แจกบทละครแก้รธน. ตามคาด‘พีระพันธุ์’ยืนหนึ่ง‘โภคิน’นำฝ่ายค้านดี๊ด๊าตั้งตุ๊กตา


เพิ่มเพื่อน    

 “ประยุทธ์” ย้ำไม่อยากให้ตั้งฉายาจนสนุกปากเกินไป ต้องเห็นใจคนทำงานบ้าง ลั่นจะใช้คนยุคใหม่ต้องดูว่ารักชาติ  ศาสนา และสถาบันฯ หรือไม่ด้วย “ประวิตร” เผยไม่มีแผนนายกฯ สำรองตามที่คุณช่อปูด มั่นใจยังยึดเก้าอี้เลือกตั้งซ่อม “กำแพงเพชร-สมุทรปราการ” ส่วนคดีร้องเรียนที่ขอนแก่นให้ กกต.ชี้ขาด ไม่มีพลิกผลโหวต กมธ.ศึกษารื้อรัฐธรรมนูญ “พีระพันธุ์” นั่งประธาน ก่อนแจกหัวโขนให้สมาชิก กมธ.นั่งทั่วหน้าถึง 24 ตำแหน่ง 

เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม ยังคงมีความต่อเนื่องจากกรณีสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลได้ตั้งฉายารัฐบาลและ 10 รัฐมนตรี โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวในวงประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า “ไม่ได้ตำหนิสื่อ ไม่ได้ซีเรียส จะตั้งอะไรให้ก็ช่าง ไม่เป็นไร จะตั้งใจทำงาน” 
ต่อมาหลังประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวในเรื่องนี้อีกครั้ง ว่า ไม่ได้สนใจเรื่องเหล่านี้มากมาย แต่ก็อยากให้มองย้อนกลับไปว่าไม่อยากให้ใครตั้งฉายาในลักษณะที่เป็นเรื่องสนุกสนานจนมากเกินไป ซึ่งต้องเห็นใจว่ารัฐบาลพยายามทำหน้าที่อย่างเต็มที่ วันนี้ทุกคนที่เข้ามาอยู่ในระบบบริหารราชการแผ่นดินจะว่าเป็นคนเก่าคนใหม่ ก็ไปดูว่าประชาชนเขาเลือกใครมา ต้องดูตรงโน้น ถ้าประชาชนเลือกมา ก็ไม่มีตัวเลือกมากนักที่จะทำอย่างอื่นได้ ก็ต้องบริหารงานให้ได้ด้วยวิธีการ และทำยังไงให้เขาเข้าใจในการทำงานของเราวันนี้ แต่คิดว่าทุกอย่างยังเดินหน้าได้ด้วยดีอยู่ จึงอย่าโจมตีเรื่องนี้มากนัก 
“ถ้าเราจะบอกว่าคนใหม่จะเข้ามาในการเมือง ก็ต้องไปดูว่าคนใหม่เป็นอย่างไร เข้ามาแล้วจะทำอะไรบ้าง ทำได้หรือเปล่า บ้านเมืองจะเสียหายหรือเปล่า ต้องไปดูกันตรงโน้น ผมอาจมองในมุมของความมั่นคงไปด้วย ในเรื่องของสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เราจะทำอย่างไรให้ทุกอย่างอยู่คู่กับประชาชนคนไทยไปได้นานเท่านาน" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
ในช่วงเช้า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ปฏิเสธตอบคำถามถึงฉายาพี่ใหญ่สายเอ็นฯ โดยเพียงแต่ยิ้ม แต่หลังประชุม ครม. พล.อ.ประวิตรกล่าวติดตลกในเรื่องนี้ว่า "ก็เอนเตอร์เทนพวกคุณไง"
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ไม่ขอวิจารณ์ ซึ่งตามบริบทของสื่อไทย การตั้งฉายารัฐบาลเป็นสิ่งที่ทำมาตั้งแต่อดีต สื่อก็ว่ากันไป ไม่ขอวิจารณ์ ต้องรอให้สื่อโดนวิจารณ์บ้างแล้วค่อยมาถาม
นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ยิ้มตอบคำถามสื่อมวลชนถึงฉายา โอ๋ แซ่รื้อ ว่าต้องดูว่ารื้อมาทำแล้วดีขึ้นหรือแย่ลง ถ้าทำแล้วแย่ลงก็ไม่น่าทำ ถ้าทำแล้วไม่แย่ลงก็ต้องทำ สำหรับฉายานี้ไม่ได้มีปัญหา ต้องขอขอบคุณ
นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ เจ้าของฉายาสัปเหร่อออนท็อป กล่าวทักทายสื่อมวลชนก่อนประชุม ครม. ว่าสัปเหร่อมาแล้วจ้า ก่อนระบุว่า ต้องขอขอบคุณและแสดงความยินดีกับสื่อมวลชน เพราะไม่ได้ตั้งฉายารัฐบาลมา 6 ปีแล้ว ครั้งนี้ถือเป็นรัฐบาลชุดแรก และก็เป็น 1 ใน 10 คนที่ได้รับฉายา ต้องขอขอบคุณสื่อที่ได้รับเกียรตินี้ เพราะเป็นการแสดงว่าการทำงานของกระทรวงทรัพยากรฯ อยู่ในความสนใจ 
