รัฐบาล​ฟุ้งสัญญาณการค้า-การลงทุนของประเทศเริ่มฟื้น​


   

8 ก.ย. 2562 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงถึงการทำงานของรัฐบาลในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าเป็นการส่งสัญญาณถึงโอกาสทีเพิ่มขึ้นของการลงทุนจากต่างประเทศ และการขยายตลาดการค้าในระดับภูมิภาคและระหว่างภูมิภาคมีความชัดเจนมากขึ้น ดังเห็นได้จากเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา การมาเยือนของประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเกาหลีนำไปสู่การลงนามระหว่างรัฐบาล 6 ฉบับ ประกอบด้วยความร่วมมือด้านการจัดการทรัพยากรน้ำ การลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย การขนส่งคมนาคม การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ การคุ้มครองข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ตามด้วยระหว่างสัปดาห์ก็เป็นวาระของการแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันของกลุ่มประเทศอาเซียน และระหว่างอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา คือ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์  ซึ่งวาระหลักคือการพยายามแก้ไขข้อขัดแย้งเพื่อบรรลุข้อตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจระดับภูมิภาคหรืออาร์เซ็ปที่อาจเกิดขึ้นปลายปีนี้ 

และในเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียน ได้มีการลงนามในข้อตกลงยอมรับร่วมผลการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานความปลอดภัยของยานยนต์และชิ้นส่วนของอาเซียน รวมถึงข้อตกลงว่าด้วยกลไกระงับข้อพิพาทด้านเศรษฐกิจของอาเซียนฉบับปรับปรุง ยังมีข้อตกลงร่วมอีกหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับการแสดงเจตนารมย์ร่วมเช่น การอำนวยความสะดวกทางการค้าแบบไร้รอยต่อ การเป็นศูนย์กลางด้านอุตสาหกรรมยุค4.0 การปรับปรุงข้อบทว่าด้วยระเบียบวิธีปฏิบัติด้านนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า มากไปกว่านั้น ทางกระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมไปเปิดการเจรจาการค้ากับอินเดียช่วงปลายเดือนนี้ มีเป้าหมายขยายการส่งออกสินค้าเกษตร เช่น  ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง มากไปกว่านั้นทางกระทรวงฯกำลังดำเนินการฟื้นฟูความตกลง FTA ไทย-สหภาพยุโรป และเตรียมเข้าร่วมการตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจเอเซียแปซิฟิก

และเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ครม.เศรษฐกิจได้เห็นชอบแพ็กเกจเร่งรัดการลงทุนและรองรับการย้ายฐานการผลิตสืบเนื่องจาการผลกระทบสงครามการค้า(จีน-สหรัฐ) ซึ่งประกอบด้วยหลายด้าน เช่น การลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลที่เพิ่มขึ้นสำหรับโครงการที่มีเงินลงทุนจริงอย่างน้อย 1,000ล้านบาท การแก้กฏระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย การอนุญาตให้นักลงทุนนำค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมที่เข้าข่าย Advanced Technologyไปลดหย่อนภาษีเพิ่มได้ มากไปกว่านั้น ครม.เศรษฐกิจยังให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เตรียมจัดหาพื้นที่รองรับการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติแต่ละประเทศโดยเฉพาะ (จีน เกาหลี ไต้หวัน) ซึ่งทั้งหมดนี้จะเสนอให้ครม.พิจารณาในวันอังคารที่10 ก.ย.

น.ส.รัชดา กล่าวอีกว่า การดำเนินการในรอบสัปดาห์เป็นความตั้งใจของรัฐบาลในการเปิดช่องทางและวางรากฐานเพื่อการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ  รัฐบาลได้เร่งเดินหน้าในทุกทางที่จะเพิ่มโอกาสของประเทศทั้งด้านการค้าและการลงทุน และสิ่งที่ได้ทำควบคู่กันไปคือการพัฒนากำลังคนให้มีศักยภาพสอดคล้องกับอุตสาหกรรมในยุค4.0 และส่งเสริมเอกชนให้มีความเชี่ยวชาญในการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ผ่านการดำเนินงานของหลายกระทรวงร่วมมือกัน ประกอบด้วย กระทรวงการอุดมศึกษาฯ กระทรวงศึกษา กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรฯ อย่างไรก็ตามอยากให้ประชาชนและเอกชนติดตามนโยบายและมาตรการต่างๆของรัฐบาลเพื่อจะได้ไม่เสียโอกาส และใช้โอกาสให้เกิดประโยชน์สูงสุด