'ในหลวง-พระราชินี'ทรงประกอบพิธีเจิม'เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช'ของกองทัพเรือ


   

16 ต.ค 62 - เวลา 18.00 น. พระบาทสมเด็จพระจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังท่าเรือจุกเสม็ดการท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ทรงเจิมเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช เรือฟริเกตลำใหม่

ในการนี้ ทรงเสด็จไปยังท่าอากาศยานทหารดอนเมือง ครั้นเสด็จฯ ถึงลานจอดเครื่องบินพระที่นั่งท่าอากาศยานทหารดอนเมือง ประทับเครื่องบินพระที่นั่งเสด็จออกจากท่าอากาศยานทหารดอนเมืองไปยังกองการบินทหารเรือสนามบินอู่ตะเภา อำเภอบ้านฉาง 

เมื่อเสด็จฯ ถึงกองการบินทหารเรือ สนามบินอู่ตะเภา พลเรือตรีไพศาล มีศรี ผู้บัญชาการกองเรือฟริเกตที่2 กองเรือยุทธการ นายทหารราชองครักษ์ กราบบังคมทูลถวายรายงาน นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นางสาววิไล จิวังกูรอธิบดีผู้พิพากษาภาค6 ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งอธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 พลเรือโทชุตินธรทัตตานนท์ รองผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ พลโทธรรมนูญ วิถี แม่ทัพภาคที่1 พลตำรวจโทมนตรี ยิ้มแย้ม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 พลเรือตรีระพีพงษ์โสวรรณ ผู้บัญชาการกองการบินทหารเรือกองเรือยุทธการ  พร้อมข้าราชการเฝ้าฯ รับเสด็จ พลเรือเอกช่อฉัตร กระเทศรองผู้บัญชาการทหารเรือกราบบังคมทูลเชิญเสด็จขึ้นแท่นรับการถวายความเคารพจากกองทหารเกียรติยศ

เมื่อทรงตรวจแถวกองทหารเกียรติยศแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี  ประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จออกจากกองการบินทหารเรือ สนามบินอู่ตะเภา อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง ไปยังพระอนุสาวรีย์พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ครั้นเสด็จฯ ถึงพระอนุสาวรีย์พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เสด็จขึ้นลานพระอนุสาวรีย์พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงวางพุ่มดอกไม้ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายสักการะ ทรงกราบ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีทรงวางพุ่มดอกไม้ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายสักการะ ทรงกราบ เสด็จลงจากลานพระอนุสาวรีย์พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ฯ ไปยังรถยนต์พระที่นั่ง ประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จออกจากพระอนุสาวรีย์พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ไปยังท่าเรือจุกเสม็ดการท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

เสด็จฯ ถึงท่าเรือจุกเสม็ดการท่าเรือสัตหีบฐานทัพเรือสัตหีบ นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นางสาวนภาวรรณ ขุนอักษร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดพัทยา พลเรือโทวราห์แทนขำ ผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ พลตำรวจตรีประการ ประจง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี พร้อมข้าราชการทหารเรือ สมาคมแม่บ้านทหารเรือเฝ้าฯรับเสด็จ พลเรือเอกลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือและภริยาผู้บัญชาการทหารเรือพลเรือเอกชุมศักดิ์  นาควิจิตร ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการและภริยาผู้บัญชาการกองเรือยุทธการเฝ้าฯ รับเสด็จ

เมื่อเสด็จเข้าพลับพลาพิธี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธนวราชบพิตร ทรงกราบ ประทับพระราชอาสน์ ทรงศีลประธานสงฆ์ถวายศีลจบ  พลเรือเอกชุมศักดิ์ นาควิจิตร ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการเข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าถวายสูจิบัตรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พันเอกหญิงกัลป์ยกร นาควิจิตร ภริยาผู้บัญชาการกองเรือยุทธการเข้าเฝ้าฯทูลเกล้าฯ ถวายสูจิบัตรแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี พลเรือเอกลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือกราบบังคมทูลรายงานความเป็นมาในการต่อเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดชและกราบบังคมทูลเชิญเสด็จฯ ไปทรงประกอบพิธีเจิมเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช

เสด็จออกจากพลับพลาพิธีไปยังเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช เสด็จขึ้นเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช เสด็จขึ้นแท่นพิธีทรงยืน ณ พระสุจหนี่ ทรงผินพระพักตร์ไปทางเรือหลวงปิ่นเกล้า 10 นาฬิกาของทิศหัวเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช ทรงรับการถวายความเคารพจากเรือหลวงปิ่นเกล้า ยิงสลุตหลวง จำนวน21 นัด

นาวาเอกสมิหนัท คุณวัฒน์ ผู้บังคับการเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดชกราบบังคมทูล เมื่อยิงสลุตหลวงครบ21 นัด พลเรือตรีอนุพงษ์ ทะปะสพ ผู้บัญชาการกองเรือฟริเกตที่1 กองเรือยุทธการ นาวาเอกสมิหนัท คุณวัฒน์ ผู้บังคับการเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช กราบบังคมทูลรายงานตามลำดับ

เสด็จฯ ไปยังบริเวณหัวเรือเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระสุหร่าย ทรงเจิมที่แผ่นป้ายชื่อเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดชแล้วทรงคล้องพวงมาลัยบริเวณแผ่นป้ายชื่อเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช ขณะนั้นพระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ชาวพนักงานลั่นฆ้องชัย ประโคมสังข์ แตร ดุริยางค์ เสด็จฯไปทอดพระเนตรภายในห้องศูนย์ยุทธการเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช

จากนั้นเสด็จออกจากห้องศูนย์ยุทธการไปยังห้องโถงนายทหารเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช พลเรือเอกลือชัย รุดดิษฐ์ผู้บัญชาการทหารเรือน้อมเกล้าฯ ถวายเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช(จำลอง) พลเรือเอกชุมศักดิ์ นาควิจิตร ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการน้อมเกล้าฯ ถวายลองลูกปืนยิงสลุตหลวงนัดแรก พลเรือตรีอนุพงษ์ ทะปะสพ ผู้บัญชาการกองเรือฟริเกตที่1 กองเรือยุทธการ ทูลกล้าฯ ถวายพระมาลาปักชื่อเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดชแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี

นาวาเอกสมิหนัท คุณวัฒน์ ผู้บังคับการเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดชเข้าเฝ้าฯทูลเกล้าฯ ถวายสมุดที่ระลึกทรงลงพระปรมาภิไธยและพระนามาภิไธย

เสด็จออกจากห้องโถงนายทหารเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดชไปยังแท่นพิธี เสด็จขึ้นแท่นทรงยืน ณ พระสุจหนี่

ทรงผินพระพักตร์ไปทางเรือหลวงปิ่นเกล้า10 นาฬิกาของทิศหัวเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช

ทรงรับการถวายความคารพจากเรือหลวงปิ่นเกล้า ยิงสลุตหลวงจำนวน 21 นัด

นาวาเอกสมิหนัท คุณวัฒน์ ผู้บังคับการเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดชกราบบังคมทูลเมื่อยิงสลุตหลวงครบ21 นัด

เสด็จลงจากเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดชเข้าพลับพลาพิธี ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์

ประทับพระราชอาสน์ที่เดิม ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนาถวายอดิเรก

เสด็จฯไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการทรงลาพระสงฆ์จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินกลับพระที่นั่งอัมพรสถานพระราชวังดุสิต

สำหรับเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช H.T.M.S.BHUMIBOL ADULYADEJ  FFG-471 อันเป็นเรือฟริเกตสมรรถนะสูงลำใหม่ของกองทัพเรือ โดยเมื่อวันที่4 มกราคม 2562 ขณะที่เรือกำลังเดินทางออกจากเมือง Danang สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม กองทัพเรือได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานชื่อเรือว่า"เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช”  ชื่อภาษาอังกฤษ” H.T.M.S.BHUMIBOL ADULYADEJ" ตามพระนามของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร มหาราชอันเป็นที่รักและเคารพยิ่งของปวงชนชาวไทย นำความปลื้มปีติและความภาคภูมิใจมาสู่กองทัพเรือและกำลังพลประจำเรืออย่างหาที่สุดมิได้

ทั้งนี้ เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดชมีขีดความสามารถในการปฏิบัติการรบทางเรือทุกมิติ ขนาดของเรือมีความยาว124.1 เมตรกว้าง14.4 เมตร  กินน้ำลึก7 เมตรระวางขับน้ำ 3,700 ตัน สามารถปฏิบัติการร่วมกับอากาศยานของกองทัพเรือได้ทุกประเภท รวมทั้งการปฏิบัติการร่วมกับอากาศยานของกองทัพอากาศตลอดจนการสนับสนุนการปฏิบัติการทางทหารที่ไม่ใช่สงคราม โดยถูกจัดหามาเพื่อนำไปใช้ในการป้องกันประเทศและรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลทดแทนเรือหลวงพุทธเลิศหล้านภาลัยและเรือหลวงพุทธยอดฟ้จุฬาโลกที่ครบกำหนดปลดระวางประจำการเมื่อปี พ.ศ.2558 และ พ.ศ.2560 ตามลำดับ

ระหว่างการเดินทางมาประเทศไทยเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดชได้ทำการฝึกในทะเลร่วมกับเรือพิฆาต ROKS Yulgok Y ของกองทัพเรือเกาหลีใต้ รวมทั้งทำการฝึกการปฏิบัติงานในสถานีเรือต่างๆเพื่อให้กำลังพลและเรือมีความพร้อมปฏิบัติราชการตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายทันทีที่เดินทางกลับมาถึง นอกจากนั้นด้วยสภาพคลื่นลมที่รุนแรงจากพายุและ

ลมมรสุมในทะเลจีนใต้ระหว่างการเดินทางยังเป็นการฝึกกำลังใจให้กับกำลังพลประจำเรือในการปฏิบัติงานอีกด้วย


"สัสสส......"! ต้องบอกว่า "บัดซบมาก" ตอนศาลให้โอกาสแก้ข้อกล่าวหา ถามอะไรก็ตอบแต่ว่า "ผมจำไม่ได้..ผมจำไม่ได้"

คู่มือฉบับ 'คุกและยุบพรรค"
รำพึง-รำพัน 'วันโลกเปลี่ยนยุค'
ไม่อยากอยู่จึงอยู่ไม่เป็น
แล้ว 'ทอน' จะรู้ว่าผิดอะไร
"ทอน-บุตร" ประเทศกูมี
"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา