“เศรษฐพงค์”แนะดีอีเอส-กสทช. ยึดคืนคลื่น 3.5 GHz จากไทยคม5 แล้วจัดสรรเป็นความถี่สำหรับเทคโนโลยี 5G ให้เข้ามาตรฐานสากล


   

เมื่อวันที่ 6 พ.ย. เมื่อเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา เกียกกาย มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานการประชุม ทั้งนี้ ในช่วงหารือปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนนั้น พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ได้หารือว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และกสทช. จัดประมูลคลื่นความถี่สำหรับ 5G ในช่วงต้นปี 2563 แต่ปัจจุบันประเทศต่างๆ ทั่วโลกหันไปใช้คลื่นความถี่ย่าน 3.5GHz ที่เป็นมาตรฐานสากล โดยสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือ ITU ได้กำหนดไว้เช่นกัน ซึ่งจะมีการผลิตอุปกรณ์หลักๆ มากมายบนย่าน 3.5GHz ดังกล่าวมากกว่าในย่านความถี่อื่นๆ แต่ในแผนการประมูลคลื่นความถี่ที่จะเกิดขึ้นในต้นปีหน้าที่ กสทช.ประกาศออกมานั้น ไม่มีคลื่นความถี่ในย่าน 3.5GHz เลย ถือว่าเป็นความเสี่ยงอย่างมาก การใช้คลื่นความถี่ย่าน 2600 และ 700MHz ยังมีข้อจำกัดในเรื่องของจำนวนผู้ให้บริการ 5G ที่ยังไม่แพร่หลาย หากประเทศไทยใช้คลื่นความถี่ที่ไม่ได้รับความนิยม จะก่อให้เกิดปัญหาในเรื่องอุปกรณ์ปลายทางคือโทรศัพท์มือถือ หรืออุปกรณ์ 5G อื่นๆ ที่ไม่มีในท้องตลาด ส่งผลให้ประชาชนต้องใช้อุปกรณ์ที่มีราคาสูง

 

พ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าวอีกว่า กระทรวงดิจิทัลฯ และ กสทช. ควรเร่งนำคลื่น 3.5GHz มาร่วมประมูลด้วย เพื่อให้ 5G ไทยเทียบเท่ามาตรฐานโลก สามารถรองรับอุปกรณ์จากทั่วโลกที่มีราคาถูกลงอย่างรวดเร็ว จนสามารถสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลตามนโยบายของรัฐบาลได้

 

ทั้งนี้ สำหรับดาวเทียมไทยคม 5 ที่กำลังจะหมดสัญญาสัมปทานในปี 2564 นั้น ใช้ความถี่ย่าน 3.5GHz ซึ่งถูกนำมาใช้ในการให้บริการทีวีดาวเทียมเป็นส่วนใหญ่ แต่ปัจจุบันได้รับความนิยมลดน้อยลง ในหลายประเทศมีการเรียกคืนความถี่ย่าน 3.5GHz จากดาวเทียม และนำมาจัดสรรเป็นความถี่สำหรับเทคโนโลยี 5G แล้ว

ดังนั้น ประเทศไทยควรหาแนวทางในการเรียกคืนคลื่นความถี่ย่าน 3.5GHz เพื่อนำมาจัดสรรให้กับ 5G เพื่อให้ประเทศชาติและประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด


ขยันดีนะ....ฝ่ายค้านชุดนี้ เคาะกะลากันรายวัน จะแก้รัฐธรรมนูญ จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล งานเต็มมือ!    เรื่องหาวิธีชำเรารัฐธรรมนูญพูดกันไปเยอะแล้ว มาที่เรื่องซักฟอกรัฐบาลดูบ้าง 

ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'
อ้อย 'ฤๅจะหวานเท่า' ไทย-จีน