ยกย่อง 400 บริษัทชั้นนำจ้างงานคนพิการเชิงสังคมทะลุเป้า


   

มูลนิธินวัตกรรมทางสังคม สสส.ตลาดหลักทรัพย์ฯ สภาอุตสาหกรรมฯ กระทรวงแรงงาน กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ PMAT 6 องค์กรภาคธุรกิจ-บริษัทเอกชนชั้นนำกว่า 400 บริษัทหลอมรวมน้ำใจเป็นหนึ่งเดียว พร้อมใจจ้างงานคนพิการ 7,000 อัตราทั่วประเทศ ขับเคลื่อนให้สถานประกอบการที่จ้างงานคนพิการตาม กม.ได้ไม่ครบจำนวน 100:1 ส่งเงินสมทบเข้ากองทุนแทน ปรับเปลี่ยนหนุนจ้างงานคนพิการเชิงสังคม หรือให้ทุนประกอบอาชีพอิสระเพื่อให้คนพิการมีอาชีพมีงานทำใกล้บ้าน พึ่งพาตัวเองอย่างมีศักดิ์ศรี คนพิการทุกคนได้รับสิทธิประโยชน์ตาม กม.ครบถ้วน มีรายได้สม่ำเสมอเข้าถึงโอกาสงานและอาชีพ ด้วยศักยภาพคนพิการในฐานะพลเมืองเข้มแข็ง Active Citizen เป็นกำลังสำคัญของชุมชน รองอธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการให้แก่องค์กรภาคีร่วมขับเลื่อนการจ้างงานคนพิการเชิงสังคม 6 องค์กร หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย สถาบันโค้ชไทย และบริษัทต่างๆ ที่มีส่วนสนับสนุนจ้างงานคนพิการอีก 180 บริษัท

ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นประธานในพิธี สสส.ร่วมกับภาคีเครือข่ายร่วมขับเคลื่อนการจ้างงานคนพิการ ส่งเสริมให้คนพิการและประชาชนกลุ่มเฉพาะมีสุขภาวะที่ดี กล่าวว่า กิจกรรมที่เราทำร่วมกันมาหลายปีให้กำลังใจ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ มองก้าวต่อไปข้างหน้า สสส.เป็นองค์กรรัฐที่ก่อตั้งมาแล้ว 18 ปีใช้ภาษีบาป เหล้า บุหรี่เพิ่มขึ้น 2% เพื่อสร้างมิติต่างๆ ในการสร้างเสริมสุขภาพให้กับกลุ่มประชากรไทยในหลายกลุ่ม การให้ความรู้เพื่อรักษาสิทธิคนพิการ เพื่อนช่วยเพื่อน รณรงค์ลดอุบัติเหตุ ส่งเสริมอาชีพอิสระ ในกรณีที่ไม่สามารถทำงานในหน่วยงานได้ อาชีพทำการเกษตร ทำปาล์ม ปศุสัตว์

 

นายจ้างหลายท่านเป็นผู้นำขับเคลื่อนการจ้างงาน 7,000 อัตรา 2 หมื่นโอกาสในการสร้างงาน มีเงินเข้ากองทุนเพื่อขยายงานให้กับผู้พิการ นับเป็นบุญกุศลที่เกิดขึ้นจริง ชีวิตจะดีขึ้นเมื่อมีการขับเคลื่อนอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อมองเห็นก้าวต่อไป เราต้องการความร่วมมืออย่างกว้างขวางเพื่อแผ่ขยายให้ยั่งยืนกว่าเดิม เราต้องการความร่วมมือเพื่อช่วยกันสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ในหลายช่องทาง การมอบเกียรติบัตรเป็นการให้รางวัลเพื่อแสดงความขอบคุณในการมีส่วนร่วมเป็นแกนนำขับเคลื่อน ทำให้สังคมไทยไม่ทอดทิ้งกันเกิดเป็นจริงขึ้นมาได้        

 

กลไกการทำงานที่ผ่านมาของ สสส.ร่วมกับมูลนิธินวัตกรรมทางสังคม พัฒนารูปแบบการจ้างงานคนพิการในชุมชนและองค์กรสาธารณประโยชน์โดยใช้ ม.33 และ ม.35 ช่วยให้คนพิการสามารถทำงานใกล้บ้าน และเป็นวิธีที่ทำให้เงินก้อนเดิมที่บริษัทเคยนำส่งเข้ากองทุน เพราะจ้างคนพิการไม่ครบตามจำนวนที่กำหนดไว้ สามารถส่งตรงไปยังคนพิการโดยตรง 100% เปลี่ยนไปสร่างโอกาสให้คนพิการสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี และเป็นการส่งเสริมภารกิจด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของบริษัทโดยตรง ความคาดหวังสำคัญเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนที่ยั่งยืน คือการพัฒนาความร่วมมือระหว่างภาครัฐโดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงาน ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ให้ขยายประโยชน์ไปยังคนพิการทั่วทุกพื้นที่ เพื่อร่วมสร้างจุดเปลี่ยนของสังคมไทยโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

