
นางจตุพร เนียมสุข ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ เปิดภายหลังการประชุมพัฒนาโลจิสติกส์ร่วมกับกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่งและการท่องเที่ยวญี่ปุ่น (MLIT) ว่าได้ประชุมร่วมกันในด้านแนวทางพัฒนาการขนส่งโลจิสติกส์ของประเทศไทยเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนญี่ปุ่นที่เข้ามาตั้งบริษัทในไทยมากกว่า 5,000 แห่ง ซึ่งในภาพรวมได้รายงานแผนโลจิสติกส์ของรัฐบาลที่จะช่วยลดระยะเวลาและลดต้นทุนของนักลงทุน ตลอดจนเรื่องโลจิสติกส์เพื่อสิ่งแวดล้อม (Green Logistic) เพื่อลดมลพิษและต่อสู้กับภัยฝุ่น PM 2.5
นางจตุพรกล่าวต่อว่าเริ่มจากเรื่องการขนส่งทางอากาศนั้น บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.ได้โครงการศูนย์ตรวจสอบสินค้าเกษตรก่อนส่งออก (Certify Hub) เพื่อส่งเสริมความเป็นฮับการขนส่งสินค้าของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รวมถึงสินค้าท้องถิ่นที่มาจากเกษตรกร ซึ่งศูนย์แห่งนี้จะเป็นจุดรับรองสินค้าให้ได้มาตรฐานยุโรปทั้งหมด โดยการันตีการตีกลับเป็น 0% ซึ่งคาดว่าจะเปิดบริการได้ในช่วงกลางปี 2563 ขณะนี้ได้ลงนามความร่วมมือกับสนามบินลีแอชในประเทศเบลเยี่ยมเพื่อเป็นเกทเวย์ขนส่งสินค้าไปยุโรป พร้อมไปกับการผลักดันความร่วมมือแบบรัฐต่อรัฐ (G2G) กับอีกหลายประเทศทั่วโลกเพื่อร่วมกันนำเข้าและส่งออกสินค้า
อย่างไรก็ตามในวันนี้ได้มีการเจรจากับประเทศญี่ปุ่นเพื่อจะร่วมมือกันแบบ G2G ซึ่งบริษัท Yamato Transport บริษัทขนส่งยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นให้ความสนใจเข้าร่วมลงทุนในโครงการดังกล่าวเพื่อเปิดเกทเวย์ที่สนามบินนาริตะและสนามบินคันไซ ในประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ ทอท.ยังได้เจรจากับบริษัทโลจิสติกส์กับประเทศจีนเพื่อร่วมลงทุนในโครงการดังกล่าว โดยมีสนามบิน 2 แห่งในจีนที่เป็นพื้นที่เป้าหมาย คือ สนามบินปักกิ่งและสนามบินเซี่ยงไฮ้
นางจตุพรกล่าวต่อว่าสำหรับแนวทางการเตรียมความพร้อมของโครงการ Certify Hub นั้นจะมีการจัดทำช่องพิเศษสำหรับการขนส่งสินค้าเน่าเสียง่าย (Premium Lane) อาทิ ผลิตภัณฑ์อาหารและผลิตภัณฑ์การเกษตร คล้ายกับช่องทาง VIP ของผู้โดยสารสายการบิน ที่จะช่วยเพิ่มความรวดเร็วของขั้นตอนการขนส่งสินค้าที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สอดคล้องกับสภาพผลิตภัณฑ์ที่ต้องการระบบการขนส่งที่รวดเร็วเพื่อส่งต่อสินค้าสดให้ถึงมือผู้บริโภค คาดว่าจะเริ่มใช้ได้ในช่วงต้นปีหน้า โดยจะมีสินค้าที่ผ่านช่องทางนี้ราว 3 หมื่นตันต่อปี จากปริมาณขนส่งสินค้าที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิทั้งหมด 1.5 ล้านตันต่อปี
สำหรับด้านการขนส่งทางบกนั้นได้สร้างความมั่นใจให้กับบุคลากรจากกระทรวง MLIT ของญี่ปุ่นไปว่า ขณะนี้ประเทสไทยอยู่ระหว่างการลงทุนพัฒนาศูนย์ขนส่งสินค้าเต็มรูปแบบหลายแห่งตามแนวชายแดนเพื่อเชื่อมโยงการขนส่งไปยังประเทศเพื่อนบ้านและอำนวยความสะดวกให้การขนส่งสินค้าจากทางบกไปยังท่าเรือขนาดใหญ่มีขั้นตอนที่รวดเร็วมากขึ้น
นอกจากนี้รัฐบาลไทยยังผลักดันมาตรฐานการขนส่ง Q Mark รับรองโดยกรมการขนส่งทางบก โดยมีข้อกำหนดครอบคลุมกระบวนการขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุก 5 ด้าน ได้แก่ ด้านองค์กร ด้านปฏิบัติการขนส่ง ด้านพนักงาน ด้านยานพาหนะ ด้านลูกค้า ส่วนเรื่องความปลอดภัยนั้นกระทรวงคมนาคมได้เข้มงวดเรื่องการติดตั้งระบบ GPS ในรถโดยสารสาธารณะและรถของภาคการขนส่งทั้งหมด ตลอดจนการพัฒนาตำแหน่งผู้จัดการความปลอดภัย (Safety Manager) ซึ่งเป็นเงื่อนไขให้เอกชนทุกบริษัทไปปฏิบัติเพื่อยกระดับความปลอดภัยด้านโลจิสติกส์ของประเทศ
|
เมื่อวานคุยเล่น เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด |
| อนาคต 'คนนินทาเมีย' |
| 'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ' |
| ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ |
| วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง" |
| "การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา. |
| เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?" |