“ในปี 63 ถือว่าเป็นปีที่มีปัญหามากมาย และมั่นใจว่านายกฯ และ ครม.ทุกคนทำงานเต็มที่ไม่ว่าฉายาจะเป็นอย่างไร” นายวราวุธกล่าว
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงฉายาเทามนัส ว่าขอบคุณที่ตั้งฉายาให้ แม้จะเฉยๆ ไม่ได้ตื่นเต้นหรือรู้สึกอะไร เพราะบอกตลอดเวลาว่าอยู่กับปัจจุบันและอนาคตแล้ว เราจะทำให้ดีที่สุดในฐานะที่เราได้รับความไว้วางใจจากประชาชน ฉายาก็เป็นเรื่องของฉายา เป็นเรื่องที่เราทำใจ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเราต้องรู้ว่าตัวเราเองทำอะไร และทำเพื่อใครในทุกวันนี้
บิ๊กป้อมลั่นไม่มีนายกฯ สำรอง
เมื่อถามว่าเห็นด้วยใช่หรือไม่กับฉายาดังกล่าว ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เมื่อตั้งมาแล้วเราจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยมันไม่ใช่ประเด็น และเข้าใจการทำหน้าที่ของสื่อ ส่วนในโซเชียลมีเดียที่วิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นนักการเมืองสีเทานั้น ต้องดูว่าคุณเทาๆ จะทำอะไรให้ชาวบ้านบ้าง ไม่ใช่ว่าใสสะอาดเงียบประวัติดี แต่ไม่ทำอะไรเลย อย่างนั้นไม่ใช่ธรรมนัส
เมื่อถามกรณีนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ให้ฉายาว่าเป็นผู้คิดค้นสกุลเงินใหม่-กล้วย ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า เป็นธรรมชาติของนายมงคลกิตติ์ ไม่คิดไปปรามอะไร 
วันเดียวกัน ยังคงมีความเคลื่อนไหวทางการเมือง โดย พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงกรณี น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ที่ออกมาระบุว่าเขาเตรียมให้ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหาร (ผบ.ทบ.) เป็นนายกฯ ต่อจาก พล.อ.ประยุทธ์ ว่าไม่รู้ ก็ต้องไปถามคุณช่อดูว่าเขานั้นเป็นใคร และมีเหตุผลอะไร เขาคือใคร ต้องไปถามคุณช่อ 
เมื่อถามว่าการพูดเช่นนี้หวังผลอะไรหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่รู้ หวังผลให้ตีกันมั้ง เมื่อถามย้ำว่าก่อนหน้านี้ ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยได้ตั้งข้อสังเกตถึงเรื่องดังกล่าว พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า อย่าไปว่าหรือพูดถึงพรรคเพื่อไทย (พท.) เพราะความคิดดังกล่าวเป็นส่วนของบุคคล ต้องไปถามคนพูด
"ยืนยันว่าในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ไม่มีแผนการที่จะให้ใครมาเป็นนายกฯ แทน พล.อ.ประยุทธ์ จะมีแต่ พล.อ.ประยุทธ์เท่านั้นที่จะเป็นจนจบ และเมื่อจบแล้วใครจะมาเป็นต่อนั้นผมก็ไม่รู้ ต้องไปถามพรรค ซึ่งเบื้องต้นที่เล็งเอาไว้ก็อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์อยู่จนถึง 4 ปี" พล.อ.ประวิตรกล่าว และว่า ส่วนจะต่อหรือไม่ต่อค่อยว่ากัน เพราะยังอีกนาน ยืนยันว่ายังไม่ต้องหานายกฯ คนต่อไป เดี๋ยวก็มีเอง 
เมื่อถามว่าแล้ว พล.อ.ประวิตรเป็นได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า แก่แล้ว
    นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรค พปชร. ตอบโต้กรณีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรค พท. ที่ระบุว่ารัฐบาลช่วยแต่เอกชนรายใหญ่ ละเลยระดับรากหญ้า และออกนโยบายเชิงทุจริตนโยบายเอื้อประโยชน์ให้เฉพาะคนรวยว่า ไม่เป็นความจริง คุณหญิงสุดารัตน์ควรเลิกปั้นหน้าเศร้าเล่าความเท็จได้แล้ว เป็นการกล่าวหารัฐบาลซึ่งหน้าแบบมีเจตนาพิเศษ อยากเตือนความจำคุณหญิงสุดารัตน์ว่า คนไทยยังไม่ลืมทุจริตจำนำข้าวที่สร้างความเสียหายอย่างมากจนมีอดีตรัฐมนตรีติดคุก ทางที่ดีคุณหญิงสุดารัตน์ควรเอาเวลาไปคิดทบทวนว่าเหตุใดการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ขอนแก่น ที่คุณหญิงสุดารัตน์รับผิดชอบจึงพ่ายแพ้แก่พรรค พปชร.จะดีกว่า ซึ่งตอบให้ก็ได้ว่าเป็นเพราะมัวแต่เล่นเกมการเมืองแบบเดิม ขณะที่รัฐบาลมุ่งทำงานให้กับประชาชนลูกเดียว โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ที่ทุ่มเททำงาน โดยไม่สนปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง 
“ด้วยความเคารพ คุณหญิงสุดารัตน์ควรเลิกพฤติกรรมที่คอยเหน็บแนม ดิสเครดิตรัฐบาลได้แล้ว เพราะพี่น้องคนไทยฉลาด แยกแยะได้ว่าใครรักประชาชนและรักประเทศ”
    สำหรับกรณีการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 7 จังหวัดขอนแก่นนั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า การที่พรรค พปชร.ชนะไม่ได้ใช่กลยุทธ์อะไร ทุกอย่างอยู่ที่ประชาชนที่ตัดสินใจเลือก ส่วนที่ชนะในเขตนั้นจะสะท้อนให้เห็นว่าคนอีสานตอบรับ พปชร.หรือไม่นั้นแล้วแต่จะคิด แต่เราก็หวังว่าจะได้ ส่วนกรณีทีพรรค พท.ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง โดยตั้งข้อสังเกตว่ามีการทุจริตนั้น ก็ต้องไปถามเขา เพราะเขาไม่รับ แต่ในส่วนของตน ตนรับ ส่วนการเลือกตั้งซ่อมที่เหลือก็ต้องทำให้ได้ ต้องให้ประชาชนไว้ใจ ซึ่งในส่วนจังหวัดกำเเพงเพชรก็ดำเนินการได้ แต่ในส่วนของจังหวัดสมุทรปราการก็ต้องรอศาลตัดสิน เพราะไม่รู้ว่าเขาผิดหรือไม่
โยน กกต.เคาะเรื่องคดี
เมื่อถามว่า ในฐานะประธานยุทธศาสตร์ของ พปชร. จะทำอย่างไรให้ชนะการเลือกตั้งซ่อมในอนาคต พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ต้องทำให้ได้ ต้องทำให้ประชาชนไว้วางใจ แต่ไม่ได้มอบหมายให้ใครไปดูแลพิเศษ
ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวถึงการร้องเรียนการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐในการเลือกตั้งที่ จ.ขอนแก่น ว่าต้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นผู้สอบสวน เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นในคูหาเลือกตั้ง ซึ่งในพื้นที่เกิดเหตุก็มีผู้สังเกตการณ์ทั้งจากพรรค พปชร. และ พท.อยู่ในจุดดังกล่าว และเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด จึงต้องว่าไปตามการสอบสวน ซึ่งถ้ากระทำผิดก็จะมีบทลงโทษจาก กกต.ที่ค่อนข้างรุนแรง และสิ่งที่ตามมาคือโทษทางวินัยและอาญา ย้ำว่าต้องประพฤติมิชอบ ไม่ใช่ไปพาดหัวข่าวมหาดไทยเตรียมฟันเขาแล้ว ขอให้รอผลการตรวจสอบ 
