พท.แพ้แล้วโวยอำนาจรัฐ สอบ‘กำนัน’กาบัตรแทน


เพิ่มเพื่อน    

 กกต.ชงผลเลือกตั้งซ่อมขอนแก่นเขต 7 เข้าที่ประชุม 25 ธ.ค. ตั้ง กก.สอบปมกำนันกาบัตรแทนผู้มีสิทธิ์ แจงธงผู้สมัคร พปชร.บนโต๊ะทำงานแค่หลักฐาน พท.อ้างสังคมเคลือบแคลง พปชร.ได้ชัยชนะ โวยใช้อำนาจรัฐทุกทางทำกันเป็นระบบ

    เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้งว่า การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.ขอนแก่น เขตเลือกตั้งที่ 7 แทนตำแหน่งที่ว่างลง ซึ่งได้ดำเนินการเมื่อวันที่ 22 ธ.ค.62 ผลคะแนนเลือกตั้งปรากฏว่า นายสมศักดิ์ คุณเงิน พรรคพลังประชารัฐ ได้รับคะแนนสูงสุดที่ 40,252 คะแนน นายธนิก มาสีพิทักษ์ พรรคเพื่อไทย ได้รับคะแนน 38,010 คะแนน และนายสุทัศน์ ผลบุญ พรรคพัฒนาชาติ ได้รับคะแนน 306 คะแนน รวมทั้งสิ้น 78,568 คะแนน ทั้งนี้ นายสมศักดิ์มีคะแนนเสียงทิ้งห่างนายธนิก 2,242 คะแนน และได้เป็นว่าที่ ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 อย่างไรก็ตาม ต้องรอ กกต.ประกาศรับรองอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง
        ในส่วนของผู้ที่มีสิทธิ์เลือกตั้งมีทั้งหมด 132,063 คน โดยมีผู้มาใช้สิทธิ์ 81,063 คน คิดเป็นร้อยละ 61.38 แบ่งเป็น เป็นบัตรดี 78,568 ใบ คิดเป็นร้อยละ 96.32 บัตรเสีย 1,680 ใบ คิดเป็นร้อยละ 2.07 และบัตรที่ไม่เลือกผู้สมัครรายใด 815 บัตร คิดเป็นร้อยละ 1.01
    พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. เปิดเผยว่า ในวันที่ 25 ธ.ค.นี้ กกต.จะมีการประชุม ซึ่งจะมีการนำผลการเลือกตั้งซ่อมเขต 7 จังหวัดขอนแก่น เข้ารายงานต่อที่ประชุม กกต. เพื่อประกาศรับรองผล ส.ส.ใหม่ต่อไป ส่วนกรณีที่มีข้อกล่าวหาว่าผู้นำท้องถิ่นลงคะแนนให้กับผู้สูงอายุที่ผิดไปจากวัตถุประสงค์ของเจ้าตัวในการเลือกตั้งนั้น อยู่ระหว่างกระบวนการไต่สวนของ กกต.ขอนแก่นที่กำลังสอบข้อเท็จจริงอยู่ จึงต้องรอให้ทางจังหวัดสรุปสำนวนเพื่อส่งให้ กกต.ต่อไป
        ด้านนายอภินันท์ จันอุปะละ ผู้อำนวยการเลือกตั้งจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ในช่วงเช้าได้นำรายงานผลการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 7 จังหวัดขอนแก่น พร้อมเรื่องร้องเรียนมาแจ้งต่อ กกต.กลางแล้ว โดยเรื่องร้องเรียนมีประเด็นที่พรรคเพื่อไทยยื่นร้องนายจักรธร โงะบุดดา กำนันตำบลบ้านเม็ง อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งที่ถูกกล่าวหาว่าลงคะแนนแทนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ซึ่งเรื่องนี้ กกต.ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนและกำลังไต่สวนอยู่ โดยต้องสรุปผลภายใน 20 วันตามระเบียบ และยืนยันให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย ส่วนคดีอาญาที่ทั้ง 2 ฝ่ายมีการไปแจ้งความดำเนินคดีนั้น เป็นเรื่องของบุคคลทั้งคู่  
    สำหรับกรณีที่มีธงของผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐวางบนโต๊ะทำงานของเจ้าหน้าที่ที่สำนักงาน กกต.ขอนแก่นนั้น นายอภินันท์กล่าวว่า ธงดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ กกต.เก็บมาจากเวทีหาเสียงของพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งตนได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ไปสังเกตการณ์ เพื่อใช้ในการตรวจสอบการชี้แจงค่าใช้จ่ายหลังการเลือกตั้งว่าเป็นไปตามระเบียบที่กำหนดหรือไม่ ยืนยันเจ้าหน้าที่ กกต.เป็นกลาง สิ่งที่เห็นคือหลักฐานที่เก็บไว้ โดย กกต.มีการรวบรวมหลักฐานเช่นนี้ของผู้สมัครทุกคน และในสำนักงานไม่มีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในเขตดังกล่าว จึงเป็นไปไม่ได้ที่เจ้าหน้าที่จะไปช่วยผู้สมัครพรรคการเมืองใดพรรคหนึ่งหาเสียง แต่ยอมรับว่าเป็นความเลินเล่อของเจ้าหน้าที่ที่นำไปวางไว้บนโต๊ะทำงาน    
    ที่ สภ.หนองเรือ นายจักรธร โงะบดดา กำนันตำบลบ้านเม็ง ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนตำรวจภูธรหนองเรือ เพื่อเอาผิดกับสื่อมวลชนเพิ่มเติม โดยมีชาวบ้านเดินทางมาให้กำลังใจจำนวนมาก หลังจากพบว่ามีการเผยแพร่ข่าวสาร ทั้งที่ยังไม่ได้สอบถามข้อเท็จจริงจนทำให้ชื่อเสียงเสียหาย กรณีที่ นางทัน พลเสน่ห์ อายุ 86 ปี ชาวบ้านเม็ง กล่าวหาว่านายจักรธร ซึ่งปฏิบัติหน้าที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งที่ 17 ในการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. กาบัตรลงคะแนนเสียงแทนตนเอง และมีนางละเอียด หวานเขียง อ้างว่าเป็นผู้สังเกตการณ์รอบนอกจากพรรคเพื่อไทย นำยายทันเข้าแจ้งความ
    โดยนายจักรธรกล่าวว่า ได้แจ้งความเอาผิดบางสื่อที่แพร่ข่าวออกไปโดยไม่มีการตรวจสอบให้ดีก่อน ภายหลังจากเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 22 ธ.ค. ได้เข้าแจ้งความกลับนางทัน โดยเป็นการลงบันทึกประจำวันเอาไว้ก่อน เนื่องจากสงสารยาย ซึ่งจะแจ้งความเอาผิดในข้อหาให้การเท็จ รวมทั้งผู้ที่อยู่เบื้องหลังพายายเข้าแจ้งความ เพราะแทนที่จะเป็นลูกหลานของยายที่พาแจ้งความ กลับเป็นหัวคะแนนของพรรคการเมืองหนึ่งเป็นคนพาเข้าแจ้งความแทน และกล่าวหาตนได้อย่างคล่องแคล่วเหมือนเตรียมการไว้เป็นอย่างดี แล้วทำไมไม่โวยวายตอนเกิดเหตุตอนที่อยู่คูหา จึงมองว่าเป็นเรื่องการเมือง
    พ.ต.อ.ภพกร กวินโยธิน ผกก.สภ.หนองเรือ เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหาได้เข้าแจ้งความทั้ง 2 ฝ่าย ทางพนักงานสอบสวนจะมีการเรียกสอบปากคำทั้ง  2 ฝ่าย รวมพยานในที่เกิดเหตุคือเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งที่ 17 ซึ่งขณะนี้สอบปากคำยายทันและกำนันไปแล้ว เหลือเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง จำนวน 9 ปาก และผู้สังเกตการณ์ของพรรคการเมืองทั้ง 2 พรรค รวมทั้งหมดที่จะต้องสอบปากคำเบื้องต้นมี 11 ปาก ยืนยันให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย ผิดถูกว่ากันไปตามพยานหลักฐาน
    ที่พรรคเพื่อไทย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย แถลงถึงผลการเลือกตั้งซ่อมขอนแก่น เขต 7 โดยนายสมพงษ์กล่าวว่า ขอบคุณประชาชนชาวจังหวัดขอนแก่น โดยเฉพาะอำเภอหนองเรือ อำเภอมัญจาคีรี ที่สนับสนุนเสียงอันบริสุทธิ์ให้กับพรรคเพื่อไทย พร้อมทั้งขอบคุณประชาชนภาคอีสานที่ให้กำลังใจ ทุกคะแนนเสียงที่มอบให้จะไม่สูญเปล่า พรรคจะเดินหน้าอย่างเข้มแข็ง จะเดินหน้าตรวจสอบรัฐบาล ทวงถามสัญญาที่รัฐบาลให้ไว้กับประชาชน แม้ว่าผลการเลือกตั้งที่ออกมาฝ่ายรัฐบาลจะชนะ แต่สังคมยังเคลือบแคลงสงสัยในเรื่องต่างๆ มากมาย หวังให้หน่วยงานราชการที่ดูแลการเลือกตั้งช่วยทำให้ทุกข้อสงสัยเกิดความกระจ่าง เพราะสังคมจับตาอยู่ 
    ส่วนการที่รัฐบาลได้รับชัยชนะ ไม่ได้มองว่ารัฐบาลได้รับคะแนนนิยมมากขึ้น แต่เนื่องจากพรรคเปิดตัวผู้สมัครล่าช้า ทำให้เสียเปรียบที่จะลงพื้นที่แนะนำตัวผู้สมัครกับประชาชน แต่ต้องยอมรับผลการเลือกตั้ง และไม่จำเป็นต้องปรับคณะกรรมการทำงานใหม่ เพราะที่ผ่านมาเห็นว่าทุกฝ่ายร่วมมือร่วมใจกันทำงานอย่างจริงจัง ทั้งนี้ ขอแสดงความยินดีกับนายสมศักดิ์ คุณเงิน ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ และหวังว่านายสมศักดิ์จะทำหน้าที่ให้ดี
    น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า ยอมรับผลการเลือกตั้ง แต่อยากสะท้อนความสงสัย และปัญหาที่เกิดการเลือกตั้งที่อาจไม่บริสุทธิ์ คือ การพบทุจริตการเลือกตั้งในพื้นที่ จึงหวังให้ผู้ที่รับผิดชอบได้นำข้อมูลไปปรับปรุง เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งต่อไปไม่มีข้อครหา จัดการเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ และวางตัวเป็นกลาง
    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการหาเสียงของผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐว่า โมเดลนี้ไม่ต้องหาเสียง ไม่ต้องปราศรัยย่อย ไม่ต้องนำเสนอนโยบาย ไม่ต้องขายพรรค กลัวคนจะรู้ว่าเป็นผู้สมัครจากพรรคอะไร ถึงวันเลือกตั้งค่อยใช้วิธีบริหารจัดการแบบพิเศษ แล้วสามารถมีผลคะแนนที่ดีได้ อาจจะเป็นโมเดลการเลือกตั้งของพรรครัฐบาลต่อไป ซึ่งผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยขอสงวนสิทธิ์ในการที่จะร้องให้มีการตรวจสอบการเลือกตั้งที่อาจไม่สุจริตและเที่ยงธรรมต่อไป
    นายวัฒนา เมืองสุข สมาชิกพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า ได้ให้กำลังใจคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรค และทีมงานที่ได้ทุ่มเทกับการเลือกตั้งซ่อม การแพ้เลือกตั้งไม่ได้ทำให้ประหลาดใจ เพราะรัฐบาลได้ทำทุกทางเพื่อเอาชนะ ไม่ว่าจะเป็นการใช้อำนาจรัฐของฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่รัฐที่แบ่งหน้าที่กันทำอย่างเป็นระบบ ขนาดบนโต๊ะทำงานของ กกต.ยังมีธงหาเสียงของผู้สมัคร พปชร.ปักเด่นเป็นสง่าแสดงการเลือกข้าง นอกจากนี้ยังมีรถฮัมวีที่ใช้ในราชการทหาร แต่ปิดทับหมายเลขทะเบียนออกมาวิ่งเพ่นพ่านในขณะเลือกตั้ง ไม่นับรวมการใช้จ่ายเงินอย่างมโหฬาร แพ้ไปแค่ 2,000 คะแนนก็นับว่าเก่งแล้ว.
          


"การดําเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง ต้องอาศัยรายได้ของพรรคการเมือง ซึ่งกฎหมายกําหนดแหล่งที่มาไว้ตามมาตรา ๖๒

ภาวะโลก "Covid-19" เซตซีโร
'บทบาท กมธ.ที่น่าทบทวน'
เรื่องกฎหมาย 'สไตล์ปิยบุตร'
พงศกร 'สะท้อนภาพ' ธนาธร
จะเอาให้ 'เผาศาล' กันใช่มั้ย?
จำเลย 'สารภาพ' แต่ดิ้นโชว์