จากป้องกันก่อการร้ายเคิร์ดตุรกีสู่การยึดครองซีเรีย


   

 

      รัฐบาลตุรกีทำสงครามต่อต้านก่อการร้ายกับพวกเคิร์ดในประเทศตนมานานแล้ว และลามไปถึงซีเรียด้วย เพราะผู้ก่อการร้ายเคิร์ดตุรกีร่วมมือกับเคิร์ดซีเรีย จึงเข้าไปปราบผู้ก่อการร้ายลึกเข้าไปในดินแดนซีเรีย

ว่าด้วยชนชาติเคิร์ด :

                ภูมิภาคตะวันออกกลางไม่ได้ประกอบด้วยชาวอาหรับเท่านั้น ยังมีพวกเปอร์เซีย (อิหร่าน) ยิว (อิสราเอล) และอื่นๆ  ชาวเคิร์ด (Kurds) คืออีกชนเชื้อสายหนึ่งกระจายในหลายประเทศ โดยเฉพาะตุรกี อิรัก อิหร่าน ซีเรีย และบางประเทศในยุโรป

                ชาวเคิร์ดผู้อาศัยในตุรกี (เคิร์ดตุรกี) มองว่ารัฐบาลตุรกีปฏิบัติต่อพวกตนเป็นดังชนกลุ่มน้อย มักกดขี่เสมอ พยายามสลายวัฒนธรรมเคิร์ด ฝ่ายรัฐบาลตุรกีชี้ว่าเป้าหมายสุดท้ายของพวกเคิร์ดคือแบ่งแยกดินแดนซึ่งมีความเป็นไปได้ เพราะชาวเคิร์ดชาตินิยมส่วนหนึ่งเห็นว่าต้องแก้ปัญหาด้วยการตั้งรัฐของตน กลุ่มเหล่านี้เป็นที่มาของ Kurdistan Workers’ Party (PKK) รัฐบาลตุรกีจึงประกาศว่า PKK เป็นองค์กรก่อการร้าย

                เคิร์ดตุรกีเชื่อมโยงกับเคิร์ดซีเรีย พรรค PKK เป็นพันธมิตรกับพรรค PYD (Partiya Yekita ya Demokratik) ของเคิร์ดซีเรีย และมีกองกำลังที่ชื่อ YPG

ตุรกีต้องการสร้างเขตปลอดภัย :

                ตุรกีมีแนวคิดสร้างเขตปลอดภัย “safe zones” หรือ “buffer zones” มานานหลายปีแล้ว แนวคิดนี้ปรับเปลี่ยนเรื่อยมาตามบริบท เช่น ปี 2014 เมื่อเริ่มทำสงครามต่อต้านไอซิส รัฐบาลตุรกีเรียกร้องให้จัดตั้งเขตปลอดภัยตามแนวพรมแดนระหว่างตุรกีกับซีเรีย เป้าหมายในขณะนั้นคือต้องการสร้างเขตกันชนเพื่อกีดกันการติดต่อระหว่างเคิร์ดตุรกีกับเคิร์ดซีเรีย เป็นนโยบายเชิงรุกว่าเคิร์ดตุรกีจะไม่ตั้งเขตปกครองตนเอง เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงกับบรรดาประเทศที่เกี่ยวข้อง โดยยอมให้เกิดเขตปกครองตนเองของเคิร์ดซีเรีย เนื่องจากไม่อาจต้านแรงกดดันจากต่างชาติในขณะนั้น

                ในช่วงทำสงครามต่อต้านผู้ก่อการร้ายไอซิส รัฐบาลตุรกีมองว่ากองกำลังเคิร์ดซีเรียเป็นภัยมากกว่า เพราะได้รับการสนับสนุนจากหลายประเทศ รัฐบาลสหรัฐใช้เคิร์ดซีเรียเป็นแนวหน้ากวาดล้างไอซิส พวกเขาเข้มแข็งขึ้น โอกาสที่จะร่วมมือกับเคิร์ดตุรกีแบ่งแยกดินแดนมีมากขึ้น

                สถานการณ์ล่าสุด กองทัพตุรกียึดครองพื้นที่ซีเรียบางส่วนตามแนวพรมแดนทางเหนือที่ติดกับตุรกี และประกาศว่าจะสร้างเป็นเขตปลอดภัยหรือเขตกันชน ประธานาธิบดีแอร์โดกานกล่าวเมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมาว่า จะสร้างเขตปลอดภัยยาว 480 กิโลเมตร และลึกเข้าไปในแผ่นดินซีเรีย 30 กิโลเมตร (เท่ากับ 14,400 ตร.กม. กรุงเทพฯ มีพื้นที่ 1,569 ตร.กม.) ตลอดพรมแดนทางเหนือของซีเรียที่ติดกับตุรกี เพื่อรองรับผู้อพยพลี้ภัย 2 ล้านคน

                การเอ่ยถึงมักจะยึดแม่น้ำยูเฟรติสเป็นจุดอ้างอิง ตุรกีต้องการให้กองกำลังเคิร์ดซีเรียถอนตัวออกจากฝั่งตะวันออกของแม่น้ำยูเฟรติสทั้งหมดเป็นระยะทาง 400 กิโลเมตร  (จากริมแม่น้ำยูเฟรติสจนถึงพรมแดนอิรัก)

                ด้านฝั่งตะวันตกของแม่น้ำ ตุรกีได้ครองพื้นที่บางส่วนในเขตจังหวัด Idlib กับ Afrin อยู่ก่อนแล้ว และกำลังขยายพื้นที่ใหม่ในเขต Manbij ทั้ง 3 จุดอยู่ใกล้กันคืออยู่ทางภาคเหนือที่เยื้องไปทางตะวันตกของซีเรีย

                สรุปให้เข้าใจง่ายคือ หลายปีที่ผ่านมาตุรกีส่งกองทัพเข้ายึดพื้นที่ตามแนวพรมแดนทางเหนือของซีเรียที่ติดตุรกี ทั้งนี้ตุรกีได้เป็นจุดๆ หรือได้เป็นชิ้นๆ ตลอดแนวพรมแดน ความพยายามล่าสุดของตุรกีคือต้องการได้ครองเพิ่มอีก นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่าเป็นส่วนหนึ่งของแผน “กินทีละคำ” ยึดครองพื้นที่แถบนั้นทั้งหมดในอนาคต

                ต้องตระหนักว่าเขตปลอดภัยของตุรกียังไม่แน่นอน อาจเล็กลงหรือขยายขนาดให้ใหญ่ขึ้น

เหตุผลเรื่องผู้ลี้ภัย :

                ผู้ลี้ภัยเป็นอีกประเด็นที่รัฐบาลตุรกีหยิบยกขึ้นมา เพื่อเป็นที่พักพิงของผู้ลี้ภัยสงครามซีเรียราว 2-3 ล้านคน

                เป็นเรื่องน่าเห็นใจตุรกีไม่อาจห้ามอาหรับสปริงซีเรีย ไม่อาจห้ามผู้หนีภัยสงครามเข้าประเทศ ไม่อาจห้ามเคิร์ดซีเรียที่พยายามสร้างอนาคตของตนเอง สิ่งที่ทำได้คือให้สงครามกลางเมืองซีเรียเป็นประโยชน์ต่อตนมากที่สุด ผลักดันผู้ลี้ภัยนับล้านให้ออกนอกพรมแดนตนเอง ช่วยผ่อนคลายภาระ ไม่เกิดปัญหาในอนาคต เช่น ชาวซีเรียลี้ภัยตั้งถิ่นฐานในประเทศ

                การกำหนดให้พื้นที่ส่วนหนึ่งของซีเรียเป็นจุดรับผู้อพยพลี้ภัยเป็นเรื่องสมเหตุผล การมีกองกำลังต่างชาติดูแลความปลอดภัยเป็นเรื่องดี แต่น่าจะกระทำในนามของกองกำลังรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ ไม่ใช่แบบที่ตุรกีคิดจะทำคือใช้กองกำลังของตนในนามประเทศตน

                การผลักดันผู้หนีภัยสงครามกลับเข้าสู่ดินแดนซีเรีย เข้าไปอยู่ใน “เขตปลอดภัย” เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ประเทศซีเรียถูกแบ่งแยก เพราะจะกลายเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของพวกเขาอีกนาน เกิดคำถามในอนาคตว่าพื้นที่นี้เป็นของซีเรีย หรือในที่สุดจะถูกผนวกเป็นของตุรกี

สหรัฐกับการสร้างเขตปลอดภัย :

                หลายประเทศที่เกี่ยวข้องกับซีเรียหารือเรื่องการสร้างเขตปลอดภัยมานานแล้ว ต้องบันทึกว่ารัฐบาลตุรกีกับทรัมป์เห็นด้วยกับการสร้างเขตปลอดภัยในฝั่งตะวันออกของแม่น้ำยูเฟรติส จากข้อมูลที่ปรากฏในเดือนมิถุนายน 2018 ทั้ง 2 ประเทศมีแผนให้กองกำลังเคิร์ดซีเรียถอนตัวออกจากพื้นที่ และแทนที่ด้วยกำลังผสม 2 ฝ่าย

