หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ ชี้ EEC ลงทุนดี แต่ไม่ดีเพราะรัฐบาลมาจากรธน.ฉบับ60


   

21 ก.ย. 62 - ที่จ.ชลบุรี นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ กล่าวในงานเสวนาหลากมุมมองโครงการ อีอีซี กับการมีชีวิต กฏหมายและรัฐธรรมนูญที่ดี ในกิจกรรมฝ่ายค้านเพื่อประชาชน ถึงการพัฒนาโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ว่า 1. EEC วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาต่อยอดเศรษฐกิจภาคตะวันออก จากเดิม เพื่อส่งเสริม SME ให้เจริญเติบโต การพัฒนาเศรษฐกิจเป็นสิ่งที่ดี แต่สิ่งที่ต้องไม่ลืมคือผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมและชุมชน อย่าให้กฎเกณฑ์ที่กำหนดทำลายชุมชน และแหล่งท่องเที่ยว มีข้อมูลหนึ่งที่ควรพิจารณา เมื่อมีโครงการ EEC เกิดขึ้น คือ ราคาอสังหาริมทรัพย์ประเภทอาคารชุด ในชลบุรีเป็นขาลง ซึ่งคอนโดเหล่านี้ลูกค้าคือต่างชาติ ประมาณ 49 % ตอนนี้มีแต่ต่างชาติประกาศขายทำให้ราคาตลาดเป็นขาลง มีอาคารชุดแห่งหนึ่งเป็นอาคารที่ชาวยุโรปซื้อไว้ เพื่อมาพักผ่อนช่วงฤดูร้อน ตอนนี้ประกาศขายเกิน 50 % ระวังโครงการ EEC จะกลายเป็นเอื้อประโยชน์ให้ SME ต่างชาติ มาแสวงหาประโยชน์และมาทำลายทรัพยากร แต่ไล่นักท่องเที่ยวคุณภาพสูงอย่างกลุ่มยุโรปออกจากประเทศ

2. สิทธิประโยชน์ที่ภาครัฐมอบให้นักลงทุนในโครงการนี้ ต้องพิจารณาให้ดีว่าโครงการที่มาขอสิทธิประโยชน์เป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนในพื้นที่ มากกว่าสิทธิประโยชน์ที่ประเทศและชุมชนในพื้นที่ต้องเสียไปหรือไม่ ซึ่งเนื้อหาสิทธิประโยชน์การลงทุนใน EEC มีรายละเอียดต่างๆ มากมายที่ต้องเกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตของประชาชน

นายสงคราม กล่าวถึงสิทธิประโยชน์การลงทุนใน EEC ประกอบด้วย (1) ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับบางกิจกรรมได้นานสูงสุด 13 ปี อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมการลงทุน (2) ยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับ เครื่องจักร วัตถุดิบ ที่นำเข้ามาผลิตเพื่อส่งออก และของที่นำเข้ามาเพื่อการวิจัยและพัฒนา (3) เงินสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการลงทุน การวิจัย และพัฒนาการส่งเสริมนวัตกรรม หรือการพัฒนาบุคลากรเฉพาะด้านของกิจการในอุตสาหกรรมเป้าหมาย (4) อนุญาตให้ถือกรรมสิทธิ์ ที่ดินเพื่อประกอบกิจการที่ได้รับการส่งเสริม (5) สิทธิ์การเช่าที่ดินราชพัสดุ ถึง 50 ปี และสามารถพิจารณาต่ออายุอีก 49 ปี (6) อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 17% ต่ำสุดในอาเซียน สำหรับผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญ หรือนักวิจัย ที่มีคุณสมบัติตามที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนดในกิจการที่ได้รับการส่งเสริมตามกฎหมายว่าด้วยการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย หรือกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน (7) ระบบ One-stop Service อำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุนให้บริการข้อมูลข่าวสารการขออนุญาตที่เกี่ยวข้องกับการประกอบการการค้าการส่งออกนำเข้าในจุดเดียว (8) วีซ่าทำงาน 5 ปี เพื่อดึงดูดนักลงทุน ผู้เชี่ยวชาญ และนักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลก

นายสงคราม กล่าวต่อไปว่า 3. โครงการ EEC เป็นการลงทุนที่ดีและใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก และงบประมาณเหล่านี้คืองบประมาณที่มาจากภาษีประชาชนคนทั้งชาติที่นำมาใช้เป็นงบประมาณในการลงทุน แต่การที่ให้กลุ่มผู้ปกครองหรือรัฐบาลที่มาจากรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้คำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของประชาชน ย่อมไม่เป็นผลดีต่อประชาชนทั้งชาติที่ร่วมกันลงทุนในโครงการนี้ รัฐธรรมนูญที่ดีจะต้องเป็นรัฐธรรมนูญ ที่มาจากประชาชน เป็นของประชาชน และเพื่อประชาชน จึงจะเป็นรัฐธรรมนูญที่ประชาชนทั้งชาติได้รับประโยชน์สูงสุด หากรัฐธรรมนูญถูกเขียนขึ้นโดนกลุ่มบุคคลย่อมยึดโยงกับผลประโยชน์ของกลุ่มบุคคลนั้นๆ ซึ่งกระบวนการแบบนี้คือการทำให้ประชาชนเสียประโยชน์ หรือพูดง่ายๆ คือประชาชนโดนกดขี่จากกลุ่มบุคคลนั่นเอง 

"ซึ่งจะเห็นได้ว่าการที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ถูกเขียนขึ้นมาโดยมีการกำหนดแนวทางเพื่อเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มบุคคลกลุ่มหนึ่งเข้ามามีอำนาจในการบริหารประเทศ ย่อมทำให้เกิดผลเสียกับประชาชนทั้งประเทศ เพราะกลุ่มบุคคลกลุ่มนั้นไม่มีความจริงใจในการพัฒนาชาติ แต่มีเพียงความมุ่งหมายที่จะเข้ามาสนับสนุนการหาประโยชน์เพื่อกลุ่มตนเอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เองที่จะมีผลยึดโยงกับประชาชนทั้งชาติ ซึ่งเราต้องช่วยกันเดินหน้าแก้ไขเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญที่คำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของชาติและประชาชนให้ได้ ประเทศเราจะได้พัฒนาก้าวหน้าต่อไปได้ โดยการขับเคลื่อนของคนทั้งชาติ และในที่สุดผลประโยชน์ก็จะได้ตกมาเป็นของคนทั้งชาติอย่างแท้จริง"


ผมผิดอะไร?...........ฟัง "ทอน" แถลงข่าวก็ได้ข้อสรุปไม่ใช่เรื่อง "อยู่เป็น" หรือ "อยู่ไม่เป็น" แล้วล่ะ        อยู่ไปก็ไลฟ์บอยซะมากกว่า 

"ทอน-บุตร" ประเทศกูมี
"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา
คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว