ประธานศาลฎีกากังวลประชาชนมองศาลถูกแทรกแซงทางการเมือง


   

8 พ.ย.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 7 พ.ย. ที่ผ่านมา ที่โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพฯ นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา กล่าวแถลงนโยบายตอนหนึ่งเกี่ยวกับการสำรวจความคิดเห็นในการทำนโยบายประธานศาลฎีกา ในประเด็นด้านการสร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาต่อศาลยุติธรรมของประชาชน โดยนายไสลเกษ กล่าวว่า น่าดีใจมาก ข้าราชการของเราให้ข้อคิดเห็นมาว่า ศาลควรให้ความสำคัญเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการยุติธรรมมากที่สุด ให้ประชาชนสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นได้ โดยเฉพาะแบบสำรวจออนไลน์ มีการรับฟังความคิดเห็นมากขึ้น แต่ให้กระทำด้วยความระมัดระวัง ตนคิดว่าเราเดินถูกทางแล้ว ในการเปิดเวทีให้บุคคลที่มีส่วนได้เสียในกระบวนการยุติธรรมทั้งหมดมีส่วนในการรับฟังความคิดเห็นด้วย ตนเชื่อว่าผู้บริหารทุกท่านใช้วิธีคิดนี้ เราจะรู้เห็นปัญหาล่วงหน้า แล้วเราจะรู้ว่าภัยอะไรจะเกิดขึ้น

นายไสลเกษ กล่าวต่อไปว่า ส่วนประชาชนทั่วไปให้ความเห็นเพิ่มเติมมาว่า ศาลควรให้ความสำคัญกับความเป็นอิสระหรือความเป็นกลางของผู้พิพากษา โดยเฉพาะความรู้สึกของประชาชนส่วนมากเห็นว่า ศาลใช้กฎหมายตอบสนองความต้องการทางการเมือง ตรงนี้เราไม่แน่ใจว่าการสื่อสารนี้หมายถึงอะไร เราตัดสินคดีเสื้อเหลือง เสื้อแดง พรรคการเมือง หรือความขัดแย้งทางการเมือง หรือศาลไหนกันแน่ที่ตัดสิน เนื่องจากยุคปัจจุบันนี้มีถึง 3 ศาล ไม่นับศาลทหารบทค่อนข้างน้อย ศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ และศาลยุติธรรม ศาลไหนประชาชนอาจเกิดความสับสนได้ ว่าคดีที่ตัดสินเกี่ยวกับการเมือง แล้วก็ใช้ตอบสนองความต้องการทางการเมือง ตอบสนองใคร ตอบสนองผู้มีอำนาจรัฐทุกยุคทุกสมัยที่ผ่านมา จะมีประเด็นข้อนี้เสมอ เราจะแก้ปัญหาอันนี้อย่างไร

“ในเบื้องต้นงานของเราแทบจะไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นความขัดแย้งทางการเมือง จะมีก็คดีอาญาที่เกี่ยวพันกับการที่ละเมิดกฎหมายอาญาโดยตรง เช่น บุกรุก เผา ทำลาย อะไรทำนองนี้ ทำให้เสียทรัพย์ อะไรพวกนี้ เกี่ยวข้อง จริงๆ ในเนื้อหาของมันตรงไปตรงมาไม่ได้มีอะไรยาก แต่ประชาชนแยกไม่ออกว่ากลุ่มนี้โดน กลุ่มนี้ทำไมไม่โดน แล้วโดนด้วยศาลอะไร จุดนี้ก็เป็นจุดอ่อนที่เราอาจจะต้องใช้งานประชาสัมพันธ์ในการดูแลความเข้าใจว่าศาลเราถูกแทรกแซงทางการเมือง แล้วก็เรื่องล่าสุดชัดเจน ก็มีคนพยายามโยงที่ยะลา ใช่ไหมครับ มีคนพยายามโยงว่าโดยที่เขาจินตนาการโดยแท้จริงเลย พอเกิดเรื่องปั๊บพูดไปได้เป็นวรรคเป็นเวรว่าเราต้องตัดสินคดีให้สอดคล้องกับความมั่นคง เป็นเรื่องทางการเมืองไป ซึ่งมันไม่ได้มีอะไรโยงใยเลย” ประธานศาลฎีกา กล่าว


ขยันดีนะ....ฝ่ายค้านชุดนี้ เคาะกะลากันรายวัน จะแก้รัฐธรรมนูญ จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล งานเต็มมือ!    เรื่องหาวิธีชำเรารัฐธรรมนูญพูดกันไปเยอะแล้ว มาที่เรื่องซักฟอกรัฐบาลดูบ้าง 

ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'
อ้อย 'ฤๅจะหวานเท่า' ไทย-จีน