‘บิ๊กตู่’แจงผู้ตรวจฯ ปมถวายสัตย์จบ27ส.ค./‘ชวน’บรรจุญัตติซักฟอกต้นกันยา.


เพิ่มเพื่อน    

  ผู้ตรวจการแผ่นดินได้รับคำชี้แจงถวายสัตย์ฯ ไม่ครบจาก "บิ๊กตู่" แล้ว ข้อมูลครบ 27 ส.ค.นี้น่าจะจบ ด้าน "ชวน" เผยกำหนดวันอภิปรายซักฟอกนายกฯ ได้ต้นเดือนหน้า เพราะจะปิดสมัยประชุมในวันที่ 18 ก.ย. ขณะที่พรรคฝ่ายค้านเชิญชวนรัฐบาลตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ  "เทพไท" ขานรับทันที

    นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวถึงการประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินในวันที่ 27 ส.ค. ที่จะมีการพิจารณากรณีนายกรัฐมนตรีกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 161 เข้าข่ายเป็นการกระทำขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ว่าขณะนี้ทางสำนักงานได้รับคำชี้แจงของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในกรณีดังกล่าวแล้ว อยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่ทำการสรุปประเด็น และจะเสนอให้ที่ประชุมได้พิจารณา
    เขากล่าวว่า เป็นดุลพินิจของผู้ตรวจว่าจะมีความเห็นหรือมีมติอย่างไร แต่ทั้งนี้ในเรื่องคำร้องเกี่ยวกับการถวายสัตย์ฯ ไม่ครบถ้วนนั้น นอกจากจะมีการร้องจากนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย นายอัยย์ เพชรทอง เลขาธิการองค์กรปกป้องพระพุทธศาสนาเพื่อสันติภาพ ที่ขอให้วินิจฉัยการกระทำดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองวินิจฉัยหรือไม่แล้ว ระหว่างที่ผู้ตรวจการแผ่นดินรอคำชี้แจงของนายกรัฐมนตรีนั้น เมื่อวันที่ 20 ส.ค. นายภาณุพงศ์ ชูรักษ์ นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ก็ได้ยื่นคำร้องขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาประเด็นเดียวกัน โดยขอให้ส่งเรื่องพร้อมความเห็นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย แต่นายภาณุพงศ์เห็นว่านอกจากนายกรัฐมนตรีถวายสัตย์ฯ ไม่ครบถ้วนอาจขัดรัฐธรรมนูญแล้ว ก็มีผลทำให้การกระทำในเวลาต่อมาของรัฐบาล 
 เช่น การตั้งคณะรัฐมนตรี การแถลงนโยบาย การโยกย้ายข้าราชการ เป็นโมฆะไปด้วย และตัวนายภาณุพงศ์ในฐานะประชาชนที่จะได้รับประโยชน์จากโครงการต่างๆ ที่รัฐบาลหรือรัฐมนตรีได้แถลงนโยบาย หรือให้คำมั่นสัญญาเมื่อเข้าปฏิบัติหน้าที่ในกระทรวงทบวงกรมต่างๆ ก็จะไม่ได้รับการปฏิบัติ ตามที่รัฐบาลหรือรัฐมนตรีระบุไว้ จึงถือว่าตนเองถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 213 ประกอบมาตรา 46 พ.ร.ป.วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 ระบุให้บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้มีสิทธิ์ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน และ พ.ร.บผู้ตรวจการแผ่นดิน 2560 มาตรา 22 ก็ให้ผู้ตรวจฯ มีหน้าที่และอำนาจอื่นตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายอื่น 
27 ส.ค.ได้ข้อยุติ
     นายรักษเกชากล่าวว่า แม้คำร้องดังกล่าวจะมีการร้องเสริมในเรื่องของการที่บุคคลถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพ ทางสำนักงานก็เห็นว่าสามารถที่จะนำคำร้องดังกล่าวเสนอผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาในคราวเดียวกันได้ เนื่องจากประเด็นที่ร้องนั้นมีความเชื่อมโยงกัน โดยเท่าที่ทราบจากเจ้าหน้าที่ ข้อมูลต่างๆ ที่ทางสำนักงานได้รับในขณะนี้ ถือว่าค่อนข้างครบถ้วนเพียงพอที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินในวันที่ 27 ส.ค.จะพิจารณาให้ได้ข้อยุติ น่าจะไม่ต้องมีการขอให้หน่วยงานใดชี้แจงอีก
      อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันดังกล่าว ที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินยังจะได้มีการพิจารณาคำร้องที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ร้องขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการที่นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา รวบรัดการประชุมสภาผู้แทนราษฎร และประชุมรัฐสภาเพื่อคัดเลือกนายกรัฐมนตรี เป็นการกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ด้วย
    นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงความชัดเจนของการบรรจุญัตติอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ พล.อ.ประยุทธ์ ว่าขั้นตอนต่อไปเมื่อตรวจสอบญัตติที่เสนอมาว่าถูกต้องตามข้อบังคับและกฎหมายแล้ว ก็จะจัดเตรียมบรรจุระเบียบวาระ ซึ่งตนได้คุยเป็นหลักการกับรองประธานสภาฯ แล้วว่าจะแยกเรื่องนี้ออกมา จัดวันอภิปรายเป็นกรณีพิเศษ 
    ประธานสภาผู้แทนฯ กล่าวว่า สำหรับการกำหนดวันนั้น ต้องขอเวลาประสานงาน เนื่องจากตามรัฐธรรมนูญกำหนดให้เป็นการซักถามและแนะนำ เมื่อซักถามก็ต้องมีคนตอบ ดังนั้น ต้องประสานกับทางรัฐบาลว่าพร้อมวันไหน ขณะนี้จึงยังไม่ได้กำหนดวันเวลา แต่ได้พูดคุยในเชิงหลักการกันแล้ว
    นายชวนเผยว่า สภาจะปิดสมัยประชุมในวันที่ 18 กันยายนนี้ ฉะนั้นวันที่จะกำหนดคงเป็นช่วงต้นเดือนกันยายน ส่วนในสัปดาห์นี้ ตั้งแต่วันที่ 25-30 สิงหาคม ตนคงยุ่งกับภารกิจการประชุมรัฐสภาอาเซียน แต่ฝ่ายญัตติก็จะเตรียมการเพื่อประสานกับรัฐบาลต่อไป 
    ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมเสนอญัตติตั้งกรรมาธิการศึกษาวิธีแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทางพรรคพลังประชารัฐจะเสนอตั้งด้วยหรือไม่ว่า รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนให้มีการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขณะนี้พรรค พปชร.ยังไม่มีแนวคิดในการจัดตั้งขึ้นเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ 
รัฐบาลเชิญซักฟอก
    ส่วนที่ฝ่ายค้านขอเปิดอภิปรายไม่ลงมติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กรณีการถวายสัตย์ฯ นั้น เป็นการดำเนินงานทางสภา กรอบที่สามารถทำได้ก็ต้องดำเนินไป ไม่มีอะไรพิเศษ ทำตามขั้นตอน
    เมื่อถามต่อถึงเสียงตอบรับในการที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เข้ามานั่งประธานยุทธศาสตร์พรรค นายสนธิรัตน์ตอบว่า ท่านก็เป็นผู้ใหญ่ เป็นความตั้งใจของท่านที่จะมาช่วยทำการเมือง พรรคก็ยินดีต้อนรับ ถือเป็นเรื่องที่ดีของพรรคพลังประชารัฐ
    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตรเปิดตัวเป็นประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐว่า แม้ช่วงเลือกตั้งพรรคพลังประชารัฐกับทหารจะลับลวงพรางกันไปบ้าง แต่การเปิดตัว พล.อ.ประวิตร ก็เป็นการตอกย้ำให้เห็นภาพของพรรคพลังประชารัฐเป็นเนื้อเดียวกันกับ คสช.มากขึ้น ถือว่าไม่เหนือความคาดหมาย ในไม่ช้าอาจจะได้เห็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เปิดตัวเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แต่อาจต้องรอให้ฝ่ามรสุมเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณ และปัญหาอุปสรรคที่ถาโถมต่างๆ ให้ได้เสียก่อน 
