เศรษฐกิจไทยทำไม เติบโต 'ต่ำกว่าศักยภาพ'?


   

    เศรษฐกิจไทยปีนี้อ่อนแรงลงไปไม่น้อย “ดัชนีความเชื่อมั่น” ปรับลงทุกรายการต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 แม้รัฐบาลจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้น
    ปีหน้าจะเป็นปีตัดสินว่ามาตรการต่างๆ ที่ใช้ทั้งนโยบายการเงินและการคลังที่เราเห็นอยู่ขณะนี้จะนำไปสู่การกระตุ้นให้เกิดการฟื้นตัวอย่างเป็นรูปธรรมหรือไม่
    คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติลดดอกเบี้ยอีกรอบ เป็นครั้งที่สองของปีนี้มีเหตุผลจากกรรมการ 5 ท่านที่เห็นด้วยกับ 2 ท่านที่คิดว่าควรจะรักษาอัตราดอกเบี้ยไว้น่าสนใจ
    ผมอ่านเจอรายงานที่อ้างถึงการแถลงข่าวของคุณทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส เลขานุการ กนง. แล้วน่าจะนำมาเล่าต่อให้ได้อ่านกันเพื่อจะได้เข้าใจเหตุผลของการตัดสินใจลดดอกเบี้ยร้อยละ 0.25 ต่อปี จากร้อยละ 1.50 เป็นร้อยละ 1.25 ต่อปี โดยให้มีผลทันที 
    คุณทิตนันทิ์อธิบายว่า ในการตัดสินนโยบาย คณะกรรมการประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้และต่ำกว่าศักยภาพมากขึ้น จากการส่งออกที่ลดลง ซึ่งส่งผลไปสู่การจ้างงานและอุปสงค์ในประเทศ 
    อีกทั้งยังมีประเด็นว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มต่ำกว่าขอบล่างของกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ ภาวะการเงินโดยรวมยังผ่อนคลาย เสถียรภาพระบบการเงินได้รับการดูแลไปแล้วบางส่วน แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม ทำให้กรรมการส่วนใหญ่เห็นว่านโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้นจะมีส่วนช่วยสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจและเอื้อให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปกลับสู่กรอบเป้าหมาย จึงเห็นควรให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งนี้ 
    คุณทิตนันทิ์บอกด้วยว่า กรรมการ 2 ท่านที่เห็นว่าไม่ควรจะลดดอกเบี้ยนโยบายขณะนี้มองว่าภาวะปัจจุบันที่นโยบายการเงินอยู่ในระดับผ่อนคลายอยู่แล้ว การลดอัตราดอกเบี้ยอาจไม่ช่วยสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจเพิ่มได้มากนัก เมื่อเทียบกับความเสี่ยงด้านเสถียรภาพระบบการเงินที่อาจเพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งยังจำเป็นต้องรักษาขีดความสามารถในการดำเนินนโยบายการเงิน (policy space) ที่มีจำกัด เพื่อรองรับความเสี่ยงที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคต
    อีกประเด็นหนึ่งคุณทิตนันทิ์บอกว่า คณะกรรมการวิเคราะห์ว่าการส่งออกสินค้าหดตัวมากกว่าที่ประเมินไว้ และจะมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ช้ากว่าที่คาดไว้ 
    แนวทางวิเคราะห์นี้เห็นว่า ปริมาณการค้าโลกชะลอลงจากสภาวะการกีดกันทางการค้า ภาคการท่องเที่ยวมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลง สำหรับด้านอุปสงค์ในประเทศ การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มชะลอลงตามรายได้ของครัวเรือนและการจ้างงานที่ปรับลดลงเร็ว โดยเฉพาะในภาคการผลิตเพื่อส่งออก รวมถึงแรงกดดันจากหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง แม้ว่าจะได้รับการสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ การลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้ 
    เลขานุการ กนง.บอกว่า ปัจจัยทางด้านบวกก็พอมี เช่น การย้ายฐานการผลิตมายังไทยและโครงการร่วมลงทุนของรัฐและเอกชนในโครงสร้างพื้นฐานจะช่วยสนับสนุนการลงทุนในระยะต่อไป 
    ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้ ส่วนหนึ่งจากการเลื่อนการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ ทั้งนี้ คณะกรรมการเห็นว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไปยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะความเสี่ยงด้านต่างประเทศ
    จากสภาวะการกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศ แนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจจีนและประเทศอุตสาหกรรมหลักที่จะส่งผลมาสู่อุปสงค์ในประเทศ และความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ นอกจากนี้ คณะกรรมการจะติดตามผลจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลและการใช้จ่ายของภาครัฐ ตลอดจนความคืบหน้าของการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญและผลต่อเนื่องไปยังการลงทุนภาคเอกชน 
    อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยทั้งปี 2562 และปี 2563 มีแนวโน้มต่ำกว่ากรอบเป้าหมายเงินเฟ้อจากราคาพลังงานที่ต่ำกว่าคาดตามเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานมีแนวโน้มชะลอลงตามแรงกดดันด้านอุปสงค์ที่ปรับลดลง 
    ทั้งนี้ คณะกรรมการเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง อาทิ ผลกระทบจากการขยายตัวของธุรกิจ e-commerce การแข่งขันด้านราคาที่สูงขึ้น รวมถึงพัฒนาการของเทคโนโลยีที่ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นได้ช้ากว่าในอดีต
    ยังต้องจับตาดูปัจจัยในและต่างประเทศในไตรมาสที่ 4 ซึ่งยังผันผวนปรวนแปรได้ตลอดเวลา
    ความสามารถของรัฐบาลในการบริหารความไม่แน่นอนจะได้รับการพิสูจน์อย่างเข้มข้นแน่นอน! ที่ว่าเติบโต “ต่ำกว่าศักยภาพ” นั้นแปลว่าเราควรจะทำได้ดีกว่านี้...ไฉนจึงทำไม่ได้...เป็นประเด็นที่ต้องวิเคราะห์และหาทางออกกันอย่างเร่งด่วนก่อนที่สถานการณ์จะทรุดกว่านี้.


โง่แล้วโทษ "กล้วย"! อย่างนี้ต้องให้ "เพื่อไทย-อนาคตใหม่" กินไข่แทนกล้วย เยื่อหุ้มสมองจะได้แข็งแรง คิดอะไรได้มากกว่าเอะอะ "วอล์กเอาต์"

เพื่อไทย 'หลอกแก้ผ้า' น้องใหม่
'ความลับทางทหารที่จำแม่น'
พรรคร่วม 'หลวม' ในแกนนำ
มีอะไรเสนอนอกจาก 'แบน'?
จากสภาสู่ 'พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์'
สภา "ปลาน้ำลึก-ปลาน้ำตื้น"