ศาลรับลูกนโยบาย 'ประธานศาลฎีกา' ให้ทุกศาลทั่วประเทศติดประกาศอัตราประกันตัว


   

9 พ.ย 62 - นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวถึงการคุ้มครองสิทธิพื้นฐานเกี่ยวกับเรื่องการประกันตัวที่นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา ได้เเถลงนโยบายเมื่อวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมาว่า ในเรื่องการติดประกาศอัตราการวางหลักทรัพย์ประกันตัว ทางสำนักงานศาลยุติธรรมสามารถรับนโยบายมาแล้วดำเนินการได้ในทันที เราก็พยายามใช้ช่องทางอื่นในการสื่อสารให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูล โดยที่ไม่ต้องเดินทางมาศาล หรือหากประชาชนเดินทางมาศาลก็จะสามารถทราบได้ว่าหลักทรัพย์ที่จะต้องใช้มีอะไรบ้าง ซึ่งเดี๋ยวนี้เราก็มีกำไร EM ที่จะทำให้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายโดยหากคู่ความมีความประสงค์ที่จะใช้เเทนหลักทรัพย์ก็สามารถยื่นคำร้องขอศาลเข้ามาได้ อย่างคดีเอ็มมี่ แม็กซิม หรือ น.ส.อมลวรรณ ศิริกิตติรัตน์  ที่ศาลจังหวัดนนทบุรี ในคดีฉ้อโกง ตั้งวงแชร์ ซึ่งศาลก็อนุญาตให้ประกันตัวโดยใช้กำไล EM ตรงนี้ก็จะลดความเหลื่อมล้ำ ในกรณีของประชาชนที่ไม่มีหลักทรัพย์ที่จะวางต่อศาล แทนที่จะต้องไปเช่าหลักประกันหรือจ้างนายประกันมาดำเนินการ  หลังจากนี้ศาลทั่วประเทศไทยก็จะมีการติดบอร์ดเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ท่านประธานศาลฎีกาได้พูดถึงสาวเสื้อฟ้า หรือประชาสัมพันธ์ของศาล เราก็มีแนวคิดประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนได้รับข่าวสารถูกต้อง เพื่อจะได้ทราบว่าเมื่อมาศาลแล้วต้องปฏิบัติตนอย่างไร ยื่นเรื่องที่ไหน ติดต่อใคร โดยสาวเสื้อฟ้าที่มีอยู่ถูกศาลมีหน้าที่ที่จะรับรู้ข้อมูลข่าวสารตรงนี้รวมทั้งอัตราการประกันตัว ทางสำนักงานศาลยุติธรรมได้ให้ความสำคัญกับนโยบายเหล่านี้ โดยคนที่มาทำหน้าที่สาวเสื้อฟ้าก็จะมีการหมุนเวียนกัน หมายความว่าจะมีบุคลากรของศาลยุติธรรมทุกระดับชั้นที่มีความอาวุโสสูง หรือกระทั่งหัวหน้ากลุ่มงานก็ต้องมาทำหน้าที่ตรงนี้ด้วย เพื่อจะได้รับรู้ปัญหาของชาวบ้านนำไปปรับปรุงแก้ไขพัฒนางานให้ดีขึ้น ทำให้เกิดความพึงพอใจในการติดต่องานของศาลยุติธรรม เราจะปรับปรุงข้อมูลให้ทันสมัยแล้วก็จะสำรวจ ว่ามีตรงไหนประชาชนยังเข้าไม่ถึงเข้าถึงได้ยากก็จะไปแก้ไข  สิ่งที่เป็นนโยบายเหล่านี้เมื่อสำนักงานศาลยุติธรรมรับมาก็จะต้องติดตามกำกับดูแลให้มีการปฏิบัติโดยทั่วถึงเสมอภาคกันทุกหน่วย ไม่ว่าจะไปศาลไหนทั่วประเทศจะต้องได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียมกันเหมือนกัน เราจะมีการตรวจสอบติดตามประเมินผลว่าได้ผลดีหรือไม่หรือต้องแก้ไขอย่างไร  

ส่วนเรื่องที่จะให้มีการพิจารณาประกันตัวในวันหยุดท่านประธานศาลฎีกาได้มีการสั่งการให้ตรวจสอบกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทางสำนักงานศาลฯได้ตรวจสอบระเบียบบริหารข้าราชการฝ่ายตุลาการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการวางแผนเนื่องจากการปล่อยชั่วคราวมีผู้ที่เกี่ยวข้องหลายฝ่าย ทั้งตัวคู่ความ พนักงานสอบสวน กรมราชทัณฑ์ หากตัวควบคุมอยู่ที่เรือนจำเวลาศาลสั่งปล่อยตัวจะปฏิบัติการอย่างไร จึงต้องมีการเตรียมการเพื่อดำเนินการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งเรื่องงบประมาณด้วย ซึ่งเรื่องงบประมาณก็เป็นสิ่งที่สำคัญเราต้องมาสำรวจว่านโยบายเหล่านี้ต้องใช้งบประมาณหรือไม่ และถ้าใช้งบประมาณเราก็ต้องได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลหากได้รับงบประมาณ ทางสำนักงานศาลก็พร้อมที่จะดำเนินการต่อไป อย่างเรื่องนโยบายรัฐบาล เรื่องการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม เรื่องการมีทนายความประจำโรงพัก เมื่อสภาทนายฯ ได้รับการจัดสรรงบประมาณถึงได้มีโครงการไปเมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมา

