ว่าด้วยทรัมป์-GSP-สารพิษ หัวหน้า IS และประชุมสุดยอดอาเซียน!


เพิ่มเพื่อน    

 

          เสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ ทำเรื่องเป็นข่าวเกี่ยวกับไทยหลายเรื่อง...ทั้งเรื่องที่น่าตื่นเต้น, น่ากังวล และน่าสงสัยคลางแคลงมากมายหลายเรื่อง

                เริ่มด้วยข่าวคณะกรรมการวัตถุอันตรายของไทยมีมติแบนสารพิษ 3 ประเภท มีผลตั้งแต่ 1 ธันวาคมนี้

                วันเดียวกันก็มีข่าวว่า ทางสถานทูตสหรัฐมีหนังสือถึงนายกฯ ประยุทธ์ จันทร์โอชา แสดงความกังวลว่าการห้ามสารพิษที่ว่านี้อาจจะมีผลทางลบต่อสหรัฐ และการนำเข้าสินค้าเกษตรบางประเภทของสหรัฐมาไทย

                รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องของเรายืนยันว่า ต้องเดินหน้าต่อ และการแสดงความเห็นของสหรัฐเรื่องนี้เป็นเพียงการปกป้องผลประโยชน์ทางธุรกิจของตน

                ผ่านมาวันเดียวก็มีข่าวจากวอชิงตันว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ได้แจ้งไปยังผู้นำสภาคองเกรสว่าสหรัฐได้ตัดสินยกเลิกสิทธิพิเศษทางภาษีนำเข้าสำหรับประเทศไทยกว่า 570 รายการ มีมูลค่าสินค้าประมาณ 40,000 ล้านบาท

                ต่อมาอีกวันหนึ่งก็มีข่าวใหญ่ที่ทรัมป์ออกแถลงสดเองว่า ทางหน่วยรบพิเศษของอเมริกาได้บุกเข้าไปจัดการดับชีพผู้นำใหญ่ของกลุ่ม IS ที่ชื่อ Abu Bakr al-Baghdadi ในปฏิบัติการพิเศษทางตะวันตกเฉียงเหนือของซีเรียแล้ว

                ทรัมป์ประกาศว่า นั่นคือชัยชนะอย่างใหญ่หลวงในการปราบปรามขบวนการก่อการร้ายที่เป็นปฏิปักษ์ต่อสหรัฐมาตลอดหลายปี

                ขณะที่ผมกำลังติดตามข่าวใหญ่ๆ ที่ทรัมป์ตัดสินใจเกี่ยวกับไทยและการเมืองระหว่างประเทศ ก็มีเรื่องน่าเป็นห่วงรอดเข้ามาว่าทรัมป์คงไม่มาร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนบวกคู่เจรจาอีก 10 ผู้นำโลกที่กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 3-4 พฤศจิกายนนี้แล้ว

                พอข่าวบอกว่าทรัมป์ไม่มา ก็คงเชื่อว่าอาจจะส่งรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ มาแทนเหมือนกับที่ประชุมสุดยอดอาเซียนที่สิงคโปร์เมื่อปีที่แล้ว

                พอมีคนบอกว่าไมค์ เพนซ์ เองก็อาจจะไม่มา ก็ทำให้คาดกันว่า ถ้างั้นก็คงจะเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศไมค์ ปอมปิโอ

                แต่กลับมีชื่อของผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศที่ชื่อ David R. Stilwell โผล่มา เหมือนจะเป็นตัวแทนของทรัมป์มาร่วมประชุมสุดยอดครั้งนี้

                ฟังดูแล้วก็ให้เกิดความแปลกใจ ตรวจสอบข่าวไปที่กระทรวงการต่างประเทศเมื่อวานก็ได้รับคำตอบว่า “ยังรอคำยืนยัน” และได้รับชี้แจงว่าคุณ Stilwell เป็นตัวแทนสหรัฐมาประชุมในระดับ Senior Officials Meetings ที่เรียกว่า SOM เป็นประจำ

                จึงต้องรอดูว่าทรัมป์จะเอายังไง เพราะหากส่งคุณ Stilwell มาประชุมกับระดับประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีของอาเซียนกับอีก 9 ผู้นำอื่นๆ ก็คงไม่น่าจะสวยนัก

                หากเป็นเช่นนั้นจริงก็จะเกิดการตีความว่าทรัมป์ไม่ให้เกียรติกับผู้นำประเทศอื่นๆ มากมายทั่วโลก

