GCกางแผนลงทุนสหรัฐเล็งผุดปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์


   


9 พ.ย.2562 นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่(ซีอีโอ) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด(มหาชน) หรือ GC ผู้นำธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล เปิดเผยถึงวิสัยทัศน์ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งว่า บริษัทจะใช้วิกฤตเป็นโอกาสในช่วงปิโตรเคมีขาลงเข้าซื้อกิจการที่มีศักยภาพในต่างประเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้โครงการลงทุนปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ในสหรัฐ รวมถึงความคุ้มค่าหรือผลตอบแทนในการลงทุน ความสามารถในการแข่งขันด้านวัตถุดิบ เงื่อนไขสัญญาการก่อสร้าง และการจัดหาเงินทุน

“บริษัทมีเป้าหมายลงทุนปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ในสหรัฐเพื่อเป็นบ้านของที่สอง เนื่องจากมีวัตถุดิบที่ถูก และตลาดใหญ่ซึ่งเป็นแห่งเดียวที่มีความพร้อม เมื่อเทียบกับจีนหรือประเทศอื่น ๆ ที่อาจจะมีเพียงแหล่งวัตถุดิบหรือตลาดเพียงอย่างเดียว ขณะที่สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีจีดีพีชนาดใหญ่ แต่การตัดสินใจลงทุนต่าง ๆ ต้องดูโครงสร้างเงินทุนและผู้ร่วมทุนเพื่อลดความเสี่ยงในการดำเนินงาน”นายคงกระพัน กล่าว

ทั้งนี้ปี 2573 บริษัทตั้งเป้าหมายมีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศ 30% ของพอร์ต จากปัจจุบันไม่ถึง 10% และรายจ่ายการลงทุนมากกว่า 50% เป็นการลงทุนในต่างประเทศ จาก 10 ปีที่ผ่านมาบริษัทมีการลงทุนในต่างประเทศแล้ว 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

นอกจากนี้ บริษัทมีแผนต่อยอดลงทุนและสร้างมูลค่าเพิ่มให้อุตสาหกรรมปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ต่อเนื่องในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) อาทิ โครงการหลักที่ลงทุนในพื้นที่นี้ ได้แก่ โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต Olefins Reconfiguration มูลค่าโครงการประมาณ 36,000 ล้านบาท คาดจะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2563 โครงการโพรพิลีนออกไซด์ มูลค่าประมาณ 34,000 ล้านบาท คาดเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในปี 2563

โครงการร่วมลงทุนธุรกิจเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ มูลค่าประมาณ 15,000 ล้านบาท  คาดแล้วเสร็จปี 2565 โครงการพลาสติกรีไซเคิลร่วมกับพันธมิตร แอลพลา และร่วมทุนกับบริษัท เอ็นวิคโค จำกัดที่นิคมเอเชียมาบตาพุด จ.ระยอง มูลค่าประมาณ 2,000 ล้านบาท คาดเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ปี 2564 จากปัจจุบันมีการลงทุนในโครงการหลักแล้วมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท

นายคงกระพัน กล่าวว่า บริษัทยังมีเป้าหมายลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิตของบริษัทลง 20% ใน 10 ปีข้างหน้าตามเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย และตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 52%ในปี 2593 เพื่อสนับสนุนเป้าหมายควบคุมอุณหภูมิโลกไม่ให้เพิ่มขึ้น 2 องศาเซลเซียส ขณะเดียวกัน ยังวางเป้าหมายจะมีผลิตภัณฑ์ชนิดพิเศษและผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มเป็น 30% ในปี 2573 และยกเลิกการผลิตเม็ดพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งภายใน 5 ปีข้างหน้า


ขยันดีนะ....ฝ่ายค้านชุดนี้ เคาะกะลากันรายวัน จะแก้รัฐธรรมนูญ จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล งานเต็มมือ!    เรื่องหาวิธีชำเรารัฐธรรมนูญพูดกันไปเยอะแล้ว มาที่เรื่องซักฟอกรัฐบาลดูบ้าง 

ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'
อ้อย 'ฤๅจะหวานเท่า' ไทย-จีน