คกก.วัตถุอันตราย... น่ากลัวกว่า3สารเคมี!


   

ถือเป็นความน่าผิดหวังอย่างยิ่งแก่วงการสุขภาพชาวไทย หลังจากคณะกรรมการวัตุอันตรายชุดใหม่ที่มีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ  รมว.อุตสาหกรรม เป็นประธาน ใช้อภินิหาร... พลิกมติแบน 3 สารเคมี ประกอบด้วย คลอร์ไพริฟอส พาราควอต และไกลโฟเซต ที่เดิมมีผลบังคับใช้วันที่ 1 ธ.ค. นี้ออกไป 6 เดือน โดย คลอร์ไพริฟอส พาราควอต มีผลบังคับการแบนในวันที่ 1 มิ.ย. 2563 ส่วน ไกลโฟเซต สามารถใช้ต่อได้ในวงการเกษตร

นายสุริยะอ้างว่า ที่ประชุมมีมติว่าเอกฉันท์ 24 ต่อ 0 และที่ประชุมไม่มีใครโต้แย้งหรือคัดค้าน
  
“ ผมได้ให้เจ้าหน้าที่ขึ้นมติชัดเจนบนจอว่ามติคืออะไร ซึ่งหากไม่ทำอย่างนั้นต่างคนอาจเข้าใจไม่ตรงกัน ซึ่งหากจำไม่ผิดจะให้มีการเลื่อนไปถึงวันที่ 1 มิ.ย. ทุกคนก็เห็นชัดเจน อีกทั้งในที่ประชุมผมได้สอบถามว่ามีใครที่ไม่เห็นด้วยหรือไม่ ซึ่งทุกคนก็ต่างเห็นด้วย อีกทั้งบางคนยังอยากจะให้มีการเลื่อนออกไปให้นานกว่านั้นอีก ทั้งนี้เรื่องการลงมติผมไม่ทราบว่าทางฝั่งโน้นได้ข้อมูลมาจากไหน และให้ไปสอบถามจากกรรมการในที่ประชุมได้เลย” ประธานกรรมการวัตถุอันตรายคนใหม่ กล่าวยืนยัน

 มติเช่นนี้สร้างความสงสัยว่าสุดท้ายชอบด้วยกฎหมายหรือไม่   ไม่นับท่าทีที่เปลี่ยนไปของนายสุริยะ จากเดิมที่เคยยืนยันว่าต้องการแบน 3 สารพิษ แต่กลับเปลี่ยนจุดยืนว่ามีอะไรไปดลใจหรือไม่  

รวมทั้ง นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่ทำตัวเงียบผิดสังเกต ภายใต้เครื่องหมายคำถามว่าเข้าไปแทรกแซงการทำงานของอธิบดีกรมวิชาการเกษตรหรือไม่ จนทำให้ น.ส.มนัญญา   ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรฯ ที่กำกับดูแลกรมดังกล่าวนี้ไม่สามารถทำงานได้  

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ยืนยันว่าตัวแทนของกระทรวงสาธารณสุข 2 คนยืนยันมติเดิมเมื่อวันที่ 22 ต.ค. คือให้แบน 3 สารเคมี  

 น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์  รมช.เกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า ยังยึดมติเดิมเมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ต้องแบน 3 สารเคมี ที่จะมีผลวันที่ 1 ธ.ค. เพราะการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายชุดใหม่ยังไม่มีการโหวตยกเลิกมติเดิม พร้อมทั้งอยากคืนกรมวิชาการเกษตร และขอกรมชลประทานมารับผิดชอบแทน

สอดคคล้องกับ  นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ขอให้สื่อมวลชนไปสอบถามมติดังกล่าวจากนายสุริยะ ว่าดำเนินการถูกต้องหรือไม่ และละเมิดคำสั่งนายกฯ ที่ต้องการให้แบน 3 สารเคมี หรือไม่ อีกทั้งเรียกร้องประชาชนออกมาจุดเทียนหน้าบ้านแสดงพลังไม่เอาสารเคมี

​ล่าสุดวันที่ 28 พ.ย. ตัวแทนคณะกรรมการวัตถุอันตรายจากกระทรวงสาธารณสุข 2  ใน 24 คณะกรรมการวัตถุอันตราย ทนไม่ได้กับคำให้สัมภาษณ์ของนายสุริยะ จึงได้ออกมาแถลงข่าวแสดงจุดยืนของกระทรวงสาธารณสุขต่อสารเคมีอันตรายทางการเกษตร  

​นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายเมื่อวันที่ 27 พ.ย. ก็ไม่ได้เป็นมติเอกฉันท์เพราะในส่วนของสธ.ยืนยันมติเดิม เมื่อวันที่ 22 ต.ค.2562 ที่ให้แบนการใช้ทั้ง 3 สารทันที และการประชุมไม่ได้มีการลงคะแนนด้วยการให้ยกมือแต่อย่างใด

เช่นเดียวกับ นพ.โอภาส  การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์  ระบุว่า ในที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย เมื่อวันที่ 27 พ.ย.2562 ตัวแทนสธ.ได้ยืนยันตามมติเดิมให้แบนทันที และในที่ประชุมไม่ได้ให้มีการลงคะแนนด้วยการยกมือหรือลงคะแนนรายบุคคลแต่อย่างใด

ก่อนหน้านี้ รศ.ภญ.จิราพร ลิ้มปานานนท์ นายกสภาเภสัชกรรม ซึ่งเป็น 1 ในคณะกรรมการวัตถุอันตรายได้โพสต์เฟซบุ๊ค ระบุว่าในลักษณะเดียวกันว่ามติคณะกรรมการวัตถุอันตรายไม่เอกฉันท์ ใจความว่า ขอลาออกจากคณะกรรมการวัตถุอันตราย และขอแย้งการแถลงข่าวของท่านประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย  

1.ขอแย้งว่าไม่ได้มีการลงมติอย่างชัดเจน ว่าผู้ใดเห็นด้วยหรือไม่ในแต่ละประเด็น แต่เป็นภาวะจำยอมในการรับมติ จึงไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็น มติเอกฉันท์ เพราะหากพิจารณาในการอภิปรายจะพบว่า ดิฉันยืนยันชัดเจนมาโดยตลอดในการแบนสารทั้ง3 และยืนยันให้คงมติวันที่ 22 ต.ค.2562  

2.ขอแย้งการแถลงข่าวที่ว่า ไกลโฟเสตไม่เป็นอันตราย เพราะกรรมการรวมทั้งดิฉันได้อภิปรายถึงผลเสียต่อสุขภาพและไม่สามารถจะจัดการความเสี่ยงต่อผู้บริโภค จนพบปนเปื้อนทั้งในสิ่งแวดล้อม ผัก ผลไม้ และน้ำนมแม่

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่ากระทรวงคมนาคม โดยอีก 2 ตัวแทนในคณะกรรมการวัตถุอันตราย คืออธิบดีกรมการขนส่งทางบก และ อธิบดีกรมเจ้าท่า จะมาประกาศท่าทีดังกล่าวเช่นกัน

นี่คือจุดยืนของแทน 3 ตัวแทน จาก 24 คณะกรรมการวัตถุอันตราย ที่ทนไม่ได้กับท่าทีของนายสุริยะ ที่เสมือนถูกโกงมติที่ประชุม โดยไม่สนใจมิติเชิงสุขภาพชาวไทย สะท้อนให้เห็นว่า จริงๆแล้ว กรรมการวัตถุอันตราย นั้นอาจน่ากลัว และอันตรายว่า 3 สารพิษใช่หรือไม่
 

 


ทำไม......... "พรรคอนาคตใหม่" จึงรณรงค์เรื่อง "ยกเลิกเกณฑ์ทหาร" ชนิดเอาเป็น-เอาตาย? ไม่ใช่เพราะ พล.ท.พงศกร สอบไม่ผ่านเข้าโรงเรียนเสธฯ หรอกนะ

ความเมืองเรื่อง "กล้วยและไข่"
เพื่อไทย 'หลอกแก้ผ้า' น้องใหม่
'ความลับทางทหารที่จำแม่น'
พรรคร่วม 'หลวม' ในแกนนำ
มีอะไรเสนอนอกจาก 'แบน'?
จากสภาสู่ 'พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์'