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ในฐานะเลขาธิการพรรค พปชร. กล่าวถึงยุทธศาสตร์ที่ทำให้พรรคชนะการเลือกตั้ง จ.ขอนแก่น ว่าเราเน้นยุทธศาสตร์ย่อยเป็นหลัก เน้นการเข้าถึงประชาชนมากกว่าการปราศรัยใหญ่ ส่วนที่กล่าวหาว่าในพื้นที่มีการใช้กระสุนเยอะ และใช้อำนาจเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องนั้น ก็ว่ากันไปตามหลักฐาน ถือเป็นเรื่องปกติ การเลือกตั้งทุกครั้งก็จะมีเรื่องร้องเรียน อะไรที่เป็นข้อเท็จจริงก็ว่าไปตามนั้น  
“เป็นพื้นที่เดิมของเราต้องพยายามรักษาเอาไว้” นายสนธิรัตน์กล่าวตอบถึงความมั่นใจในการเลือกตั้งซ่อมที่ จ.กำแพงเพชร และ จ.สมุทรปราการ
นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลฯ และแกนนำ พปชร.กล่าวว่า ผลชนะการเลือกตั้งซ่อมเขต 7 จ.ขอนแก่น ถือเป็นสัญญาณที่ดี เพราะพรรคได้เพิ่มมาอีกหนึ่งเสียง จะทำให้เสถียรภาพในสภาทำงานได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีการเลือกตั้งซ่อมใน จ.สมุทรปราการและกำแพงเพชร โดยทั้ง 2 เขตนี้พรรคต้องรักษาที่นั่งให้ได้ เพราะถือเป็นพื้นที่ของ พปชร.ทั้ง 2 เขต ซึ่งตอนนี้เสียงในสภาเพิ่มขึ้น ในฐานะทำงานประสานงานระหว่าง ครม.กับในสภาก็คงทำงานได้สะดวกขึ้น
“การร้องเรียนแบบนี้ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง ผมเชื่อมั่นใน กกต. ซึ่ง กกต.ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบและฝังตัวในพื้นที่เป็นเวลานาน จะเป็นหลักฐานที่สามารถยืนยันได้ดีที่สุดว่า การเลือกตั้งเป็นอย่างไร การร้องเรียนถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่เราต้องดูด้วยในเหตุผลและหลักฐาน ต้องเชื่อใน กกต.” นายพุทธิพงษ์ระบุ
ขณะที่นายพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ สมาชิกพรรค พท.และแกนนำคนเสื้อแดง กล่าวถึงกรณีนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนา โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุถึงความพ่ายแพ้ของพรรค พท.ในการเลือกตั้งซ่อมที่ จ.ขอนแก่น เป็นความถดถอย ว่ารู้สึกถึงความเป็นตัวตนของนายสมยศ เพราะเป็นเพื่อนกันติดคุกมาด้วยกัน อยากฝากไปถึงนายสมยศว่า ในวันที่นายสมยศอยู่ในคุก ยังต้องทำทุกอย่างให้ตัวเองอยู่รอด ทำแม้กระทั่งรับจ้างเย็บหมอน เย็บที่นอน ประชาชนที่นั่นก็เช่นกัน เขายอมด้วยความฝืนใจเพื่อให้เขาอยู่รอด โดยไม่ต้องมีปัญหากับผู้นำชุมชน สิ่งที่ออกมาพูดเพื่ออยากให้ใช้หลักการมากกว่าหลักกู ไม่มีใครไม่สู้จริงหรอก แต่การสู้ไม่ได้หมายความว่าสู้แล้วต้องติดคุก พรรคเพื่อไทยอาจไม่ใช่พรรคที่ดีที่สุด แต่เชื่อว่าเป็นพรรคที่เลวน้อยกว่าพรรคอื่นๆ
     “เรายอมรับในการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมีเหตุและผล แต่ไม่สมควรวิจารณ์ ในอารมณ์ชังพรรค ชังนักการเมือง ถ้าเห็นว่าไม่มีพรรคไหนดีเลยในสายตา ตั้งพรรคเองเลย กลัวอะไร ฟอร์ดยังกล้าตั้งพรรค แต่อย่าตอบว่าไม่เล่นการเมือง เพราะถ้าไม่เล่นการเมือง แต่ชอบแต่วิจารณ์การเมือง มันจะเข้าข่ายดีแต่พูด พรรคเพื่อไทยพร้อมทำงานหนัก ผิดบ้างถูกบ้าง เป็นวิสัยน์ของคนทำงาน” นายพิพัฒน์ชัยโพสต์ไว้
      ด้านนายวราวุธ ในฐานะประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวถึงกรณีที่ 4 ส.ส.พรรคอนาคตใหม่จะเข้าสังกัดพรรค ชทพ. ว่ายังเป็นกระแส ยังไม่ได้มาจริงๆ 
