ปีใหม่ไป “แช่แห้ง”


   

 

         เสน่ห์ของคำว่า “แช่แห้ง” ทำให้นักเดินทางหลายคนจำได้แม่นยำ เพราะทุกครั้งที่เกิดความวุ่นวายใจ เราจะมีข้อคิดเตือนใจว่า ท่ามกลางความทุกข์ที่เกิดขึ้นรอบตัวนั้น เราจะอยู่อย่างไรให้มีความสุขได้ เปรียบเสมือนกับการที่ต้องตกลงไปในน้ำ แต่ตัวเราก็ยังแห้งสบาย ไม่เปียกปอน

                 “แช่แห้ง” หรือพระธาตุแช่แห้ง เป็นสัญลักษณ์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญของคนเมืองน่าน เมืองท่องเที่ยวที่เป็นเป้าหมายปลายทางของนักเดินทาง เพราะในเมืองเล็กๆ ที่มีวิถีวัฒนธรรมและชีวิตความเป็นอยู่อันเรียบง่ายนั้น สร้างความประทับใจให้ผู้คนมาแล้วมากมาย

                ปีใหม่นี้ มีวันหยุดกันพอสมควร จึงเป็นช่วงโอกาสดีอีกครั้งที่จะได้ไปเยือนเมืองน่านกัน

                เมืองน่านยามนี้เป็นช่วงฤดูหนาว อากาศล่าสุด ไม่หนาวจัด อยู่แค่ราวๆ 18-19 องศา ถือว่าสามารถเดินเที่ยวเล่นได้แบบสบายๆ  หลายคนคงนึกถึงภาพการจิบกาแฟร้อนๆ ท่ามกลางอากาศเย็นๆ พร้อมกับชมสายหมอกในยามเช้า ให้ความรู้สึกของการพักผ่อนท่องเที่ยวในแบบไม่ต้องเร่งรีบ ควบคู่ไปกับการละเลียดชมวัดวาอาราม ชมศิลปวัฒนธรรม ชิมอาหารเหนือ และสัมผัสวิถีชีวิตเรียบง่ายที่น่ารักของผู้คนเมืองนี้

คนส่วนใหญ่ที่มา ถ้ามาเวลาน้อยก็จะพักในตัวเมืองน่าน เดินสายไหว้พระ ในวัดสำคัญซึ่งแต่ละแห่งใช้วิธีเดินเท้าลัดเลาะถึงกันได้ด้วย

วัดสำคัญที่น่าสนใจและถือเป็นวัดที่ห้ามพลาดคือ “วัดภูมินทร์”  เป็นวัดที่มีชื่อเสียงของจังหวัดน่าน ตั้งอยู่ที่ตำบลในเวียง ข้างๆ กับข่วงเมืองน่าน จุดเด่นของวัดนี้คือ เป็นวัดเพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทยที่สร้างทรงจตุรมุข ดูแล้วคล้ายตั้งอยู่บนหลังพญานาคขนาดใหญ่ 2 ตัว อาคารเป็นทั้งพระอุโบสถและพระวิหาร ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่ 4 องค์หันออกด้านประตูทั้ง 4 ทิศ นอกจากความงามไม่เหมือนวัดใดแล้ว ยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังปู่ม่านย่าม่านที่มีชื่อเสียง ซึ่งทุกคนต้องไปชมกันให้ได้

ถัดมา ใกล้ๆ กัน ใช้เวลาเดินทางไม่นาน ยังมีสถานที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง อาทิ “วัดมิ่งเมือง” เป็นที่ประดิษฐานเสาหลักเมืองของจังหวัดน่าน พระอุโบสถงดงามไปด้วยลายปูนปั้นสีขาว ภายในมีภาพจิตรกรรมฝนังบอกเล่าความเป็นมาที่เกี่ยวกับวิถีของชาวเมืองน่าน บริเวณใกล้ๆ กันยังมีศาลหลักเมืองให้ได้กราบไหว้กันด้วย

ช่วงเย็น บริเวณหน้าวัดภูมินทร์จะเป็นลานขันโตกให้คนได้มานั่งชิลชิมอาหารถิ่นเมืองเหนือในบรรยากาศสบายๆ ได้อีกด้วย

สำหรับคนชอบถ่ายภาพ มักไม่พลาดกับ “ซุ้มลีลาวดี” ซึ่งปลูกเรียงรายไว้อย่างสวยงามด้านหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน  ต้นลีลาวดีที่นี่มีความสูงใหญ่ เป็นแนวตรง แผ่กิ่งก้านสาขาทำให้ดูเหมือนเป็นซุ้มต้นไม้ สร้างความร่มรื่นให้ผู้ผ่านไปผ่านมา มีความสวยงามทั้งช่วงที่มีดอกและไม่มีดอก ถ่ายภาพเสร็จแล้ว จากนั้นเข้าไปชมเรื่องราวความเป็นมาของเมืองน่านภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน

นอกจากนี้ เมื่อมาแล้วพลาดไม่ได้กับการเดินทางไปนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองอย่าง “พระบรมธาตุแช่แห้ง” เป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนเกิดปีเถาะ แต่คนเกิดปีอื่นๆ ก็มาสักการะได้เช่นกัน มีความวิจิตรงดงามและเชื่อกันว่า อานิสงส์ที่ได้มากราบไหว้ จะส่งผลทำให้ชีวิตอยู่ดี มีสุข ปราศจากโรคภัยต่างๆ มาเบียดเบียน หน้าที่การงานเจริญก้าวหน้า เป็นต้น โดยใช้เวลาออกไปจากย่านกลางเมืองไม่นานนัก

ยังมี “วัดพระธาตุเขาน้อย” ตั้งอยู่บนยอดดอยเขาน้อยทางด้านตะวันตกของตัวเมืองน่าน เป็นจุดชมวิวในช่วงเช้าและช่วงเย็นให้คนชอบออกกำลังกายวิ่งขึ้นลงพิสูจน์ความแข็งแรง จากพระธาตุเขาน้อย สามารถมองเห็นทิวทัศน์เมืองน่านได้ทั้งเมืองแบบ 360 องศา องค์พระธาตุเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนทั้งองค์ แบบศิลปะพม่าผสมล้านนา ภายในบรรจุพระเกศาธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และมีพระพุทธรูปปางลีลาองค์ใหญ่ ซึ่งเป็นที่นับถือของชาวเมืองน่าน

ส่วนคนที่มีเวลา นอกจากในตัวเมืองแล้ว ในพื้นที่ต่างอำเภอก็มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ล้วนแต่งดงามและมีเรื่องราวน่าสนใจทั้งสิ้น อย่างเช่นที่ “อำเภอบ่อเกลือ” ห่างจากตัวเมืองน่านไปประมาณ 80 กิโลเมตร เป็นแหล่งผลิตเกลือสินเธาว์ ที่มีความสำคัญมาแต่โบราณ มีบ่อน้ำเกลือสินเธาว์อยู่ถึง 9 บ่อ เมื่อมาที่นี่ นักท่องเที่ยวสามารถชมบ่อเกลือสินเธาว์และวิธีการผลิตเกลือสินเธาว์แบบดั้งเดิม รวมถึงซื้อผลิตภัณฑ์จากบ่อเกลือ อย่างไข่ต้มน้ำเกลือ เกลือบริโภค เกลือสปาขัดผิว และดอกเกลือบำรุงผิว กลับไปเป็นของฝากได้อีกด้วย

“อำเภอปัว” เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่สัมผัสได้ถึงความสงบงามเรียบง่ายผ่านบรรยากาศทุ่งนาสีเขียวขจีที่โอบล้อมด้วยภูเขา ถ้าอยากพักผ่อนแบบชมวิวสวยๆ แบบนี้ มีบ้านพักโฮมสเตย์ให้เลือกหลากหลาย ทั้งโฮมสเตย์ตานงค์ ตูบนาโฮมสเตย์ บ้านหัวน้ำโฮมสเตย์ ต้นแหลงโฮมสเตย์ เป็นต้น ขับรถไม่ไกลจากเมืองน่าน

                สำหรับคนที่กลับมาจากต่างอำเภอ มีถนนคนเดินเมืองน่าน ตั้งอยู่บนถนนผากอง ข้างวัดภูมินทร์และข่วงเมืองน่าน เปิดทุกวันเสาร์และอาทิตย์ ตั้งแต่เวลาประมาณ 5 โมงเย็นเป็นต้นไป ถนนคนเดินแห่งนี้อาจไม่ยาวมาก แต่มีของขายที่น่าสนใจ ส่วนใหญ่เป็นของที่ระลึกอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวเหนือ งานฝีมือและสินค้าทำมือต่างๆ รวมถึงของอร่อยให้เลือกชิมมากมาย

