อวสานแห่งความเป็น ‘ข้อยกเว้น’ ของอเมริกา!


เพิ่มเพื่อน    

               เมื่อเร็วๆ นี้มีการส่งคลิปและเนื้อหาของบทความเรื่อง "จุดจบของความเป็นผู้อยู่เหนือชาวบ้านของอเมริกา" (คำแปลตามความเข้าใจของผมเอง) ที่น่าสนใจสำหรับคนทั้งโลก

                เพราะเจ้าของความคิดนี้เป็นอาจารย์คนดังเสียด้วย

                บทความนี้ชื่อภาษาฝรั่งว่า The End of American Exceptionalism ซึ่งอาจารย์เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง แปลว่า

                "จุดจบการเป็นมหาอำนาจเหนือกฎหมายโลกของอเมริกา"

                โดย Professor Jeffery Sachs แห่งมหาวิทยาลัย Columbia

                คำว่า Exceptionalism มาจาก Exception ซึ่งหมายถึง "ข้อยกเว้น"

                แปลว่าอเมริกาคิดว่าตัวเองเป็นประเทศพิเศษกว่าคนอื่น ใครทำอะไรบางอย่างไม่ได้ แต่อเมริกาทำได้

                เพราะอเมริกาถือว่าตัวเองเป็น "ข้อยกเว้น" จากกติกาทั้งหลายทั้งปวง

                คนอื่นสร้างอาวุธนิวเคลียร์ อเมริกาโวยวายว่าเป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพโลก แต่ตัวเองสร้างได้

                คนอื่นจะพิมพ์เงินออกใช้ต้องมีทองคำเป็นหลักประกัน แต่อเมริกาปั๊มเงินเองได้โดยไม่ต้องมีทองคำค้ำแต่อย่างใด

                ผมชอบที่อาจารย์เจิมศักดิ์สรุปประเด็นของความเห็นนี้ให้เข้าใจได้ง่าย

                อาจารย์บอกว่าประเด็นหลักของเรื่องนี้คืออย่างนี้

                Exceptionalism = การเป็นประเทศเหนือกฎหมายโลก หรือประเทศที่ไม่ปฏิบัติตามกติกาโลก หรือมาตรฐานกฎเกณฑ์ หรือตามที่ทั่วโลกปฏิบัติตามปกติทั่วไป

                -อเมริกาคิดว่าตัวเองยังเป็นที่หนึ่ง เป็นผู้นำที่สามารถสั่งให้ประเทศอื่นๆ ทำตาม โดยเฉพาะหลังจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียต

                -ตัวเองมีประชากรแค่ 4.5% ของโลก แต่คิดจะควบคุมประชากรอีก 95.5%

                -นโยบายต่างประเทศที่ใช้การข่มขู่ให้ประเทศอื่นๆ ทำตามด้วยการบีบคั้นทางการค้า ทำให้ถูกรังเกียจไปทั่วโลก

                -มีฐานทัพมากกว่า 700 แห่งทั่วโลก

                สงครามตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อไม่รู้จบ ทำลายเศรษฐกิจตัวเอง

                -ไม่เคยมีการพัฒนา Infrastructure ภายในประเทศมามากกว่า 30 ปี

                ไม่มีรถไฟความเร็วสูง ไม่ปรับปรุงระบบราง ล้าหลังกว่าจีน ญี่ปุ่น ยุโรป

                -การเมืองภายในมีการแตกแยกขัดแย้ง ทำอะไรแทบไม่ได้ (เหมือนประเทศไทย) ความคิดเป็นไปตามแนวของพรรค ไม่ใช่เพื่อประเทศ

                -ต้องการหยุดไม่ให้จีนเติบโตขึ้นมาเทียบเท่า แทนที่จะร่วมมือกันพัฒนาโลกให้ดีขึ้น

                -จีนกำลังเติบโต สายเกินไปที่จะหยุดยั้ง ประเทศอื่นๆ ก็กำลังเจริญขึ้น การค้าในอนาคตจะไม่ต้องพึ่งตลาดอเมริกัน

                -สรุปคืออเมริกากำลังดำเนินการผิดพลาด สร้างศัตรู ทำลายตัวเอง ทรัมป์ไม่มีนโยบายที่แน่นอนระยะยาว เปลี่ยนไปมาตามอารมณ์ (หรือตามผลประโยชน์ที่ตัวเองจะได้-เพราะมีสันดานนักธุรกิจนำมาใช้มาปกครองประเทศ)

                สงครามการค้ากับจีนจะยืดเยื้อไปอีก เพราะตอนนี้มันกลายเป็นเรื่องส่วนตัวที่ทรัมป์ต้องการเอาชนะจีน (แพ้ไม่เป็น) เงินหยวนกำลังเข้ามามีบทบาทในระดับนานาชาติ เงินดอลลาร์กำลังเสื่อม อเมริกาอาจจะเข้าตาจน มีอยู่สองทางเลือกคือ

                -ทางเลือกที่หนึ่ง ทำสงครามโลก ล้างหนี้สินเพื่อทำลายจีน

                แต่ทุกประเทศตระหนักดีว่ามันคือการฆ่าตัวตาย ทุกประเทศพังราบคาบ คนตายเป็นเบือ แถมกัมมันตภาพรังสีที่หลงเหลือจะฆ่าชีวิตคนไปอีกหลายสิบปี

                -ทางเลือกที่สอง อเมริกาเปลี่ยนนโยบาย เปลี่ยนตัวประธานาธิบดีและผู้นำสุดโต่ง เจรจากับจีนเพื่อสร้างสันติภาพในโลก

                ทางเลือกที่สองมีทางเป็นไปได้

                อาจารย์เจิมศักดิ์หยอดท้ายไว้ว่า

                "อ่านเกมการเมืองโลกเอาสนุกๆ เพราะจะมีผลกระทบต่อไทยแน่ๆ ประเทศมหาอำนาจบางครั้งก็หลงทาง เหมือนกับนักการเมืองเมื่อมีอำนาจก็มักจะคิดว่าทำอะไรก็ได้"

                แต่การสิ้นสุดของ "ความเป็นข้อยกเว้น" ของสหรัฐฯ มีความสำคัญไม่น้อยต่อ "สมการดุลยภาพแห่งอำนาจโลก" หรือที่เรียกว่า balance of power

                จึงเป็นหัวข้อที่คนไทยทุกคนต้องสนใจ และที่รัฐบาลไทยต้องศึกษาวิจัยเพื่อวางยุทธศาสตร์ให้สอดคล้องกับผลประโยชน์ของประเทศอย่างจริงจัง

                เพราะนี่คือศตวรรษของเอเชียแล้ว!

 


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"