    นายอนุสรณ์กล่าวต่อไปว่า ถึงเวลาที่ พล.อ.ประวิตรจะได้สัมผัสชีวิตการเมือง แต่แค่เจอ 2 โจทย์แรก พล.อ.ประวิตรก็อาจไม่ได้เป็นผู้มีบารมีตัวจริง ทั้งการขอให้ 5 รัฐมนตรีของพรรคลาออกจาก ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพื่อแก้ปัญหารัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ ไม่ให้รัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.ต้องมาร่วมโหวตกรณีมีส่วนได้เสียจะทำให้หมดสิทธิ์ลงมติ แต่สุดท้าย 5 รัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐก็ไม่ยอมลาออก และยังออกมาแสดงความเห็นต่อต้าน พล.อ.ประวิตร ในขณะที่รัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์กับภูมิใจไทยเป็นพรรคร่วมเขายังยอมลาออกจาก ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพื่อช่วยแก้ปัญหารัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ รวมถึงการที่ พล.อ.ประวิตรออกมาเตือนนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. ไม่ให้แสดงพฤติกรรมกร่างใส่ตำรวจ ก็ไม่มีผลแต่อย่างใด เพราะนายสิระก็ยังคงแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมนั้นอย่างต่อเนื่อง 
    "แค่ 2 กรณีนี้ก็พอจะเป็นตัวชี้วัดบารมีของ พล.อ.ประวิตร ในพรรคพลังประชารัฐได้แล้วว่ามีมากน้อยแค่ไหน นักการเมืองในพรรคพลังประชารัฐเชื่อฟัง พล.อ.ประวิตร เหมือนกับตอนเป็น คสช.หรือไม่ ไม่รู้ว่า พล.อ.ประวิตรจะเข้ามาเป็นนักการเมืองให้เสียคนตอนแก่ทำไม" นายอนุสรณ์กล่าว
ฝ่ายค้านชวนแก้ รธน.
     นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงกรณีพรรคฝ่ายค้านเสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษา หลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ว่าอยากเชิญพรรคร่วมรัฐบาลว่าพรรคใดเคยมีนโยบายจะแก้ไขรัฐธรรมนูญและบอกประชาชนไว้ตอนหาเสียงเลือกตั้ง รวมถึงรัฐบาลที่เสนอนโยบายต่อรัฐสภาในข้อ 12 ว่าจะศึกษาแนวทางการแก้รัฐธรรมนูญ 
    "โอกาสนี้ควรมาร่วมมือกันดำเนินการ พรรคร่วมฝ่ายค้านไม่ได้ผลีผลามแก้ตามใจพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่อยากให้ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลได้มาศึกษาร่วมกันว่าหลักเกณฑ์และวิธีการใดจะเป็นที่ยอมรับของประชาชน และได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญที่ประชาชนมีส่วนร่วมแล้วให้การยอมรับทั้งประเทศ"
    นายสุทินกล่าวว่า วิธีนี้เท่านั้นจะเป็นทางออกที่ดีของประเทศได้ เนื่องจากรัฐธรรมนูญปัจจุบันมีจุดอ่อนสำคัญคือการขาดการมีส่วนร่วม และถูกเขียนในบรรยากาศที่ประชาชนไม่มีเสรีภาพ จะเกิดปัญหาข้อปฏิบัติต่างๆ ที่ประสบอยู่ในขณะนี้ 
    นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวว่า เรื่องนี้ทางในสภาได้ยื่นญัตติไปแล้ว เป็นการยื่นญัตติหาวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สำเร็จ เนื่องจากรัฐธรรมนูญปัจจะบันมีข้อกำหนดไว้หลายมาตรา เลยต้องศึกษาว่าถ้าจะทำให้สะดวกและประสบความสำเร็จควรทำอย่างไรก่อนหลัง     
    เขาบอกว่า การผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญในสภาอย่างเดียวโอกาสสำเร็จจะยาก จึงจะดำเนินการพร้อมกันกับการให้ความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนเกี่ยวกับปัญหาของรัฐธรรมนูญปี 60 เพื่อให้เกิดความเห็นร่วมกันว่าต้องแก้ ถ้าประชาชนเห็นด้วยจะทำให้การแก้ไขสะดวกมากขึ้น ทั้งรัฐบาลและ ส.ว.จะได้จับมือกันแก้รัฐธรรมนูญในบทบัญญัติที่ยังไม่เห็นว่าเป็นประชาธิปไตยเพียงพอ เช่น เรื่องสิทธิเสรีภาพความเป็นประชาธิปไตย เช่น การเลือกนายกฯ ต้องยึดโยงกับประชาชน แต่ปัจจุบัน ส.ว. 250 คนมีส่วนในการเลือกนายกฯ เรื่องยุทธศาสตร์ชาติ 20 ที่พรรคการเมืองจะคิดนอกกรอบในการพัฒนาประเทศลำบาก ทั้งที่วันนี้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เป็นต้น และเรื่องสิทธิเสรีภาพประชาชาชนที่ต้องการให้ขยายมากขึ้น  
         นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ต้องเป็นรัฐธรรมนูญของประชาชน 7 พรรคฝ่ายค้านเป็นเพียงผู้ริเริ่ม ดังนั้นการแก้ไขต้องให้ทั้งพรรคฝ่ายค้านและรัฐบาลเข้ามามีส่วนร่วม รวมถึงองค์กรเอกชน ประชาชน นักวิชาการ และสื่อมวลชน ก็ต้องเข้ามามีส่วนร่วมด้วยเช่นกัน เพราะรัฐธรรมนูญเป็นของทุกคนในประเทศจึงต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไข การจะสำเร็จหรือไม่จึงขึ้นอยู่กับประชาชน ไม่ใช่แค่ฝ่ายการเมือง 
"เทพไท"เอาด้วย
    นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตามที่พรรคประชาธิปัตย์เคยให้คำมั่นสัญญากับประชาชนเรื่องเงื่อนไขการเข้าร่วมรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ 3 ข้อ คือ 1.นโยบายประกันรายได้เกษตรกร 2.แก้ไขรัฐธรรมนูญ 3.ปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันนั้น ตอนนี้รัฐมนตรีของพรรคได้ผลักดันนโยบายประกันรายได้เกษตรกรได้เป็นผลสำเร็จในเรื่องประกันราคาปาล์ม กก. 4 บาท ยางพารา กก.ละ 60 บาท และประกันรายได้ข้าว ตันละ 10,000-15,000 บาท ซึ่งอยู่ในขั้นตอนเพื่อขอมติ ครม.เท่านั้น
          ส่วนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งได้บรรจุเป็นนโยบายเร่งด่วนข้อ 12 ของรัฐบาลนั้น ส่วนตัวเห็นว่า เราสามารถขับเคลื่อนไปพร้อมๆ กับการแก้ไขปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชนได้ และเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ละเลยต่อเงื่อนไขการเข้าร่วมรัฐบาลของพรรค 
    "ผมจะนำเสนอประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่ที่ประชุม ส.ส.ของพรรคในสัปดาห์หน้า เพื่อให้ที่ประชุมของพรรคพิจารณา มีมติยื่นญัตติด่วน เพื่อตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาปัญหา และหาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยตามหลักสากลโดยเร็วด้วย ส่วนการจะบรรจุเข้าวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อไหร่ ขอให้เป็นดุลพินิจของประธานสภาฯ ที่จะพิจารณาต่อไป"
          นายเทพไทกล่าวต่อว่า สำหรับเงื่อนไขการปราบปรามหรือการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันนั้น ทางพรรคไม่เคยละเลย ได้กำชับให้สมาชิกพรรคทุกคนที่เข้ารับตำแหน่งทางการเมือง จะต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต โดยเคร่งครัด และสมาชิกพรรคทุกคนจะต้องมีหน้าที่ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน และรัฐบาลต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค ไม่เลือกปฏิบัติ หรือทำงานแก้ปัญหาแบบลูบหน้าปะจมูกอย่างเด็ดขาด จึงขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า พรรคประชาธิปัตย์จะยึดถือคำมั่นสัญญาที่ให้แก่พี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ จะเร่งผลักดันนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ข้อ 4, ข้อ 8, ข้อ 12 ที่เป็นข้อเสนอของพรรคให้สำเร็จ และมีผลในทางปฏิบัติโดยเร็วที่สุด.
 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.