แฉ“ครูวา” นางฟ้าบิ๊กไบค์ แสบหลอกหนุ่มๆเชิดทรัพย์สินเพียบ


   

 

จากกรณีสาวประเภทสอง หรือ “ครูวา”ขวัญใจหนุ่มๆชาวบิ๊กไบค์ใน จ.สมุทรปราการ จนได้รับฉายาในวงการว่า “นางฟ้าบิ๊กไบค์” ที่เป็นข่าวแท้ที่จริงไม่ได้เป็นครูแค่เอาเครื่องแบบมาสวมแล้วโพสต์โชว์ทางสื่อออนไลน์ มีพฤติกรรมเป็นนักต้มตุ๋นหลอกหลวงเอาทรัพย์สินจากบรรดาชายหนุ่มหลายรายนั้น

วันที่ 17 พ.ย.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้รับการเปิดเผยจาก นายศุภสินธุ ตราโต อายุ 28 ปี ลูกชายของนางพรรณี ตราโต เจ้าของ “พรรณีเนอร์สเซอรี่” สถานที่รับเลี้ยงเด็กและสอนเด็กเล็กก่อนปฐมวัย ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลตากแดด อ.เมือง จ.ชุมพร ว่าก่อนหน้านี้เมื่อประมาณ 5 ปีที่ผ่านมา นายภานุพงศ์ หรือ นายปพิชญา หรือ นายธัญญฐิชา อัมพวัน หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “ครูวา”  เคยมาสมัครทำงานที่เนิร์สเซอร์รี่ของแม่ตนได้ประมาณปีเศษ แต่หลังจากทำงานได้ไม่นานกลับมีพฤติกรรมไม่ดีไม่มีความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่

นายศุภสินธุ กล่าวว่าตนเองซึ่งได้รับมอบหมายจากคุณแม่ให้ดูแลกิจการและกวดขันระเบียบวินัยภายในสถานที่รับเลี้ยงเด็ก ตลอดจนไปถึงดูแลเรื่องการเงินที่ผู้ปกครองจะนำมาจ่ายเป็นค่าเทอมด้วย  โดยมีครูวาเป็นผู้รับมาจากผู้ปกครอง ในช่วงแรกๆก็รับเงินมาส่งให้กับตนด้วยดีไม่มีปัญหา แต่ระยะหลังเริ่มไม่นำเงินมาส่งอ้างโน้นอ้างนี้ไปเรื่อย จนกระทั่งตนมาจับได้ว่า “ครูวา” ได้ปลอมลายเซ็นชื่อของคุณแม่ตน ลงนามในบิลรับเงินค่าเทอมจากผู้ปกครองแล้วเอาเงินค่าเทอมไปเป็นของตนเอง นอกจากนั้นยังเอาเอกสารสำคัญของคุณแม่ตนไปปลอมลายเซ็นทำใบเครดิตอีกด้วย หลังจากที่ทางเราจับได้แต่ยังไม่ทันจะเรียกครูวาพูดมาคุยก็หนีออกไปเสียก่อน หลังจากตรวจสอบจนชัดเจนคุณแม่ได้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.เมืองชุมพรแล้ว

 นายศุภสินธุยังกล่าวอีกว่าสำหรับภาพถ่ายที่ทาง “ครูวา” นำไปโฟสต์เพื่อหลอกเหยื่อว่าเป็นครูนั้น ที่หลายภาพที่ปรากฏเป็นรูปในสถานรับเลี้ยงเด็ก พรรณีเนิอร์สเซอร์รี่” ของคุณแม่ตนช่วงที่ “ครูวา” ทำงานอยู่ ซึ่งทำในลักษณะแบบพาสไทม์ ไม่ได้ทำประจำ แต่พฤติกรรมมักจะถ่ายรูปโชว์ทำตัวเหมือนคนมีงานยุ่งมาก ส่วนเงินที่ได้ไปก็โกงไปก็เพียงหลักหมื่นเท่านั้น เพราะทางเราตรวจสอบจับได้เร็วจึงยับยั้งไว้ได้ก่อนจึงไม่เกิดความเสียหายมาก

 ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านของ “ครูวา” ซึ่งอยู่ในหมู่บ้านเขาการ้อง หมู่ที่ 1 ตำบลวังใหม่ อ.เมือง จ.ชุมพร ทางไปจังหวัดระนอง อยู่ห่างจากถนนสายเพชรเกษม เข้าไปในหมู่บ้านประมาณกว่า 5 กิโลเมตร ซึ่งเป็นถนนลูกรัง โดยเป็นบ้านปูนชั้นเดียวมองดูสะอาดสะอ้านอยู่ใกล้เชิงเขาล้อมรอบด้วยสวนยางพารา พบกับ นายน้อย (นามสมมุติ) ผู้เป็นพ่อพร้อมกับสอบถามในกรณีที่ “ครูวา” ลูกชายที่ไปก่อเหตุกลายเป็นข่าวอยู่ขณะนี้ ซึ่งก็ยอมให้สัมภาษณ์พูดคุยกับผู้สื่อข่าวเป็นอย่างดีแต่ขอปิดบังใบหน้า



 นายน้อย (นามสมมุติ) พ่อของ “ครูวา” กล่าวว่าตนเองเพิ่งจะข่าวดังกล่าวเพราะปกติตนเองไม่ได้ติดตามข่าวสารอะไรโดยเฉพาะสื่อโซเชียลทั้งหลาย เนื่องจากบ้านตนอยู่ในป่าใกล้ภูเขาห่างไกลความเจริญไม่มีสัญญาณสื่อสารใดๆ วันๆได้แต่ทำมาหากินจึงเหมือนคนตาบอดไม่รู้เรื่องโลกภายนอก

