'สี จิ้นผิง' จะขอให้ 'แจ็ก หม่า' ทำอะไรหลังเกษียณ?


   

            Jack Ma ผู้ก่อตั้ง Alibaba เกษียณอายุและวางมืออย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา

เขาเคยบอกผมว่าชีวิตที่เหลือจะขอกลับไปเป็นครู

                เพราะเขาเชื่อว่าท้ายที่สุดแล้ว ประเทศจีนจะก้าวหน้าพัฒนาต่อไปได้ก็ต้องเอาการศึกษาของเยาวชนเป็นหลัก

                น่าสนใจว่าวันที่เขาประกาศเกษียณจากตำแหน่งประธานบริหารของอาลีบาบานั้น นอกจากจะเป็นวันเกิดของเขาแล้วก็ยังเป็น "วันครูแห่งชาติ" ของจีนอีกด้วย

                วันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมาเป็นวันครบรอบ 20 ปีของการก่อตั้ง Alibaba พอดิบพอดี

                สำหรับใครที่ก่อตั้งธุรกิจของตัวเองมาเพียง 20 ปีและสามารถเกษียณตัวเองได้ขณะที่บริษัทยังรุ่งเรืองอยู่นั้น ต้องถือว่าเป็นความสำเร็จอย่างใหญ่หลวง

                ไม่ว่าใครจะชอบเขาหรือไม่ หรือระแวงคลางแคลงในเจตนาของเขาทางธุรกิจในประเทศไทยหรือไม่เพียงใด ตำนานการก่อตั้งอาลีบาบาของครูต่างจังหวัดคนหนึ่งอย่างแจ็ก หม่าย่อมเป็นการเขียนตำนานระดับโลกได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ

                เขาประกาศจะเกษียณมาหนึ่งปีล่วงหน้า และถึงวันเกิดปีนี้ที่เคยประกาศไว้ล่วงหน้า ทีมประชาสัมพันธ์ของอาลีบาบาจึงพาเขากลับไปยังอพาร์ตเมนต์ Hupan Garden ที่ซึ่งเขากับเพื่อนๆ 17 คนร่วมกันก่อตั้งอาลีบาบาเมื่อ 20 ปีก่อน

                อพาร์ตเมนต์แห่งนี้ได้ถูกประกาศเป็น "พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์" (sacred space) ของบริษัทด้วย

                ทุกวันนี้อาลีบาบายังใช้บริการของ Hupan Garden เป็นสำนักงานอยู่

                ทีมผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ในยุคหลังไม่ว่าจะเป็น Taobao, DingTalk หรือ Alimama จะย้ายเข้ามายังสำนักงานแห่งนี้ในช่วงใกล้เปิดตัวเพื่อให้ "ซึมซับ" จิตวิญญาณของยุคก่อตั้ง

                คนรุ่นใหม่จะได้เรียนรู้บรรยากาศการถกแถลงของผู้ร่วมก่อตั้งตั้งแต่ก่อนวันแรกของอาลีบาบา เพราะแม้ทุกอย่างเปลี่ยนไป แต่ "จิตดั้งเดิม" แห่งการรังสรรค์สิ่งใหม่ๆ ท่ามกลางความท้าทายและความไม่แน่นอนยังคงต้องฝังรากเอาไว้ ณ ที่ก่อกำเนิดขององค์กร

                คนที่จะมาดำรงตำแหน่งประธานของอาลีบาบาแทน Jack Ma คือ Daniel Zhang ซีอีโอคนปัจจุบันของอาลีบาบา ซึ่งต้องถือว่าเป็นมือขวาที่ฝึกและเรียนรู้วิทยายุทธ์จากผู้ก่อตั้งมาอย่างโชกโชนผ่านการทดสอบทุกขั้นตอนมาแล้ว

                แจ็ก หม่าเคยประกาศเอาไว้ว่า เขาต้องการให้ทุกคนในองค์กรของเขาได้รับรู้ว่า

                "อาลีบาบาไม่ได้หมายถึงแจ็ก หม่า แต่แจ็ก หม่าจะเป็นส่วนหนึ่งของอาลีบาบาตลอดไป"

