'เก๋ ชลลดา'กุมขมับ วิ่งโร่พึ่งตำรวจ คนร้ายยังลอยนวล


   

 

          เรียกว่าเป็นเคสที่โดนกันหลายคนเลยทีเดียว สำหรับการถูกแฮ็กไอดีไลน์แล้วไปหลอกผู้อื่นให้โอนเงิน ล่าสุดเกิดขึ้นกับบัญชีมูลนิธิของนักแสดงสาว เก๋-ชลลดา เมฆราตรี ที่เจ้าตัวได้มาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บShow ว่าคนร้ายได้เงินไปถึงหลักแสน
          "ล่าสุดที่โดนแฮ็ก ต้องบอกว่าไม่ใช่ไอดีเก๋โดยตรง เป็นไอดีของเจ้าหน้าที่มูลนิธิของเก๋ คือเก๋ทำมูลนิธิ The Voice เสียงจากเรา แล้วก็จะมีไอดีสาธารณะที่เราเปิดให้รู้เลยว่า @thevoicefoundation อันนี้คือแจ้งเคส @VIPKwang1989 คือแจ้งขออุปการะเป็นเคสๆไป ซึ่งน้องคนนี้ VIPKwang ถูกแฮกไลน์ แล้วเผอิญเป็นไลน์ที่เราใช้โปรโมทในช่องทางโซเชียลเยอะมาก ทุกคนจะมีไลน์กวางเป็นเรื่องปกติ แล้วน้องกวางก็โดนแฮกไอดี ปรากฎว่าไปปลอมเป็นน้องกวางไปคุยกับคนที่รู้จัก ไปขอยืมเงินบอกว่าเดือดร้อนโอนเงินมาให้หน่อย แล้วด้วยความที่เป็นไลน์สาธารณะใครๆก็รู้จักเขา แล้วก็เป็นเจ้าหน้าที่ของเรา คนก็เลยไว้ใจเขาก็เลยสูญเงินไป เขาได้ไปทั้งหมด 166,000 บาท
          ได้จาก 3 คนหลักๆเลย เขาก็ไลน์ไปหาป้าหน่อย คือป้าหน่อยก็ใจดี โอนเร็วไม่ได้ดูเลยว่าบัญชีปลายทางไม่ใช่ชื่อกวางหรือชื่อมูลนิธิ ก็โอนมาให้ยอดแรกคือ 45,000 บาท ยอดที่2 ก็โอนมาอีก 85,000 บาท ป้าหน่อยคนเดียวโอนไป 130,000 บาท ป้าหน่อยเขาก็คิดว่ากวางมีเรื่องจำเป็นต้องใช้ หลังจากนั้นเขาก็ไลน์ไปหาเพื่อนของน้องกวางอีกคน ยืมอีก 33,000 บาท คนที่โอนเขาก็บอกว่าตอนแรกเขาก็ชะล่าใจ เห็นกวางเขียนมาว่าเราเดือดร้อนจริงๆ แล้วด้วยความที่น้องกวางเป็นคนดี เพื่อนเขาเยอะ คิดว่าเป็นคนดีคงไม่ทำอะไรที่ไม่ดี แล้วภาษาเขียนมาว่าเดือดร้อนจริงๆอยู่หน้าตู้โอนมาเลยนะ มันก็เหมือนมิจฉาชีพทั่วไปเขาก็โอนเลย นั่นก็เลยเป็นที่มาที่ไป

 

 

          ตอนแรกน้องกวางก็ไปแจ้งความไว้แล้วที่ สน.บางกรวย เพราะน้องกวางอยู่บ้านแถวนั้น แล้วบ้านป้าหน่อยก็คือ สน.ธรรมศาลา แต่คุยไปคุยมาคนก็บอกว่ามูลนิธิควรจะแอคชั่นอะไรบ้าง เพราะถือว่ากวางเองเป็นไลน์สาธารณะ ซึ่งบุคคลนี่เปิดเผย เก๋ก็เลยดำเนินการไปแจ้งที่ ปอท. เพิ่มอีกหนึ่งกระทง เป็นเรื่องฉ้อฉล ฉ้อโกงทางด้านเทคโนโลยี แล้ววันที่เก๋ไปแจ้งความเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา คือเหตุเกิดวันที่ 4 ตุลาคม เก๋ไปแจ้งความวันที่ 7 ครบ 3 วัน ตามหลักแล้ว 72 ชั่วโมง ถ้าผู้ต้องสงสัยคนนี้ไม่เอาเงินมาคืนแสดงว่าเขามีเจตนาไม่บริสุทธิ์แล้ว ก็ไปแจ้งความเพิ่มอีกข้อหาเรื่องฉ้อฉล ปรากฎว่าโต๊ะข้างๆตอนเราแจ้งความมีคนมาแจ้งความเหมือนเราเลย เรื่องเดียวกัน แล้วที่สำคัญคนเดียวกันด้วย
          คือมิจฉาชีพของเราให้โอนไปบัญชีกสิกรไทย โต๊ะข้างๆเก๋โอนไปบัญชีชื่อเดียวกันแต่เป็นธนาคารกรุงเทพ คือมิจฉาชีพเขาก็ฉลาดเวลาเขาแฮกไลน์เสร็จเขาก็ไปสวมรอยเป็นเรา เขาก็ไปดูว่าเราคุยอะไรกับใครไว้บ้าง ซึ่งวิธีฉ้อฉลในครั้งนี้เกิดจากการลิ้งค์ คือทางไลน์ออฟฟิเชียลเขาก็ประกาศ เวลาคนส่งลิ้งค์อะไรมาก็ตามถ้าคุณคลิ๊กเข้าไปแล้วมันขึ้นคิวอาร์โค้ช ไม่มีการทำอะไรแบบนี้ในประเทศไทย คือเคสนี้ของเก๋ เขาส่งลิ้งค์มาให้น้องกวางบอกว่าช่วยโหวตให้หลานเราที หลานเราไปประกวดเด็ก ก็คือเป็นรูปในเฟซบุ๊ก แล้วกวางเห็นเป็นรูปหน้าเด็กน่ารัก เขาก็เลยคลิ๊กเข้าไป มันขึ้นเป็นคิวอาร์โค้ชนับถอยหลัง ให้กด Yes เดี๋ยวนี้ถ้าไม่กดถือว่าสละสิทธิ์ เขาก็ตกใจเดี๋ยวไม่ได้โหวตให้หลานเพื่อนนางก็กดเข้าไปเลย โดนแฮกสวมรอย เอาทั้งไอดี อีเมลไปทุกอย่าง

 

 

          ตัวไลน์เองมันเด้งออกไหม ไม่ค่ะ พอเทคโนโลยีมันทันสมัย โจรก็ทันสมัยตาม คือกวางไม่รู้เรื่องเลย ไลน์กวางโดนแฮก 2 โมงนิดๆ 2 โมงครึ่งมีเพื่อนโทร.มาแกมีเรื่องอะไร ทำไมยืมเงินเรา กวางก็บอกว่าเราไม่ได้ยืมนะ เสร็จแล้วกวางก็พยายามจะเข้าไลน์ตัวเองก็ไม่เห็นแล้ว เขาก็เลยส่งไปไลน์แฟนกวางก็เลยรู้ว่ามีคนมาขอยืมเงินแล้วส่งไปให้เพื่อนๆกวางทั้งหมด ทั้งในเฟซบุ๊ก ในอินบล็อกซ์ คือหลายๆคนก็เล่นไลน์ลิ้งค์กับเฟซบุ๊ก คือตอนที่เราไปแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไอที เขาก็แนะนำว่าต่อไปนี้เวลาคุณสมัครอะไรหนึ่งแอคเคาท์ ควรเป็นหนึ่งแอคเคาท์หนึ่งอีเมล ไม่ควรเป็นอีเมลเดียวกัน เพราะมันจะแฮกกันได้ ซึ่งก่อนที่กวางจะโดนแฮก อินสตาแกรมเก๋ก็เพิ่งโดนแฮกไปก่อนหน้านี่เอง แต่เก๋เป็นคนขี้เกียจ แล้วเป็นคนโลเทค ผู้ช่วยเก๋บอกเอาง่ายๆแล้วกัน อีเมลเดียวลิ้งค์กันหมด ปรากฏว่ามันแฮกเก๋ได้หมดเลย แต่เผอิญเก๋มีไอจีขายของการกุศลอันหนึ่งที่เป็น Hotmail มันก็ขึ้นเลย เก๋ก็ตอบกลับไปมันก็แฮกกลับคืนมาให้เรา ของเก๋ทัน แต่ของกวางมันเข้ามาสวมรอยเลย

 

 

          คนร้ายตอนนี้เรามีชื่อแล้ว ทางตำรวจก็ออกหมายจับไปแล้วว่าชื่อนายสมยศ มั่นคำ ต้องมาแสดงตัวไม่ว่าจะเป็น ปอท. สน.บางกรวย หรือว่า สน.ธรรมศาลา ภายในสัปดาห์นี้ ถ้าไม่ก็จะดำเนินการจับกุม คือตอนที่เก๋ไปแจ้งความที่ ปอท. คือต่อให้คนนี้เขาไม่ได้เป็นคนขโมยเงินเอง สมมตินะคะ แต่การเปิดบัญชีแบงค์ในประเทศไทย มันเปิดแทนกันได้ก็จริง แต่มันก็ต้องเป็นชื่อคุณจริงๆ เพราะฉะนั้นคุณคนนี้ก็ยังเป็นผู้ต้องสงสัย คุณคนนี้เปิดบัญชีถึง 2 ธนาคาร แล้วให้คนที่คุณไม่รู้จักโอนเงินมาให้คุณ ซึ่งยอดเงินในบัญชีตั้งแต่วันที่ 1 ถึงวันนี้ มีจำนวน 5 แสนบาท ถอดออกไปหมดแล้ว เหลือ 3 หมื่นบาท เท่ากับว่าเราอายัดได้ 3 หมื่นบาทเท่านั้นเอง
          จริงๆ เบื้องต้นถ้าถามว่ามีผลกระทบของมูลนิธิกับความน่าเชื่อถือกับประชาชนไหม เก๋ว่ามันไม่ได้ลดน้อยลง คนก็ยังเชื่อใจมูลนิธิอยู่ ซึ่งเป็นความโชคดีของเก๋มาก แต่ว่าการโอนเงินอาจจะมีการถามกันมากขึ้นค่ะ"

 

 

 

ขอบคุณภาพประกอบเพิ่มเติมจากอินสตาแกรม kaechollada

 

 

 

 


ผม "หายไป" ด้วยท้องไส้ไม่สบายซะหลายวันแต่วันนี้ ๒๑ ตุลาไม่หายก็ต้องหาย เพราะเป็นวันครบรอบอีกขวบของไทยโพสต์ ยังไงๆ ก็ต้องเอาหน้ามาเจอกัน ที่สำคัญ........

'ทอน' ไม่รู้! แล้วจะรอดหรือ
ธาตุแท้อนาคตใหม่
งบฯ ผ่าน ไม่ยุบ ไม่ออก
'ความเมือง' ในไทยยุคที่ ๓
อย่าให้ฝ่ายแค้นแหกตา
ธนาธร:ไก่อ่อนเผยอเป็นอินทรี