ททท.ลุยต่อยอดโมโตจีพีชู“บุรีรัมย์ โมเดล” ปี’63 ดันอีสานผงาดขึ้นฮับท่องเที่ยวเชิงกีฬา


   

เรื่องและภาพโดย...เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน -บล็อกเกอร์ : gurutourza

การแข่งขัน “โมโตจีพี เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2019 รายการ พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2019” ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์  ที่ “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย” (ททท.) ลุยทำประชาสัมพันธ์เต็มรูปแบบเมื่อ 4-6 ตุลาคม 2562 ปิดฉากลงอย่างสวยงาม เป็นต้นแบบการพัฒนา “เมืองท่องเที่ยวเชิงกีฬา-SPORT TOURISM CITY” สามารถดึงดูดคนไทยและต่างชาติเข้าชมกว่า 2 แสนคน สร้างรายได้กระจายสู่อีสานใต้กว่า 3,100 ล้านบาท เป็นสัญญาณการใช้ “บุรีรัมย์ โมเดล” คืนความสุข ลดความเหลื่อมล้ำ กระจายความมั่งคั่ง สร้างเศรษฐกิจ ต่อยอดขยายผลอนาคตภาคอีสานให้กลายเป็นศูนย์กลาง (HUB) การท่องเที่ยวเชิงกีฬาอย่างมีประสิทธิภาพได้

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ถึงเวลาขับเคลื่อนการท่องเที่ยวกับกีฬาให้หลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกันโดยใช้ “บุรีรัมย์ โมเดล” ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูงในการจัดมหกรรมกีฬาระดับโลก “โมโตจีพี เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2019” นำร่องขยายเมืองท่องเที่ยวเชิงกีฬาทั่วประเทศในปี 2563 อีก 14 เมือง เพราะการจัดแข่งขันโมโตจีพีเพียง 3 วัน สามารถดึงดูดคนและรายได้เข้าพื้นที่กว่า 3,100 ล้านบาท ประการสำคัญมีนักกีฬาต่างชาติหันมาเลือกพักโฮมสเตย์บ้างแล้ว สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงฯ ซึ่งตั้งเป้ารณรงค์ให้นักท่องเที่ยวหันมาใช้บริการโฮมสเตย์ชุมชนทั่วประเทศปัจจุบันจดทะเบียนถูกต้องกว่า 300 แห่ง เพื่อช่วยกระจายรายได้เพิ่มเข้าชุมชนโดยตรงอย่างแท้จริง

ตลอดการแข่งขันโมโตจีพีทางบุรีรัมย์ยังได้นำรถของเกษตรกรกว่า 80 คัน ดัดแปลงเป็นรถ Shutle ตกแต่งด้วยศิลปะพื้นบ้านอีสาน นำมาให้บริการผู้เข้าร่วมงาน ทำให้ชุมชนมีส่วนร่วมรับประโยชน์จากการจัดงานและเป็นเจ้าบ้านที่ดี

ดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท.ยืนยันว่า พร้อมนำทีมเดินหน้าตามนโยบายกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยให้ ททท.ภูมิภาคภาคอีสาน วางแผนรองรับการจัดงานซึ่งปีนี้มีผู้จองใช้ห้องพักมากกว่า 300 % จึงต้องกระจายจากบุรีรัมย์ ไปยังนครราชสีมา สุรินทร์ ขอนแก่น รวมถึงเร่งเพิ่มการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ด้านประสบการณ์ท่องเที่ยวเชื่อมโยงเสริมเข้าไปด้วย ในปี 2563 เตรียมรุกหนักโดยนำต้นแบบ “บุรีรัมย์ โมเดล” ไปต่อยอดรุกขยายฐานตลาดกลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงกีฬาเติบโตเพิ่มขึ้น ซึ่งอีสานมีโมโตจีพีเป็นแม่เหล็กสำคัญ อีกทั้งปีหน้าได้รับความไว้วางใจให้จัดการแข่งขันโมโตจีพีอันดับต้น ๆ ของเซอร์กิต ในช่วงเดือนมีนาคม 2563 ยิ่งต้องเร่งผลักดันการขายท่องเที่ยวเชื่อมโยง เพิ่มรายได้กระจายสู่ชุมชนให้ได้มากยิ่งขึ้นต่อไป

นายธเนศวร์ เพชรสุวรรณ  รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวว่า ตลอดการจัดงานโมโตจีพี 2562 ที่บุรีรัมย์ ได้ใช้ช่องทางการสื่อสารทั้งการนำนักบิดระดับโลกอย่าง “ฮอร์เก ลอเรนโซ” ชาวสแปนิชจากเรปโซล ฮอนด้า  “คาล ครัทช์โลว” นักบิดอังกฤษจากแอลซีอาร์ ฮอนด้า และสมเกียรติ จันทรา ดาวรุ่งไทยวัย 20 ปี จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย ร่วมถ่ายทำภาพยนตร์โฆษณาในกรุงเทพฯ กระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงกีฬามอเตอร์สปอร์ต เผยแพร่เข้าถึงแฟนคลับทั่วโลกกว่า 800 ล้านคน และยังให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนจากญี่ปุ่น อังกฤษ สาธารณรัฐเช็ค แอฟริกาใต้ โดยนำเสนอกลยุทธ์การท่องเที่ยวเชิงกีฬา สร้างภาพจำใหม่จากการเน้นปริมาณ (mass tourism) เพิ่มจุดขายใหม่ 2 เรื่อง คือ 1.อาหารที่ไทยประสบความสำเร็จทั้งการเชิญชวนมาชิมสตรีทฟู้ดเรื่อยไปจนถึงร้านอาหารหรูติดดาวมิชลิน 2.การท่องเที่ยวเชิงกีฬา ชี้ให้เห็นถึงความพยายามก้าวสู่ SPORT DESTINATION ด้วยการเสนอข้อมูลให้ทางคณะที่ปรึกษาการคัดเลือกเมืองกีฬา (SPORT CITY) ของ กกท.หันมายกระดับไทยเป็นประเทศศูนย์กลางการ Training และ Coaching กีฬาเจาะตลาดนานาชาติ ซึ่งจะเพิ่มค่าใช้จ่ายครอบคลุมทั้งทางด้าน ที่พักระยะยาว อาหาร และกลุ่มตลาดครอบครัวที่มาพร้อม ๆ กัน ควบคู่กับการดึงมหกรรมการแข่งขันระดับโลกเข้ามาจัดในไทยไฮไลต์ 5 ประเภท ประกอบด้วย

 ประเภทแรก การแข่งขันรถแข่งระดับโลกโมโตจีพี สามารถกระตุ้นการท่องเที่ยว ซึ่งมีกลุ่มตลาดหลักส่วนใหญ่เป็นชาวยุโรป

ประเภทที่ 2 การแข่งขันกอล์ฟ ททท.สนับสนุนกอล์ฟรายการใหญ่ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ทุกปี มีนักกอล์ฟทั่วโลกเข้าร่วมนับพันคน โดยมีตลาดหลักทั้ง ญี่ปุ่น จีน เกาหลี มาเลเซีย สิงคโปร์ ทั้งเอเชียและอาเซียน

ประเภทที่ 3 มวยไทย ททท.จัดกิจกรรมระดับนานาชาติซึ่งได้รับความสนใจล้นหลามงาน “ไหว้ครูมวยไทย” จัดทุกปีช่วงกุมภาพันธ์-มีนาคม ปี 2563 เตรียมจำลองงานไหว้ครูมวยไทยไปไว้ในงาน ITB 2020 ณ กรุงเบอร์ลิน เยอรมัน จะมีความเข้มและขลังไม่แพ้พระนครศรีอยุธยา แล้วชวนชาวต่างชาติทั่วโลกที่ชื่นชอบเข้ามาร่วมพิธี เพื่อเข้าถึงมวยไทยแล้วหาโอกาสมาเที่ยวเมืองไทยในโอกาสต่อไป

ประเภทที่ 4 มาราธอน เตรียมจัด Bangkok Marathon 2020 เดือนกุมภาพันธ์ 2563 ททท.สนับสนุนงบประมาณจัดยิ่งใหญ่เสริมภาพลักษณ์ประเทศให้เป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงกีฬา โดยเจาะตลาดเอเชีย และยุโรป ต่างสนใจมาเพื่อฝึกฝนและเทรนการเล่นกีฬา ซึ่งเป็นเทรนด์มาแรงที่จะทำให้ไทยเป็นประเทศศูนย์กลางของการเทรนนิ่งและโค้ชชิ่งกีฬา

ประเภทที่ 5 ไตรกีฬา และการปั่นจักรยาน โดยเฉพาะการเป็นเจ้าภาพจัด L’etape by Le Tour de France เดือนพฤศจิกายน 2562 นี้ ที่พังงา ททท.สนับสนุนเงิน 5 ล้านบาท เป็นการแข่งขันเปิดให้มือสมัครเล่นนานาชาติเข้าร่วมโชว์ฝีมือเต็มที่ ขณะนี้มีนักปั่นจองห้องพักในพังงาเกือบเต็มแล้ว ทำให้วันพักเฉลี่ยการท่องเที่ยวและรายได้เพิ่มขึ้นเป็นสัญญาณที่ดีต่อภาคใต้ด้วย

นายชัยวัฒน์ ตามไท ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานบุรีรัมย์ กล่าวว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวบุรีรัมย์ช่วง 8 เดือน ระหว่างมกราคม-สิงหาคม 2562 มีรายได้รวมประมาณ 1,823.8 ล้านบาท จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 5.2 หมื่นคน เพิ่มขึ้น 1.72 % สร้างรายได้ 1,116.3 ล้านบาท คนไทย 147 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้ 706.8 ล้านบาท เพิ่ม 3.24 % ตามเป้าตลอดปีนี้จะต้องทำรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 10 % ซึ่งจะได้จากการจัดงานโมโตจีพีที่เพิ่งเสร็จสิ้นลงไป

ธมลวรรณ เจริญวงศ์พิสิฐ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานสุรินทร์ กล่าวว่า การจัดโมโตจีพีมีผู้เข้าชมงานต่างชาติและคนไทยจองพักโรงแรมในสุรินทร์ด้วยกว่า 70 % ปี 2563 เตรียมโปรโมตการท่องเที่ยวเต็มรูปแบบ โดยจะกระตุ้นจากเพื่อนบ้าน สสป.ลาว กัมพูชา เวียดนาม ท่องเที่ยวเส้นทางใหม่ขับรถผ่านด่านแดนทางช่องจอม และช่องสะงำ (ศรีสะเกษ) เข้ามาเที่ยวสุรินทร์ ศรีสะเกษ ซึ่งจะมีทั้งกลุ่มคนรุ่นใหม่ ครอบครัว ผู้หญิง พร้อมใช้จ่ายเงินท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ รักษาพยาบาล และซื้อสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน ผ้าไหม ข้าวหอมมะลิสุรินทร์โด่งดังมาก นักท่องเที่ยวจีน และชาติอื่น ๆ นิยมเข้ามาซื้อกลับบ้าน รวมทั้งยังมีจุดขายท่องเที่ยวอีกหลากหลายมุมใหม่ของสุรินทร์ กับศรีสะเกษ พร้อมเข้าสู่ตลาดอย่างมีคุณภาพ

ผลพวงจากโมโตจีพี “บุรีรัมย์ โมเดล” ได้สร้างโอกาสและเศรษฐกิจชุมชนเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ปี 2563 จะเป็นปีทองของภาคอีสานที่จะก้าวสู่ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงกีฬาต่อไป


ขยันดีนะ....ฝ่ายค้านชุดนี้ เคาะกะลากันรายวัน จะแก้รัฐธรรมนูญ จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล งานเต็มมือ!    เรื่องหาวิธีชำเรารัฐธรรมนูญพูดกันไปเยอะแล้ว มาที่เรื่องซักฟอกรัฐบาลดูบ้าง 

ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'
อ้อย 'ฤๅจะหวานเท่า' ไทย-จีน