“กวินนาถ”ซบอก“ชัช”
ล่าสุด น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ อดีต ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ที่ถูกมติขับออกจากพรรคได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า ไม่ได้ไปพลังประชารัฐ ไปพลังท้องถิ่นไท ขณะที่เฟซบุ๊กของนายชัชวาลล์ คงอุดม หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท โพสต์รูปโดยมีนายชัชวาลล์และนายชื่นชอบ คงอุดม จับมือกับ น.ส.กวินนาถ มีข้อความระบุว่า เทิดทูนชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ดีใจที่คนอุดมการณ์เดียวกันมาอยู่ด้วยกัน
นายชื่นชอบ คงอุดม โฆษกพรรคพลังท้องถิ่นไท กล่าวว่า พรรคได้ทาบทาม น.ส.กวินนาถ ซึ่งได้เข้ามาคุยกับนายชัชวาลล์ ซึ่งเห็นถึงความจริงใจและแนวทางในการทำงานกับพรรคที่น่าจะไปด้วยกันได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีหลายพรรคการเมืองมาทาบทามเขาเหมือนกัน แต่ น.ส.กวินนาถคงพิจารณาแล้วว่าการทำงานกับพรรคการเมืองขนาดใหญ่และขนาดกลางอาจไม่ตอบโจทย์ และคิดว่าหัวหน้าพรรคเป็นตัวแปรสำคัญในการทำให้ น.ส.กวินนาถตัดสินใจมาอยู่กับเรา เพราะท่านได้พูดคุยจนทำให้รู้สึกสบายใจ มีความเป็นกันเอง อบอุ่น จริงใจ พร้อมให้โอกาสทำงาน
    ส่วนความคืบหน้าในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ที่ห้องประชุม 411 รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 นัดแรก โดยเจ้าหน้าที่ได้นำกล่องลงคะแนนมาวางรอไว้ที่ท้ายห้องประชุมเพื่อพิจารณาเลือกบุคคลทำหน้าที่สำคัญๆ ในคณะ กมธ.ตามระเบียบวาระ โดยบรรยากาศก่อนการเริ่มประชุมเป็นไปอย่างกันเอง กมธ.ทั้งสัดส่วนฝ่ายรัฐบาล และสัดส่วนฝ่ายค้านต่างทักทายและจับมือกันด้วยความชื่นมื่น ซึ่งในการประชุมได้ให้นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ซึ่งอาวุโสสูงสุดทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม
        ต่อมานายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค ปชป. ได้ทวีตข้อความถึงผลการลงคะแนนตำแหน่งประธาน กมธ. ว่านายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกฯ ได้คะแนนมากที่สุด 25 คะแนน ขณะที่นายโภคิน พลกุล แกนนำพรรค พท. ได้คะแนนเป็นลำดับ 2 คือ 19 คะแนน และไม่ประสงค์ลงคะแนน 4 เสียง
มีรายงานว่าหลังจากโหวตเลือกนายพีระพันธุ์เป็นประธาน กมธ.เสร็จสิ้น นายบัญญัติได้ให้ที่ประชุมเสนอชื่อในตำแหน่งต่างๆ อาทิ รองประธาน กมธ. เลขานุการ รองเลขานุการ โฆษก ที่ปรึกษา โดยตำแหน่งรองประธานมีทั้งสิ้น 7 คน ประกอบด้วย นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. เป็นรองประธาน กมธ.คนที่ 1, นายวัฒนา เมืองสุข กมธ.ในสัดส่วนพรรค พท. เป็นรองประธาน กมธ.คนที่ 2, นายชำนาญ จันทร์เรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค อนค. เป็นรองประธาน คนที่ 3, นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค ปชป. เป็นรองประธาน กมธ.คนที่ 4, นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. เป็นรองประธาน กมธ.คนที่ 5, นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กมธ.ในสัดส่วนพรรคเสรีรวมไทย เป็นรองประธานคนที่ 6 และนายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เป็นรองประธาน กมธ.คนที่ 7
