'ต่อให้หลี่ เสียนหลงก็เอาไม่อยู่'


เพิ่มเพื่อน    

      นายกฯ ประยุทธ์ จันทร์โอชาบ่นกับเด็กนักเรียนที่เข้าพบที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อสัปดาห์ก่อนตอนหนึ่งว่า

      "เคยมาเยี่ยมทำเนียบรัฐบาลหรือยัง อยากให้ไปเยี่ยมชม วันหน้าจะได้มาเป็นนายกฯ ถ้าไหวก็ช่วยนายกฯ หน่อย เพราะประเทศไทยต่อให้หลี่ เสียนหลง (นายกฯ สิงคโปร์) ก็เอาไม่ไหว หากความเกลียดชังยังอยู่ ประเทศไทยจะเดินต่อไปไม่ได้ โดยเฉพาะความพยายามที่จะให้รัฐบาลเป๋ไปเป๋มา..."

      ฟังแล้วไม่แน่ใจว่าท่านนายกฯ ต้องการจะส่งสัญญาณว่าอย่างไร แต่คงหมายความว่าประเทศไทยนี้ปกครองยากจริงๆ แม้จะเอาผู้นำสิงคโปร์ที่ได้ชื่อว่ามีความสามารถในการสร้างประเทศชาติให้อยู่แถวหน้าได้มาปกครองก็คงทำให้ประเทศไทยดีขึ้นไม่ได้

      วันไหนมีโอกาสผมจะมาวิเคราะห์เปรียบเทียบนายกฯ สิงคโปร์กับนายกฯ ไทยว่าอยู่ในสภาวะที่เหมือนและแตกต่างกันอย่างไร

      แต่สำหรับวันนี้ต้องบอกว่า แม้แต่นายกฯ หลี่ เสียนหลงก็ยังเหนื่อยกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่ตกต่ำ เพราะการปรับตัวเลขคาดการณ์อัตราโตทางเศรษฐกิจของเกาะแห่งนี้ล่าสุดอาจจะทำเอาตกใจกันเลยทีเดียว

      เหตุเพราะกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมสิงคโปร์เผยตัวเลขเศรษฐกิจประจำไตรมาส 2 ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ขยายตัว 0.1% ต่ำกว่า 1.1% ในไตรมาส 1

      สำนักข่าวรอยเตอร์สำรวจไว้ถ้าเทียบกันปีต่อปีถือว่าต่ำสุดนับตั้งแต่ไตรมาส 2 ของปี 2552 ที่ตอนนั้นจีดีพีลดลง 1.2%

      ถ้าปรับตัวเลขเป็นรายปี จีดีพีเดือน เม.ย.-มิ.ย.หดตัวลง 3.4% จากไตรมาสก่อนหน้า

      นี่ย่อมถือว่าเป็นการหดตัวรายไตรมาสที่หนักหน่วงที่สุดในรอบเกือบ 7 ปี

      เพราะหากย้อนกลับไปไตรมาส 3 ปี 2555 ตัวเลขจีดีพีลดลง 4.1% จากไตรมาสก่อนหน้า

      ช่วงนั้นก็ทำเอาแตกตื่นไปทั้งเกาะแล้ว

      ตัวเลขปีนี้ของสิงคโปร์ที่ผู้บริหารสิงคโปร์แสดงความเป็นห่วงมากคือ ภาคการผลิตที่หดตัวลง 3.8%  จากปี 2561 และหดตัว 0.4% จากไตรมาส 1

      ที่เขากังวลเป็นพิเศษคือ การผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งต้องถือว่าเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจสิงคโปร์เลยทีเดียว

      ปรากฏว่าการผลิตสินค้าประเภทนี้ในช่วงสองปีที่ผ่านมาถดถอยอย่างต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกัน ว่าเฉพาะเดือนพฤษภาคมการส่งออกลดลงมากที่สุดในรอบกว่า 3 ปีทีเดียว

      ความจริงร่องรอยของข่าวร้ายก็เริ่มจะมีให้เห็นก่อนหน้านี้แล้ว เพราะรัฐบาลสิงคโปร์เปรยเอาไว้แล้วว่าเห็นทีจะต้องมีการทบทวนตัวเลขจีดีพี 2562 ที่เดิมตั้งเอาไว้ที่ 1.5%-2.5%

      นักวิเคราะห์หลายสำนักที่นั่นถึงกับพยากรณ์ว่า ถ้าคิดว่าปีนี้แย่อาจจะเป็นแค่เผาหลอก ปี 2563  อาจได้เห็นภาพ "เผาจริง" กันทีเดียว

      หนีไม่พ้นว่าเมื่อเศรษฐกิจทำท่าซบเซา นักวิเคราะห์ก็เริ่มเก็งกันว่าธนาคารกลางอาจผ่อนคลายนโยบายการเงินที่อิงอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน

      จะเดินหน้าอย่างไรในเรื่องนี้ก็ต้องคอยดูผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินครั้งหน้าที่จะมีขึ้นในเดือนตุลาคม

      ย้อนไปดูปีที่แล้วจะเห็นว่า ธนาคารกลางสิงคโปร์พยายามกำกับนโยบายการเงินอย่างเคร่งครัดถึงสองครั้ง เหตุผลเป็นเพราะต้องการจะไม่ให้มีการดันราคาสินค้าขึ้นมากนัก ทำให้เกิดอาการสกุลเงินแข็งค่า เป็นการขันนอตนโยบายครั้งแรกในรอบ 6 ปี

      ในคำแถลงวันชาติปีนี้ นายกฯ หลี่ เสียนหลงยอมรับว่าสภาวะเศรษฐกิจของประเทศกำลังเผชิญกับแรงกดดันหลายๆ อย่าง และส่วนสำคัญเกิดจากผลพวงของสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ

      ฟังถ้อยแถลงของนายกฯ สิงคโปร์วันนั้น ก็รู้ว่ารัฐบาลไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อรักษาภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจให้ได้

      ดังนั้นที่นายกฯ ประยุทธ์บอกเด็กนักเรียนไทยว่า แม้ให้นายกฯ สิงคโปร์มาบริหารประเทศไทยก็อาจจะเอาไม่อยู่จึงอาจจะสอดคล้องกับสถานการณ์วันนี้

      ผมแอบได้ยินเด็กกระซิบถามเพื่อนว่า

      "แล้วถ้านายกฯ ไทยไปบริหารสิงคโปร์ล่ะ เอาอยู่ไหม?"

      เงียบฉี่เลยครับ! โชคดีที่ไม่มีใครได้ยิน เพราะเป็นคำถามที่ผมจินตนาการขึ้นมาเอง.


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.