                เพราะจีนส่งนายกฯ หลี่ เค่อเฉียง, อินเดียส่งนายกฯ นเรนทรา โมดี, ญี่ปุ่นก็คือ นายกฯ ชินโซะ อาเบะ, เกาหลีใต้ส่งประธานาธิบดีมูน แจอิน ต่างๆ เป็นต้น

                ทรัมป์คงยุ่งกับเรื่องในบ้านหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง impeachment ที่ฝ่ายเดโมแครตยังเดินหน้าอย่างเข้มข้นเพื่อตั้งข้อหาเขาในการไต่สวนเพื่อถอดถอน

                หรือเรื่องที่ต้องเกาะติดสถานการณ์ของ IS หลังการเสียชีวิตของหัวหน้าใหญ่ของกลุ่มก่อการร้ายกลุ่มนี้

                รวมไปถึงการเริ่มหาเสียงของทรัมป์เองเพื่อให้ได้กลับมาเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ในปีหน้า

                อีกทั้งการที่สหรัฐเพิ่งประกาศตัด GSP ของไทยไปในข้อหาว่าเรายังไม่ได้มาตรฐานสิทธิแรงงานระดับโลก ก็อาจจะทำให้ทรัมป์ต้องแสดงบทบาทที่ไม่ต้องการปรากฏตัวในประเทศไทยในยามนี้

                ทั้งหมดนี้ทำให้ไทยเราต้องวิเคราะห์สถานภาพของเราเองในจังหวะที่ดุลยภาพของอำนาจโลกกำลังเปลี่ยนผันอย่างมีนัยสำคัญยิ่ง

                ภาพที่เห็นนายกฯ ประยุทธ์ไปจับมือกับทรัมป์ที่ทำเนียบขาวเมื่อเร็วๆ นี้ และชาร์ตแสดงว่าไทยเราเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้ดุลการค้ากับสหรัฐระดับต้นๆ ย่อมทำให้เราต้องพิเคราะห์ว่าทรัมป์กำลังจะทำอะไรกับเราอย่างไร

                เรื่องตัด GSP ของไทยกับเรื่องเราแบนสารพิษที่อเมริกาผลิตขายไปทั่วโลกนั้นอาจจะไม่เกี่ยวกันโดยตรง เพราะประเด็นเรื่อง GSP และแรงงานไทยมีการพูดจากันมาระยะหนึ่งแล้ว และรัฐบาลไทยก็ได้สัญญาณเตือนมาหลายเดือนแล้วเช่นกัน

                แต่เมื่อทรัมป์ชูนโยบาย America First ในการหาเสียงอีกรอบหนึ่ง เขาก็ย่อมจะต้องโยงทุกอย่างเป็นเรื่องเดียวกัน เพราะนั่นคือการย้ำว่าเขาเป็นคนที่พร้อมจะฟาดฟันกับทุกประเทศเพื่อให้สหรัฐได้เปรียบในทุกๆ ด้าน

                ทรัมป์ไม่แคร์ว่าเรามีสัมพันธ์กับสหรัฐมากว่า 200 ปี หรือมีความสัมพันธ์ทางความมั่นคงและมีการซ้อมรบกับอเมริกามายาวนาน เพราะสำหรับเขา การชนะเลือกตั้งด้วยการแสดงตนเป็นผู้อหังการ ไม่ยอมสยบหัวให้ประเทศไหน และหากสามารถกดดันข่มขู่ให้ใครต้องยอมก็จะทำ

                สำหรับทรัม์ปการแสดงออกจะใช้วิธีการที่กร้าว, ดุดัน, ไร้มารยาทอย่างไรก็ไม่สนใจ

                ขอให้ได้ผลเป็นผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจสำหรับเขาเป็นใช้ได้!.

 


"การดําเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง ต้องอาศัยรายได้ของพรรคการเมือง ซึ่งกฎหมายกําหนดแหล่งที่มาไว้ตามมาตรา ๖๒

ภาวะโลก "Covid-19" เซตซีโร
'บทบาท กมธ.ที่น่าทบทวน'
เรื่องกฎหมาย 'สไตล์ปิยบุตร'
พงศกร 'สะท้อนภาพ' ธนาธร
จะเอาให้ 'เผาศาล' กันใช่มั้ย?
จำเลย 'สารภาพ' แต่ดิ้นโชว์