ขณะที่ตำแหน่งอื่นๆ นายทศพล เพ็งส้ม กมธ.ในสัดส่วนพรรค พปชร. เป็นเลขานุการ กมธ., นายจตุพร เจริญเชื้อ ส.ส.ขอนแก่น พรรค พท.เป็นผู้ช่วยเลขานุการ คนที่ 1, นางวลัยพร รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. เป็นผู้ช่วยเลขานุการ คนที่ 2,  นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรค ภท. เป็นผู้ช่วยเลขานุการ คนที่ 3 และนายชัยธวัช ตุลาธน กมธ.ในสัดส่วนพรรค อนค.เป็นผู้ช่วยเลขานุการ คนที่ 4  ตำแหน่งโฆษก กมธ.จำนวน 5 คน ประกอบด้วย 1.นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรค พท. 2.นายธนกร วังบุญคงชนะ กมธ.ในสัดส่วนพรรค พปชร. 3.นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค อนค. 4.นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ กมธ.ในสัดส่วนพรรค ปชป. และ 5.น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.กทม. พรรค พปชร. 
พีระพันธุ์ชี้นิมิตหมายดี
ส่วนตำแหน่งที่ปรึกษา กมธ. จำนวน 6 คน ประกอบด้วย 1.นายโภคิน ในสัดส่วนพรรค พท. 2.นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ กมธ.ในสัดส่วน ครม. 3.พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง จากพรรคประชาชาติ 4.นายสุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป. 5.นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ และ 6.นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรค พปชร.
เมื่อ กมธ.ได้พิจารณาในตำแหน่งสำคัญครบทุกตำแหน่งแล้ว นายบัญญัติได้เชิญนายพีระพันธุ์นั่งหัวโต๊ะเพื่อทำหน้าประธาน กมธ. นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ต้องขอบคุณเพื่อน กมธ.ทุกคนที่มอบหมายให้ทำให้หน้าที่นี้ อยากให้ กมธ.มองว่าเราเป็นเพื่อนร่วมงานกันเพื่อทำประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนและประเทศชาติเพื่อประโยชน์สุขของบ้านเมืองทุกอย่างก็จะไปได้ดี ขณะนี้ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี เพราะในท้ายที่สุดสามารถเดินหน้าการประชุมได้จนหาข้อยุติได้หมด เชื่อมั่นว่า กมธ.ชุดนี้จะทำงานออกมาได้เป็นอย่างดี เพราะแค่เริ่มต้นก็ผ่านได้ดีแล้ว
จากนั้นที่ประชุมได้มีการหารือถึงกำหนดการประชุม กมธ.ในแต่ละสัปดาห์ โดยเห็นชอบให้ประชุมทุกวันศุกร์ เวลา 09.00-12.00 น. ก่อนนัดประชุมครั้งต่อไป ในวันที่ 10 ม.ค.2563
ทั้งนี้ ก่อนประชุม กมธ.ดังกล่าว แกนนำ 7 พรรคฝ่ายค้านได้ประชุมหารือแนวทางการพิจารณาศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค พท. ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่า กมธ.ในสัดส่วนพรรคฝ่ายค้าน 19 คน มีมติว่าจะส่งบุคคลชิงตำแหน่งประธาน กมธ.ชุดนี้ รวมถึงตัวบุคลากรในตำแหน่งอื่นๆ 