                แจ็ก หม่าเป็นเศรษฐีอันดับหนึ่งของจีน มีความผูกพันกับการเมืองระดับชาติและประธานาธิบดีสี จิ้นผิงอย่างปฏิเสธไม่ได้

                เขาประกาศว่าได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีนแล้วหลายปี ซึ่งนั่นย่อมหมายความว่าแจ็ก หม่าเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ระดับโลกของจีน

                น่าสนใจเช่นกันว่า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ประท้วงต่อเนื่องที่ฮ่องกงนั้น แจ็ก หม่าไม่ได้แสดงจุดยืนชัดเจนต่อเรื่องนี้แต่อย่างใด

                แต่หนังสือพิมพ์ South China Morning Post ที่เขาเป็นเจ้าของได้พยายามทำหน้าที่รายงานข่าวว่าด้วยวิกฤติฮ่องกงอย่างระมัดระวัง ไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกล่าวหาว่าโอนเอียงไปข้างใดข้างหนึ่งจนเสียรังวัด

                คงได้บทเรียนจากสายการบิน Cathay Pacific ของฮ่องกงที่ตกอยู่ในฐานะลำบาก

                ฝ่ายจีนและรัฐบาลปักกิ่งมองว่า สายการบินนี้ตั้งแต่เริ่มการประท้วงก็ทำท่าจะเห็นอกเห็นใจฝ่ายตรงกันข้ามกับรัฐบาล เพราะซีอีโอที่เป็นฝรั่งยืนยันว่าพนักงานทุกคนมีสิทธิ์ในการแสดงความเห็นทางการเมืองของตนอย่างอิสระ

                แต่เมื่อถูกปักกิ่งบีบหนักทำให้ซีอีโอคนนั้นลาออก ผู้บริหารใหม่เปลี่ยนนโยบายกระโดดมาอยู่ข้างปักกิ่ง หลังจากรัฐบาลจีนห้ามพนักงานของสายการบินแห่งนี้ที่ไปร่วมการประท้วงหรือแสดงความเห็นอกเห็นใจฝ่ายต่อต้านรัฐบาลเดินทางเข้าจีน

                วันนี้คนทำงานใน Cathay Pacific บอกว่าตกที่นั่งลำบาก ฝ่ายรัฐบาลฮ่องกงและจีนมองว่าเขาอยู่ข้างผู้ประท้วง แต่ผู้ประท้วงบางคนก็รังเกียจหาว่าโอนเอียงไปอยู่กับผู้มีอำนาจเสียแล้ว!

                แจ็ก หม่าบอกว่าจะใช้ชีวิตหลังเกษียณกลับไปสอนหนังสือ และส่งเสริมให้โรงเรียนในชนบทของจีนยกมาตรฐานขึ้นมาให้ได้

                แต่ผมไม่เชื่อว่าแกจะกลับไปสอนหนังสืออย่างเดียว เพราะสังเกตจากวิธีคิดและแสดงออกของเขาในเวทีระหว่างประเทศ แจ็ก หม่าคงจะถูกสี จิ้นผิงขอให้ช่วยรัฐบาลจีนที่กำลังเผชิญกับความท้าทายมากมายหลายประการ

                ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสงครามการค้ากับสหรัฐฯ หรือประเด็นวิกฤติฮ่องกง และก้าวย่างใหม่ๆ ของจีนในเวทีระหว่างประเทศ

                มีหรือที่มังกรยักษ์จะยอมให้แจ็ก หม่าหลบไปสอนหนังสืออยู่หลังฉาก ขณะที่สี จิ้นผิงกำลังเหนื่อยกับการต้องทำศึกกับมหาอำนาจและ "หอกข้างแคร่" อย่างฮ่องกงและไต้หวันอย่างดุเดือดในอีกหลายปีข้างหน้า?

 


ผมผิดอะไร?...........ฟัง "ทอน" แถลงข่าวก็ได้ข้อสรุปไม่ใช่เรื่อง "อยู่เป็น" หรือ "อยู่ไม่เป็น" แล้วล่ะ        อยู่ไปก็ไลฟ์บอยซะมากกว่า 

"ทอน-บุตร" ประเทศกูมี
"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา
คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว