“พาณิชย์”โชว์ผลงานโครงการประกันรายได้ จ่ายเงิน 1.84 หมื่นล.เกษตรกรรับประโยชน์ 1.96 ล้านครัวเรือน


เพิ่มเพื่อน    


9 ธ.ค.2562 นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ขณะนี้โครงการประกันรายได้สินค้าที่อยู่ในความดูแลของกระทรวงพาณิชย์ 4 ชนิด คือ ปาล์มน้ำมัน ข้าว มันสำปะหลังและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ สามารถผลักดันโครงการได้ครบทุกตัวตามนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ต้องการทำให้สำเร็จภายในปี 2562 และหากรวมสินค้ายางพารา ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงเกษตรกรและสหกรณ์ ก็จะถือว่าโครงการประกันรายได้พืชเกษตร 5 ชนิด ที่เป็นนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ สามารถทำได้ครบทุกตัวแล้ว

ทั้งนี้ ผลจากการดำเนินโครงการ ตั้งแต่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบให้ดำเนินโครงการ มีเกษตรกรได้รับการโอนเงินส่วนต่างแล้วจากโครงการประกันรายได้พืชเกษตร 4 ชนิด คือ ปาล์มน้ำมัน ข้าว ยางพารา และมันสำปะหลังรวม 1,692,576 ครัวเรือน มีวงเงินที่จ่ายส่วนต่างชดเชยให้กับเกษตรกรรวม 18,468 ล้านบาท แยกเป็นปาล์มน้ำมัน 543,543 ครัวเรือน คิดเป็นเงิน 2,596 ล้านบาท ข้าว 542,854 ครัวเรือน คิดเป็นเงิน 13,051 ล้านบาท ยางพารา 564,176 ครัวเรือน คิดเป็นเงิน 1,898 ล้านบาท และมันสำปะหลัง 42,003 ครัวเรือน คิดเป็นเงิน 924 ล้านบาท

สำหรับข้าว เพื่อให้การจ่ายชดเชยส่วนต่างมีความสอดคล้องกับสถานการณ์ราคาข้าวในปัจจุบัน กรมฯ ได้ปรับระยะเวลาการพิจารณาการชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาประกันรายได้กับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงใหม่ จากเดิมจะพิจารณาทุกๆ 15 วัน เป็นพิจารณาทุก 7 วัน เพื่อให้ราคาสะท้อนกับราคาที่แท้จริง เพราะบางช่วงราคาข้าวปรับขึ้นลงเร็ว ซึ่งจะทำให้เกษตรกรไม่เสียโอกาส จากการได้รับเงินชดเชยส่วนต่าง โดยงวดที่ 5 ได้จ่ายส่วนต่าง 4 ชนิด ได้แก่ ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 2,453.59 บาท , ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 1,661.08 บาท , ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 517.47 บาท และข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 404.75 บาท ส่วนข้าวเปลือกเหนียว ไม่จ่าย เพราะราคายังสูงกว่าราคาประกัน

ส่วนปาล์มน้ำมัน มีแนวโน้มว่าการจ่ายเงินส่วนต่างในงวดที่ 3 ในช่วงปีใหม่ รัฐไม่ต้องจ่ายส่วนต่างในงวดนี้ เพราะขณะนี้ ราคาตลาดเกิน 4 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) ซึ่งสูงกว่าราคาประกันรายได้ ทำให้เกษตรกรสามารถขายผลผลิตได้ในราคาที่คุ้มต้นทุนอยู่แล้ว

ขณะที่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ.) ได้มีมติให้ความเห็นชอบโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด โดยประกันรายได้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กก. ละ 8.50 บาท ที่ความชื้น 14.5% ครัวเรือนละไม่เกิน 30 ไร่ ปลูกตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.2562 เป็นต้นไป โดยจะนำเสนอให้ที่ประชุม ครม.  พิจารณาในวันที่ 11 ธ.ค.2562 และหาก ครม. อนุมัติ จะจ่ายเงินส่วนต่างงวดแรกได้ทันทีในวันที่ 20 ธ.ค.2562  

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับยางพารา ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงเกษตรฯ ขณะนี้การจ่ายเงินส่วนต่างงวดที่ 1 ยังคงดำเนินการอยู่ เพราะเงื่อนไขการได้รับเงินส่วนต่างประกันรายได้ จะต้องมีการตรวจสวนยางว่ามีการปลูกจริงหรือไม่ ทำยางชนิดใด จากนั้นถึงจะส่งรายชื่อไปให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จ่ายเงินเข้าบัญชี ซึ่งนายจุรินทร์ ในฐานะกำกับดูแลกระทรวงเกษตรฯ ได้เร่งรัดให้มีการดำเนินการให้เสร็จโดยเร็วแล้ว และมั่นใจว่าการจ่ายส่วนต่างงวดที่ 2 ในเดือนม.ค.2563 จะไม่มีปัญหาเกิดขึ้นอีก


ไม่อยากใช้คำว่า "เคยบอกไปแล้ว" ในการเขียนหนังสือ แต่วันนี้ "จำเป็น" ขออนุญาตซักครั้ง คือหลังจากเหตุ "ผีน้อย" เกิดเป็น "กรณีศึกษา" ขึ้นแล้ว

ประเทศไทย 'ยังไงๆ ต้องรอด'
เคอร์ฟิว "เซฟก่อนตายจริงๆ"
เมื่อ 5-12 เข้ามาแทน 7-11
"โรงหมอ-กระทรวง"ร่วมโรค
ฉุกเฉิน 'ในระบบราชการ'?
อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'