นายน้อยกล่าวว่า “ครูวา” ลูกชายตนเองชื่อเล่นว่า “โจ๊ก” เป็นลูกชายคนโตและมีลูกสาวอีกคน สำหรับ “โจ๊ก” ลูกชายนั้นได้ออกจากบ้านไปนานกว่า 10 ปีแล้ว และไม่ค่อยได้ติดต่อกันเลยมีนานๆครั้งที่ลูกชายจะโทรมาหาถามไถ่และบอกเพียงว่าตนเองเป็นครูอยู่แถวดอนเมืองเท่านั้นส่วนเรื่องอื่นตนไม่รู้เลย

นายน้อยกล่าวต่ออีกว่าก่อนช่วงเด็กๆ “โจ๊ก” ก็เป็นผู้ชายเหมือนชายอื่นๆทั่วไป แต่พอเริ่มโตขึ้นก็เริ่มมีพฤติกรรมเบี่ยงเบนจากเพศชายมาชอบแต่งตัวเป็นผู้หญิง ซึ่งตนเองยอมรับว่าไม่ชอบและต่อว่าลูกหลายครั้ง แต่ก็ไม่ฟังทำให้ตนโกรธมากจึงไล่ให้ออกจากบ้านไป และโจ๊กก็ออกจากบ้านไปจริงๆไปอยู่กับยายซึ่งมีบ้านอยู่ห่างกันหลายกิโลเมตร

นายน้อยกล่าวต่อว่า หลังจาก “โจ๊ก” ลูกชายไปอยู่กับยายตนเองก็ไม่เคยได้สนใจส่วน “โจ๊ก” ก็ไม่เคยแวะเวียนมาหาอีกเลย จนกระทั่งเมื่อประมาณ 13 ปีที่แล้ว “โจ๊ก”ลูกชายได้กลับมาหาตนที่บ้าน แต่มาครั้งนี้รูปร่างเปลี่ยนไปกลายเป็นผู้หญิงเต็มตัวและบอกว่าได้แปลงเพศมาเรียบร้อยแล้ว และจะได้แต่งงานกับแฟนหนุ่มที่จะมาสู่ขอ ซึ่งเป็นคนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตอนนั้นตนเองก็ยังมึนงงกับเรื่องดังกล่าวแต่ยอมรับสภาพ แล้วรับปากรับคำว่าดีแล้ว จากนั้นทั้งคู่ก็ได้มาจัดพิธีแต่งงานกัน ณ สถานที่แห่งหนึ่งใน จ.ชุมพร มีแขกเหรื่อมาร่วมงานมากพอประมาณ แต่หลังจากแต่งงานได้ราว  3-4 ปี ทั้งคู่ก็เลิกรากันไป ส่วน “โจ๊ก” ก็กลับมาอยู่บ้านและไม่เคยช่วยทำงานสวนเลย ชอบเที่ยวเตร่ตนจึงได้ต่อว่าไปและพูดคำขาดว่ายากจะเที่ยวก็ให้ออกจากบ้านไปแล้วไม่ต้องกลับมาอีก จากนั้น “โจ๊ก” ก็ออกจากบ้านและหายไปเลย นานๆครั้งจะโทรมาหาและถามไถ่ความเป็นอยู่ตน จนกระทั่งวันนี้ก็มารู้ข่าวว่า “โจ๊ก” ลูกชายตนไปก่อเรื่องสร้างความเสียหายให้กับผู้อื่น

นายน้อยกล่าวต่อว่าตนอยากให้ลูกชายออกมาพูดออกมาเคลียร์ปัญหาทั้งหมดจะผิดถูกก็ว่ากันไปตามกฎหมาย ใครทำอะไรก็ต้องชดใช้สิ่งที่ทำลงไป ส่วนตนไม่มีเงินพอที่จะไปช่วยเหลือเยียวยาใครได้เพราะเป็นชาวสวนจนๆคนหนึ่งเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ “ครูวา” มีชื่อเดิมว่า “นายภานุพงศ์” เกิดเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2533 ต่อมาขอเปลี่ยนชื่อเป็น “นายปพิชญา” เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2554 และขอเปลี่ยนชื่อใหม่อีกเป็นชื่อ “นายธัญญ์ฐิชา” พร้อมทั้งขอเปลี่ยนชื่อสกุลจาก “อัมพวัน”  มาเป็นนามสกุล “ ศศิโชติกุลวงศ์ ” เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2558 ณ ที่ว่าการอำเภอเมืองชุมพร ปัจจุบันอายุ 29 ปี


ไว้อาลัยแด่นักการเมืองรุ่นใหม่! คงติดโรคมาจากเมื่อครั้งเป็นพิธีกรข่าวโอ๊คทีวี พักหลัง ช่อ-พรรณิการ์ วานิช ถึงได้เปิดโรงน้ำแข็งหลอดรายวัน

งูเห่าหรือจะสู้ผึ้งแตกรัง
เรือดำน้ำกับทีท่ากรรมาธิการฯ
ทหารเกณฑ์ 'เกณฑ์ไปทำไม?'
ความเมืองเรื่อง "กล้วยและไข่"
เพื่อไทย 'หลอกแก้ผ้า' น้องใหม่
'ความลับทางทหารที่จำแม่น'