ขณะที่นายโภคินกล่าวว่า กมธ.ในสัดส่วนฝ่ายค้านมีมติเสนอชื่อชิงตำแหน่งประธาน กมธ. แม้รู้ว่าโหวตแล้วจะแพ้ แต่ต้องทำหน้าที่ฝ่ายค้านเต็มที่ ฝ่ายค้านยังเชื่อว่าแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญดีที่สุดคือการตั้ง ส.ส.ร.มาแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ยกเว้นหมวด 1 และ 2 โดยอาจแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพื่อเปิดช่องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ซึ่งวันนี้เป็นเพียงการศึกษาแนวทางแก้ไข เราจะตั้งตุ๊กตาไว้ให้ แล้วให้กระบวนการต่อไปมาดำเนินการ
    ส่วนที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุมคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรค มี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการฯ เป็นประธาน เพื่อเตรียมความพร้อมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล หลังเตรียมยื่นญัตติในวันที่ 13 ม.ค.2563 โดย ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า หลังได้ข้อสรุปจะมอบหมายให้ฝ่ายประสานงานไปประชุมร่วมกับ 6 พรรคร่วมฝ่ายค้าน จากนั้นจะสรุปข้อมูลทั้งหมดเสนอนายสมพงษ์พิจารณาว่ามีเหตุผลเหมาะสมหรือไม่ ยืนยันว่าข้อมูลที่จะใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ รวมถึงตัวผู้อภิปรายพร้อมทั้งหมดแล้ว แต่ขอเก็บไว้เป็นความลับก่อน หากประกาศออกไปเรารู้กันดีอยู่ว่ารัฐบาลนี้ชอบคุกคามข่มขู่ฝ่ายตรงข้าม โดยยังคงอภิปรายไม่ไว้วางใจ 5 รัฐมนตรีเช่นเดิม โดย พล.อ.ประยุทธ์จะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจกรณีเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มพ่อค้าขายเหล้าขายเบียร์ ส่วนนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ และนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ ที่พยายามแทรกแซงอัยการหวังช่วยเหลือ บ.ฟิลลิป มอร์ริสฯ สำแดงเท็จ ซึ่งจะเปิดเผยพฤติกรรมของรัฐบาลที่พยายามช่วยบริษัทดังกล่าว แต่ท้ายที่สุดก็ช่วยไม่ได้ 
    "ผมมั่นใจในหลักฐานที่มี เราจะอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างเป็นรูปธรรม สั้น กระชับ ประชาชนจะตาสว่างและไม่ผิดหวัง เราต้องช่วยกันไล่รัฐบาลที่ทำความเสียหายให้กับประเทศชาติ อย่าปล่อยให้มาตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จอยู่แบบนี้ ขอฝากไปถึงรัฐบาลว่าอย่ามาข่มขู่ พวกผมไม่กลัว” ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว
    ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า คณะกรรมการชุดนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์ เราแบ่งงานกันทำ ส่วนกระแสข่าวที่คณะกรรมการยุทธศาสตร์จะมาหารือกับคณะกรรมการกิจการพิเศษ เพื่อไม่ให้มีการเปลี่ยนตัวผู้อภิปรายนั้น คณะกรรมการยุทธศาสตร์จะวางตัวบุคคลใดอภิปรายก็ไม่เป็นไร ไม่ใช่เรื่องของตนเอง ส่วนจะเสนออภิปรายบุคคลใดเพิ่มนั้น หากมีข้อมูลก็ว่ากันไป ไม่มีปัญหา.
 


นี่แหละที่ว่า........ "คนทำดี...ฟ้าดินป้อง คุ้มครองเอย" มันเป็นอย่างนี้ พวก "ความหวังใหม่-ธนาธร" กำลังได้ที ฉวยโอกาส ยกเหตุที่เกิด "เทอร์มินอล 21" โคราช ไล่กระทืบกองทัพ

จะเอาให้ 'เผาศาล' กันใช่มั้ย?
จำเลย 'สารภาพ' แต่ดิ้นโชว์
"ออมสิน" ในปริศนา "เสี่ยสั่ง"
เรือสำราญ 'อย่าเป็นม้าอารี'
อย่าหลง 'รบอยู่กับคลื่น'
'โคราช' สะท้อน 'บทบาท สส.'