ปตท.สผ.ตั้งเป้า5ปีกำไรเพิ่มขึ้นเท่าตัว


เพิ่มเพื่อน    

14 พ.ย. 2562 นายพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด(มหาชน)หรือปตท.สผ. เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าหมายใน5 ปี(63-67)จะมีกำลังการผลิตปิโตรเลียมเพิ่มขึ้นเท่าตัวมาอยู่ที่ระดับวันละ 6-7แสนบาร์เรลจากปีก่อนที่มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 3.5 แสนบาร์เรลต่อวัน หรือโตเฉลี่ยปีละ 5-7% เนื่องจากบริษัทได้ชนะประมูลแหล่งเอราวัณและบงกชที่สิ้นสุดอายุสัญญาสัมปทานในปี2565-66 ทำให้รับรู้กำลังผลิตเต็มที่ การเข้าซื้อกิจการเมอร์ฟี่ ออยล์ฯในมาเลเซีย ทำให้มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นในปีนี้5หมื่นบาร์เรล/วัน ในปีหน้าจะเพิ่มขึ้นเป็น7หมื่นบาร์เรล/วันและการเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดในบริษัทพาเท็กซ์ โฮลดิ้ง บี.วี. ทำให้รับรู้เพิ่ม2หมื่นบาร์เรล/วัน ขณะที่ต้นทุนการผลิตจะอยู่ที่30เหรียญหารัฐ/บาร์เรล


นายพงศธร กล่าวว่าส่วนในปีนี้ บริษัทจะมีกำลังการผลิตปิโตรเลียมอยู่ที่ 4.2แสนบาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้นจากต้นปี2562ที่มีกำลังการผลิต3.7แสนบาร์เรล/วัน ซึ่งเป็นผลจากการเข้าซื้อกิจการแหล่งปิโตรเลียมในช่วงปีนี้ดังนั้นนับจากนี้ไป บริษัทได้มีนโยบายที่จะลดการเข้าซื้อกิจการแหล่งปิโตรเลียมที่มีการผลิตอยู่แล้ว แต่จะหันมาเน้นลงทุนสำรวจในแหล่งนำปิโตรเลียมใหม่แทน เพราะจะได้ผลตอบแทนการลงทุนที่ดีกว่าและยังเป็นการเพิ่มปริมาณสำรองปิโตรเลียมด้วย 


อย่างไรก็ตามขณะเดียวกันก็หันมาเน้นเพิ่มปริมาณการผลิตจากโครงการหลักที่อยู่ในขั้นสำรวจปิโตรเลียมทั้งในเมียนมาและมาเลเซียให้สามารถผลิตเชิงพาณิชย์ได้เร็วขึ้น อาทิแหล่งก๊าซฯจากหลุมลัง เลอบาหา-1อาร์ดีอาร์2ในแปลงเอสเค410บี โครงการMD7เป็นต้นรวมทั้งให้ความสนใจในการขยายการลงทุนในตะวันออกกลางเน้น2ประเทศคือโอมานและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่ได้มีการเปิดประมูลแหล่งปิโตรเลียมในประเทศ หลังจากปตท.สผ.เข้าไปซื้อกิจการพาร์เท็กซ์ โฮลดิ้งทำให้เป็นผู้ถือหุ้นในแหล่งปิโตรเลียมที่โอมานและมีโครงการสำรวจในหลายประเทศด้วย


นายพงศธร กล่าวว่าในช่วง4-5ปีนี้ ปตท.สผ.จะมีอัตราการเติบโตปริมาณการผลิตเฉลี่ย5-7%ต่อปี แต่หลังจากนั้นอัตราการเติบโตปริมาณการผลิตจะลดลงเหลือ 1-2% เนื่องจากบริษัทมีฐานกำลังการผลิตที่ใหญ่ขึ้นสำหรับงบลงทุนของบริษัทฯจะใช้เงินราว1.7-2พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปี โดยปี2563มีแผนเจาะหลุมสำรวจเพิ่ม20หลุมใช้เงิน300ล้านเหรียญสหรัฐจากปีนี้เจาะหลุมสำรวจ1-3หลุมส่วนความคืบหน้าโครงการแหล่งมาเรียนา ออยล์ แซนด์ที่แคนาดา และแหล่ง Cash Maple ที่ออสเตรเลีย ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาหาผู้ร่วมทุนหรือขายโครงการแหล่งCash Maple ออกไปคาดว่าจะมีความชัดเจนในไตรมาส1/2563 


อย่างไรก็ตามส่วนโครงการแหล่งมาเรียนา ก็จะทบทวนแนวทางว่าจะดำเนินการอย่างไร เนื่องจากต้นทุนการผลิตสูงหากราคาน้ำมันดิบอยู่ที่ 60เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ทำให้โครงการนี้เกิดขึ้นได้ยาก จึงไม่อยากฝืนที่จะรอการพัฒนาก็อาจจะขายออกไป


ทั้งนี้บริษัทได้กำหนดวิสัยทัศน์ใหม่”Energy Partner of Choice” โดยเชื่อว่าการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อเติบโตไปด้วยกันมีความสำคัญมากกว่าการแข่งขัน จึงได้วางกลยุทธ์การดำเนินงานการขยายธุรกิจโดยเน้นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่มีความชำนาญและมองหาโอกาสทางธุรกิจโดยเน้นการลงทุนในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือ มาเลเซียและเมียนมา รวมทั้งหาโอกาสการลงทุนร่วมกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญเน้นลงทุนในตะวันออกกลางเน้น2ประเทศคือ โอมานและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์