นายสราวุธ ยังกล่าวถึงการปรับปรุงห้องควบคุมตัวที่ศาล ตามนโยบายของประธานศาลฎีกาที่จะให้มีการแยกเพศและสภาพทางคดีของผู้ต้องหาหรือจำเลย ว่า ห้องควบคุมผู้ต้องหาหรือจำเลยที่มาศาลนั้น ทั่วประเทศมีการแบ่งเพศหญิงและเพศชาย ส่วนกรณีตัวอย่างที่ท่านประธานศาลฎีกาได้ยกขึ้นมา เป็นการปรับปรุงสร้างศาลฎีกาใหม่ แต่ในห้องควบคุมในคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในศาลฎีกายังให้ใช้ห้องรวมกัน เมื่อท่านประธานศาลฎีกามีการสั่งการลงมาเราก็ดำเนินการเร่งรัดที่จะต้องปรับปรุงห้องควบคุมให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ ซึ่งจะใช้ระยะเวลาประมาณ 1 เดือนเศษๆ

ส่วนเรื่องความผิดเล็กน้อยกับความผิดร้ายแรง และกรณีผู้ต้องหาที่ยังมีการรอฟังคำสั่งปล่อยชั่วคราว ที่มีการควบคุมร่วมกัน เราก็ต้องมาดูว่าจะทำยังไง ที่จะมีการจัดห้องควบคุมโดยแยกระหว่างคนที่ถูกพิพากษาว่ากระทำความผิดร้ายแรง กับคนที่กระทำความผิดไม่ร้ายแรง หรือคนที่รอผลการปล่อยชั่วคราวออกจากกัน เรื่องนี้ทางสำนักงานศาลรับนโยบายแตกต่าง เพราะจะต้องมีการดูและจัดพื้นที่ ก็ต้องขึ้นอยู่กับเหตุทางกายภาพของแต่ละศาล ว่ามีความพร้อมและมีพื้นที่ว่างที่จะให้กลุ่มคนที่มีความผิดเล็กน้อยกับคนที่รอผลประกัน สามารถที่จะอยู่ในห้องที่ได้รับความสะดวก ไม่รู้สึกว่าตัวเองถูกกระทบสิทธิมากไปอยู่รวมกับนักโทษที่มีอัตราโทษร้ายแรงหรือคดีอุกฉกรรจ์ ทางสำนักงานศาลก็จะเร่งรัดดำเนินการโดยเร็ว ส่วนจะใช้งบประมาณเท่าไหร่นั้น เราควรจะต้องพิจารณาดูว่า ถ้าเป็นงบประมาณจำนวนมาก ก็จะต้องทำคำขอจากรัฐบาลและรอสภาอนุมัติ

 ส่วนประเด็นเรื่องศาลสีเขียว ทางสำนักงานศาลยุติธรรมจะส่งเสริม การอนุรักษ์รักษาสิ่งแวดล้อม การปลูกป่า การดูแลภูมิทัศน์โดยรอบทั่วประเทศสำนักงานศาลได้ให้นโยบายชัดเจนว่าพื้นที่ว่างให้ปลุกต้นไม้เป็นพื้นที่สีเขียว และรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อที่จะเป็นปอดให้กับเมืองด้วย ส่วนที่จะมีการสร้างศาลเเขวงสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา แล้วจะมีการสร้างศูนย์ฝึกอบรม เพื่อให้หน่วยงานในศาลยุติธรรมทั้งหมด หากมีการฝึกอบรมก็จะใช้พื้นที่ดังกล่าวด้วย โดยจะมีการอนุรักษ์ธรรมชาติไปในตัวด้วย ส่วนเรื่องที่ต่อไปสำนักงานศาลจะมีการทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างหรือก่อสร้างจะต้องมีการทำ TOR (ข้อกําหนดของผู้ว่าจ้าง) ก็ไม่ได้ยุ่งยาก การเขียนเงื่อนไขต่างๆ เราก็ต้องดูพื้นที่เราเองด้วยว่ามีความพร้อมปฏิบัติได้หรือไม่ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย มีการรักษาสิ่งเเวดล้อมอยู่แล้ว ถ้าตรงไหนทำได้ เราจะมีการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้มากขึ้น


ขยันดีนะ....ฝ่ายค้านชุดนี้ เคาะกะลากันรายวัน จะแก้รัฐธรรมนูญ จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล งานเต็มมือ!    เรื่องหาวิธีชำเรารัฐธรรมนูญพูดกันไปเยอะแล้ว มาที่เรื่องซักฟอกรัฐบาลดูบ้าง 

ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'
อ้อย 'ฤๅจะหวานเท่า' ไทย-จีน