                ท่าทีของรัฐบาลทรัมป์ต่อเรื่องนี้จึงซับซ้อน

                หลังสงครามไอซิสเริ่มซา กองกำลังสหรัฐจำนวนหนึ่งยังอยู่กับกองกำลังเคิร์ดซีเรีย แม้จะบอกว่าเพื่อกวาดล้างไอซิสที่หลงเหลือ ความจริงอีกข้อคือการคงอยู่ของทหารสหรัฐทำให้ไม่มีใครกล้าแตะเคิร์ดซีเรีย รัฐบาลทรัมป์รู้ดีอยู่แล้วว่าหากถอนกำลังออกไป พวกเคิร์ดไม่สามารถรักษาพื้นที่ด้วยตนเอง เพราะพวกเขามีแต่อาวุธประจำกาย อาวุธเบา รถหุ้มเกราะ ไม่อาจสู้กองทัพประเทศตุรกีหรือกองทัพรัฐบาลซีเรีย (อัสซาด) ที่เป็นกองทัพเต็มรูปแบบ

แผนของรัสเซียและข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว :

                ในขณะที่กองทัพตุรกีเริ่มรุกเข้ามาอีก กลางเดือนที่ผ่านมาทหารรัสเซียเข้าแทรก ทำหน้าที่เป็นแนวกันชนระหว่างกองทัพตุรกีกับซีเรีย ตลอดแนวทางเหนือของเขต Manbij

                รัสเซียไม่ได้เผชิญหน้ากับตุรกีโดยตรง ทำหน้าที่เป็นกรรมการหรือแนวกันชนระหว่างตุรกีกับซีเรีย ขัดขวางไม่ให้เกิดการปะทะระหว่างตุรกีกับซีเรีย ซึ่งจะยิ่งทำให้บานปลายและซับซ้อนกว่าเดิม

                อย่างไรก็ตาม การเข้าขวางเช่นนี้ต้องตามต่อว่าตุรกีจะถอนทหารออกจากเขต Manbij หรือไม่ และไม่ได้หมายความว่าแผนสร้างเขตปลอดภัยจะยุติ เพียงแต่ต้องเจรจาใหม่ มีรัสเซียกับรัฐบาลอัสซาดเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย  ตุรกีจะอ้างครอบครองดินแดนด้วยเหตุผลของตนเพียงฝ่ายเดียวไม่ได้

                ไม่กี่วันต่อมา รัฐบาลสหรัฐบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวกับตุรกี ทั้งนี้กองกำลังเคิร์ดซีเรียจะถอนตัวออกจากพื้นที่ตามแนวชายแดน ฝ่ายเคิร์ดเห็นด้วยกับข้อตกลง

                ถ้าทบทวนสถานการณ์หลายปีย้อนหลัง รัฐบาลสหรัฐสมัยโอบามาพุดคุยหารือเรื่องเขตปลอดภัยกับตุรกีมานานแล้ว รัฐบาลทรัมป์สานต่อเรื่องนี้ การถอนตัวของกองกำลังสหรัฐเหมือนกับเปิดทางให้ตุรกีได้ยึดครองพื้นที่เพิ่มอีกจุด ด้วยเหตุผลสร้างเขตปลอดภัย

                สถานการณ์อยู่ระหว่างดำเนินไปยาก จะคาดเดาว่าจะเป็นอย่างไร ประเด็นที่รอคำตอบคือตุรกีจะถอนทัพออกจากพื้นที่ยึดครองหรือไม่ ในอนาคตจะเกิดเขตปลอดภัยหรือไม่และจะเป็นอย่างไร

                ที่แน่นอนคือ ผลจากความขัดแย้งภายในประเทศซีเรียที่ควบคุมไม่ได้ เปิดทางให้เพื่อนบ้าน ผู้ก่อการร้ายไอซิสและอื่นๆ เข้าแทรกแซง สูญเสียชีวิตหลายแสนคน ผู้อพยพหนีตายหลายล้านคน สูญเสียดินแดน ด้วยหลายเหตุผลที่เพื่อนบ้านหยิบยกขึ้นมาอ้าง เช่น ต่อต้านผู้ก่อการร้าย เป็นที่รองรับผู้ลี้ภัย การย้อนเวลากลับไปสู่อดีตที่ซีเรียเป็นหนึ่งเดียวไม่อาจเป็นไปไม่ได้ และยังไม่รู้ว่าจะจบลงตรงไหนอย่างไร.

----------------------

ภาพ : เรเจพ แอร์โดกาน ประธานาธิบดีตุรกี

ที่มา : https://www.tccb.gov.tr/en/receptayyiperdogan/

----------------------

 


ไว้อาลัยแด่นักการเมืองรุ่นใหม่! คงติดโรคมาจากเมื่อครั้งเป็นพิธีกรข่าวโอ๊คทีวี พักหลัง ช่อ-พรรณิการ์ วานิช ถึงได้เปิดโรงน้ำแข็งหลอดรายวัน

งูเห่าหรือจะสู้ผึ้งแตกรัง
เรือดำน้ำกับทีท่ากรรมาธิการฯ
ทหารเกณฑ์ 'เกณฑ์ไปทำไม?'
ความเมืองเรื่อง "กล้วยและไข่"
เพื่อไทย 'หลอกแก้ผ้า' น้องใหม่
'ความลับทางทหารที่จำแม่น'