ขณะที่ในส่วนของร้านอาหาร มีร้านขึ้นชื่อให้เลือกชิมหลายร้าน อาทิ “ร้านเฮือนฮอม” ร้านอาหารพื้นเมืองรสชาติอร่อย อยู่ตรงข้ามวัดภูมินทร์ ในเมนูอาหารขึ้นชื่ออย่างแกงโฮะ ไส้อั่ว ลาบหมูคั่ว น้ำพริกหนุ่ม ข้าวซอย ขนมจีนน้ำเงี้ยว ฯลฯ

ใกล้ๆ กันเป็นอีกหนึ่งเมนูพื้นเมืองจาก “ร้านข้าวซอยต้นน้ำ” ที่เปิดมาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี ตั้งอยู่ระหว่างวัดภูมินทร์กับวัดมิ่งเมือง ร้านนี้คนในท้องถิ่นการันตีว่าอร่อยสุดๆ มีเมนูขึ้นชื่ออย่างข้าวซอยเนื้อ ที่ใช้เนื้อตุ๋นจนเปื่อยเสิร์ฟมาในข้าวซอยรสกลมกล่อม นอกจากนี้ยังมีขนมจีนน้ำเงี้ยว ก๋วยเตี๋ยวเรือ บะหมี่หมูแดง ข้าวหมูแดง เป็นทางเลือกเพิ่มเติมอีกด้วย

หากคนชอบขนมหวาน พลาดไม่ได้กับ “ร้านขนมหวานป้านิ่ม” ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ด้วยฝีมือการทำขนมอร่อยจนเลื่องลือทำให้มีลูกค้ามาอย่างไม่ขาดสาย และกลายเป็นร้านที่เป็นสัญลักษณ์ของการเดินทางมาเยือนเมืองน่านว่าต้องไปชิมให้ได้สักครั้ง นอกจากบัวลอยไข่หวานอันเป็นเมนูขึ้นชื่อแล้ว ยังมีของหวานอื่นๆ แบบร้อนและแบบเย็น อาทิ ลูกเดือยเปียกมะพร้าวอ่อน บัวลอยมะพร้าวอ่อนน้ำหอม ลอดช่องสิงคโปร์ รวมมิตรน้ำแข็งไส ไอศกรีมกะทิสดราดด้วยไข่แดง ฯลฯ

ปิดท้ายด้วย “ร้านคาเฟ่สุดกองดี” ร้านน่ารักๆ ที่ตั้งอยู่ในสวนอันร่มรื่นติดกับแม่น้ำน่าน ตัวร้านตกแต่งได้อย่างน่ารักและน่าถ่ายรูปเช็กอินสุดๆ มีเมนูเครื่องดื่มอร่อยๆ ขนมเบเกอรี่ และอาหารว่าง ที่พร้อมเสิร์ฟให้ได้ลิ้มลองเคล้าบรรยากาศธรรมชาติแสนสบาย

นี่คือแหล่งเที่ยว แหล่งกิน และพักผ่อน ของจังหวัดน่านแค่เพียงบางส่วนเท่านั้น จังหวัดน่านยังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกมากมาย ที่รอให้ทุกท่านเลือกไปสัมผัสได้ตามอัธยาศัย ผู้สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : TAT NAN สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สำนักงานน่าน โทรศัพท์ 0-5471-1217-8 ทุกวัน ในเวลาราชการ อีเมล tatnan@tat.or.th.

 สรณะ รายงาน
สมโพธิ หอมจำรูญ ถ่ายภาพ 

แกลลอรี่


​​​​​​​ ไม่มีอาชญากรรมใดที่สมบูรณ์แบบ อาชญากรย่อมทิ้งร่องรอยเสมอ ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้สืบสวนที่จะค้นหาร่องรอยหลักฐานนั้นพบหรือไม่

ที่ไม่ได้วินิจฉัย 'ใช่ว่าไม่ผิด'
'ศิษย์หนุ่มกับอาจารย์ทารก'
๒๑ มกรา 'มีใครจะลาบวช?'
ดิ้นกันไปเมื่อรู้ว่า 'ใกล้เมรุ'
ปิยบุตร "ยังเป็นคนอยู่หรือ?"
ประชาธิปัตย์ 'ก่อนศตวรรษ'?