อภิชาต การุณกรสกุล ประธานมูลนิธินวัตกรรมทางสังคม กล่าวว่า เบทาโกร พรีเมียร์ เซ็นทรัล ช่วยเหลือคนพิการก่อนที่มูลนิธินวัตกรรมทางสังคมจะเริ่มต้น การขับเคลื่อนในช่วงเริ่มต้นเมื่อปลายปี 2557 ให้สถานประกอบการ 20 แห่งเข้าร่วมสนับสนุนให้คนพิการ 229 คน ได้รับการจ้างงานเชิงสังคมและเริ่มทำงานสาธารณประโยชน์ในชุมชนเป็นครั้งแรกในปี 2558 มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันสถานประกอบการกว่า 500 แห่งได้ให้การสนับสนุนโอกาสงานและอาชีพแก่คนพิการกว่า 7,000 คนในปี 2562 นี้ ตลอดระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี ได้ร่วมกันให้การสนับสนุนงานและอาชีพแก่คนพิการกว่า 20,000 โอกาส คิดเป็นรายได้และทุนสนับสนุนอาชีพส่งตรงถึงมือคนพิการรวมกว่า 2,000 ล้านบาท โดยมีภาคีร่วมขับเคลื่อนภารกิจจากทุกภาคส่วนและภาคีพื้นที่กว่า 2,000 หน่วยร่วมดำเนินการ    

 

สิ่งที่มูลนิธิได้พบจากการทำงาน มองเห็นศักยภาพของคนพิการ เรื่องคนพิการไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง หรือองค์กรใดองค์กรหนึ่ง หรือภาครัฐเองก็ไม่สามารถขับเคลื่อนเรื่องนี้ได้โดยลำพัง โอกาสของคนพิการคือเรื่องของทุกคนที่ต้องช่วยกันสร้างให้เกิดขึ้น พิธีมอบเกียรติบัตรจัดขึ้นเพื่อแสดงความชื่นชมต่อองค์กรที่ได้ร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจการสร้างงานสร้างอาชีพให้คนพิการ และสถานประกอบการที่ได้ร่วมกันจ้างงานคนพิการเชิงสังคมและให้ทุนสนับสนุนการประกอบอาชีพแก่คนพิการตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการมาโดยต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา รวมทั้งเป็นการแสดงความขอบคุณต่อหน่วยงานที่ให้ความอนุเคราะห์สถานที่ติดตั้ง “ตู้ชื่นใจ” เพื่อเป็นฐานในการสร้างทุนสนับสนุนให้สามารถขับเคลื่อนภารกิจได้อย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต

 

อณิรา ธินนท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กล่าวว่า ขอขอบคุณภาคีจากทุกภาคส่วนที่ได้ผนึกกำลังกันขับเคลื่อนงานด้านการสนับสนุนการจ้างงานคนพิการ ภารกิจนี้เป็นภารกิจโดยตรงที่กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการให้ความสำคัญ ทำให้คนพิการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการสนับสนุนและส่งเสริมให้หน่วยงานภาครัฐ จ้างคนพิการเข้าทำงานให้โอกาสคนพิการได้มีงานทำ เพื่อให้พวกเขามีรายได้และอาชีพที่ยั่งยืน และร่วมสนับสนุนให้กิดการจ้างงานคนพิการอย่างถูกต้อง และมีเป้าหมายเพื่อคนพิการอย่างแท้จริง

 

“การจ้างงานผู้พิการเป็นสิทธิหนึ่งในอีกหลายสิทธิ เป็นแต้มต่อคนพิการในการดำเนินชีวิตในสังคมอย่างมีศักดิ์ศรี SDG พัฒนาที่ยั่งยืนบนเวทีโลกด้วย 17 นโยบาย แต่เดิมการทำงานเป็นไซโล ใครถนัดเรื่องใดก็ทำหน้าที่แต่วันนี้จะต้องทลายไซโล ทุกภาคส่วนทำงานแนวราบ คนพิการจำนวนมากมายที่เข้าไม่ถึงการจ้างงาน จ้างคนพิการได้ 5-6 หมื่นคน แต่ยังมีคนพิการอีก 4 แสนคนยังรอการจ้างงาน ต้องใช้ช่องทางอื่นซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐ อีกส่วนหนึ่งเป็นหน้าที่ทางสังคม SE Social Enterprise กม.ใหม่ช่วยคนพิการ จับมือเดินไปด้วยกันเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง คนพิการไม่มีแต้มต่อเหมือนกับคนอื่น มีความขัดข้องในการดำเนินชีวิต คนพิการ 7 ประเภทมีความสามารถแตกต่างกัน ถ้าโลกนี้ไม่มีออทิสติกก็จะไม่มีนวัตกรรม คนพิการมีพลังในตัวเอง มีพรสวรรค์ที่จะทดแทนสิ่งที่เขาขาดไป สถานประกอบการทำงานกับคนพิการได้เพื่อเสริมหนุนให้เกิดนวัตกรรม การพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ” อณิรา ธินนท์ กล่าวทิ้งท้าย

 


ขยันดีนะ....ฝ่ายค้านชุดนี้ เคาะกะลากันรายวัน จะแก้รัฐธรรมนูญ จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล งานเต็มมือ!    เรื่องหาวิธีชำเรารัฐธรรมนูญพูดกันไปเยอะแล้ว มาที่เรื่องซักฟอกรัฐบาลดูบ้าง 

ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'
อ้อย 'ฤๅจะหวานเท่า' ไทย-จีน