รัฐบาลเฉือนเนื้อคลอดแพคกระตุ้นอสังหาฯ ลดค่าโอน-จำนอง พร้อมปล่อยกู้ดอกถูก 2.50%


   

23 ต.ค. 2562 นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ 2 มาตรการ ได้แก่ มาตรการลดภาระให้กับผู้ซื้อที่อยู่อาศัย เพื่อสนับสนุนและบรรเทาภาระให้แก่ประชาชนที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ด้วยการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการโอนจากเดิม 2% เหลือ 0.01% และลดค่าจดทะเบียนการจำนองอสังหาริมทรัพย์จากเดิม 1% เหลือ 0.01% สำหรับการซื้อขายที่อยู่อาศัยที่ดินพร้อมอาคารหรือห้องชุดราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อหน่วย และจะต้องจดทะเบียนการโอน รวมถึงจดจำนองอสังหาริมทรัพย์ภายในวันที่ 24 ธ.ค.2563  ส่วนอีกมาตรการ ครม.ได้เห็นชอบมาตรการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ดอกเบี้ยพิเศษ 2.5% คงที่ 3 ปี วงเงิน 50,000 ล้านบาท

“ทั้ง 2 มาตรการนี้ รัฐคาดในส่วนของการลดค่าโอนและจดจำนองจะสูญเสียรายได้ 2,600 ล้านบาท ส่วนมาตรการลดดอกเบี้ยธอส. รัฐบาลจะช่วยชดเชยดอกเบี้ยให้ 1,200 ล้านบาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่า เมื่อเทียบกับการช่วยกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ให้เติบโต และส่งผลดีไปยังภาคธุรกิจอื่นที่เกี่ยวเนื่องต่าง ๆ เช่น ธุรกิจก่อสร้าง  ธุรกิจคมนาคม   และยังหวังว่าหลังจาก ธอส. เป็นผู้นำตลาดในการลดดอกเบี้ยเงินกู้  จะทำให้ธนาคารพาณิชย์อื่น ๆ ลดดอกเบี้ยเงินกู้ตาม” นายอุตตม กล่าว

ทั้งนี้ ข้อมูลปัจจุบัน มีที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จพร้อมอยู่ ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ณ เดือนต.ค.62 มีอยู่ประมาณ 34,731 หน่วย คิดเป็น 57%  ของที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จทั้งหมด และคาดว่าจะมีที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จ ในปี 63 อีกประมาณ 145,269 หน่วย จึงมีที่อยู่อาศัยรวมกว่า 180,000 หน่วย ให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายเป็นเจ้าของได้จำนวนเพียงพอ 

สำหรับกลุ่มเป้าหมายมาตรการอสังหาฯ จะเน้นไปกลุ่มผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง กลุ่มคนเริ่มทำงานใหม่ที่กำลังก่อร่างสร้างตัว รวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุที่มีกำลังซื้อ เพื่อให้ลูกหลานหรือทายาท ที่ต้องเป็นการซื้ออยู่อาศัยประเภท บ้านเดี่ยว บ้านแฝด บ้านแถว อาคารพาณิชย์ (เพื่อการอยู่อาศัย) และห้องชุด แต่ต้องเป็นที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จพร้อมอยู่ที่ไม่เคยผ่านการครอบครองโดยบุคคลอื่นมาก่อน และราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อหน่วย 

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า ธอส.ได้จัดเตรียมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ กรอบวงเงินรวม 50,000 ล้านบาท คิดดอกเบี้ยคง 3 ปีแรก 2.50% ต่อปี ปีที่ 4-5 คงที่ 4.625% ต่อปี ส่วนปีที่ 6 จนถึงตลอดอายุสัญญากู้เงิน คิดเอ็มอาร์อาร์ลบ 0.75-1.00%  โดยการขอกู้จะต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อซื้อที่ดินพร้อมอาคารหรือ ห้องชุดจากผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ทั่วประเทศ หรือบ้านใหม่ ที่มีราคาซื้อขายไม่เกิน 3 ล้านบาท และไม่จำเป็นต้องเป็นบ้านหลังแรก ซึ่งลูกค้าบ้านมือสอง หรือรีไฟแนนซ์ จะเข้าร่วมไม่ได้

“โครงการนี้เป็นดอกเบี้ยต่ำสุดในตลาด และยังช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัยในช่วง 3 ปีแรก เช่น กรณีกู้ 1 ล้านบาท ตลอด 3 ปี แรกจะผ่อนชำระเริ่มต้นเพียง 3,300 บาทต่อเดือนเท่านั้น ซึ่งทำให้ผู้กู้ประหยัดเงินงวดได้ 3 ปี สูงถึง 80,400 บาท หรือหากเทียบกับ การผ่อนชำระอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อปกติในช่วง 5 ปีแรก ผู้กู้สามารถประหยัดเงินงวดได้ถึง 123,600 บาทด้วย โดยผู้สนใจสามารถยื่นขอกู้และทำนิติกรรมได้ตั้งแต่วันที่ 24 ต.ค.62 ถึงวันที่ 24 ธ.ค.63”  นายฉัตรชัย กล่าว


ขยันดีนะ....ฝ่ายค้านชุดนี้ เคาะกะลากันรายวัน จะแก้รัฐธรรมนูญ จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล งานเต็มมือ!    เรื่องหาวิธีชำเรารัฐธรรมนูญพูดกันไปเยอะแล้ว มาที่เรื่องซักฟอกรัฐบาลดูบ้าง 

ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'
อ้อย 'ฤๅจะหวานเท่า' ไทย-จีน