "พระมหากษัตริย์"
ว่าด้วย 'บุญคุณและเอื้ออาทร'