ปี63'เสี่ยหนู'สั่งลุย! ปลดล็อกกัญชา-แบน3สารพิษ-ยกเครื่องคมนาคม


เพิ่มเพื่อน    

31 ธ.ค.  62 – พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงผลงานของรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทยตั้งแต่เริ่มทำงานจนถึงสิ้นปี 2562 นี้ว่า การทำงานของรัฐบาลโดยเฉพาะรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจทั้ง 7 คน ประกอบด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา, นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย, นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.พาณิชย์, น.ส.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ และนางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งตลอดเวลากว่า 6 เดือน แม้จะเป็นช่วงเวลาการทำงานที่ไม่นานมากนัก แต่ถือว่าเป็นการทำงานในเชิงรุกอย่างแท้จริง สามารถปฏิบัติตามนโยบายที่ให้ไว้ได้อย่างน่าพอใจ ทั้งการกระตุ้นเศรษฐกิจ แก้ปัญหาสังคม ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน  เริ่มตั้งแต่ท่านหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ที่ได้ดำเนินนโยบายด้านสาธารณสุขเพื่อดูและสุขภาพประชาชนอย่างเต็มที่ ลงพื้นที่รับปัญหาและให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนโดยตลอด 

พ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าวว่า ที่สำคัญคือการดำเนินนโยบายปลดล็อกกัญชาเพื่อใช้ทางการแพทย์ ที่ล่าสุดยังได้มีการร่วมมือกับกระทรวงยุติธรรม เพื่อจะทำให้พืช 2 ชนิด คือ กัญชาและกระท่อม พ้นจากการเป็นยาเสพติดให้เร็วที่สุด เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์อย่างเต็มที่ยืนยันว่าการปลูกกัญชาในอนาคตจะต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐ จะไม่มีการปล่อยให้กลายพันธุ์หรือเสพเพื่อความบันเทิงโดยทั่วไป โดยเป้าหมายคือปลูก ผลิตเพื่อการแพทย์เท่านั้นนอกจากนี้นายอนุทิน ยังได้ร่วมมือกับน.ส.มนัญญา รมช.เกษตรฯ ในการผลักดันแบนด์ 3 สารเคมีทางการเกษตรที่ส่งผลต่อสุขภาพและชีวิตของประชาชน แม้ว่าจะยังไม่สำเร็จในคราวเดียวแต่ก็สามารถทำให้มีการจำกัดการใช้ได้ และในอนาคตเชื่อว่าจะนำไปสู่การเลิกใช้ได้ในที่สุด  รวมทั้งยังได้ร่วมมือกับนายพิพัฒน์ รมว.การเที่ยวและกีฬา ในการผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่จะทำรายได้ให้กับประเทศจำนวนมหาศาลอีกด้วย 

“จะเห็นได้ว่าการทำงานของพรรคภูมิใจไทย ไม่ได้จำกัดการประสานงานเฉพาะกระทรวงที่มีรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทยเท่านั้น แต่สิ่งไหนที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน เราจะทลายกำแพงอุปสรรคไม่ว่าจะอยู่พรรคเดียวกัน หรือต่างพรรค เมื่ออยู่ในรัฐบาลเดียวกันแล้ว ต้องสามารถทำงานสอดประสานกันได้ โดยอยู่บนพื้นฐานความถูกต้องเพื่อประโยชน์พี่น้องประชาชน ตรงนี้เป็นหลักการทำงานที่ท่านหัวหน้าพรรคได้กำชับกับรัฐมนตรีและสมาชิกพรรคฯมาโดยตลอดและการทำงานในปี 2563 ท่านหัวหน้าก็ได้กำชับอีกว่าต้องทำงานให้หนักขึ้น มุ่งมั่นเพิ่มขึ้นอีกต้องคิดแก้ปัญหา หาแนวทางช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในหน้าที่ ที่รับผิดชอบอยู่เสมอจะหยุดคิดหรืออยู่นิ่งไม่ได้” พ.อ.เศรษฐพงค์ ระบุ

โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ที่สำคัญคือการผลักดันนโยบายด้านดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับด้านเศรษฐกิจ การศึกษา การแพทย์ การสื่อสาร ซึ่งตนเองได้รับความไว้วางใจให้เข้ามาช่วยผลักดันเรื่องดังกล่าว ก็ได้ดำเนินการยังเต็มที่ไม่ว่าจะเป็นนโยบายการแพทย์ทางไกลผ่านระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Telemedicine) การศึกษาออนไลน์ฟรีตลอดชีวิต ที่กำลังเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา โดยพื้นฐานสำคัญที่จะทำให้นโยบายเหล่านี้สำเร็จโดยเร็ว ก็คือเราต้องมีโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมที่จะรองรับเทคโนโลยี 5G ซึ่งจะทำให้นโยบายดังกล่าวดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งที่ผ่านตนเองได้พยายามผลักดันการเตรียมโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว ผ่านการหารือในสภา การลงพื้นที่ร่วมกับคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคมและดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กมธ.ดีอีเอส) และการประสานความร่วมมือกับสำนักงานกสทช. หรือ Operator ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ที่สำคัญทราบว่า กสทช. จะได้มีการเปิดประมูลคลื่น 5G ในกลางเดือนกุมภาพันธ์ปี 2563 ก็จะทำให้นโยบายด้านดิจิทัลของพรรคภูมิใจไทยสำเร็จได้ในไม่ช้า 

“พรรคภูมิใจไทยให้ความสำคัญกับนโยบายด้านดิจิทัล เพราะคนไทยทุกคนจะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี ซึ่งจะเข้ามามีความเกี่ยวพันกับการใช้ชีวิตประจำวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการมาถึงของ digital disruption หรือจะเป็นเรื่องของกิจการด้านอวกาศ ที่กำลังเติบโตและมีมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล ซึ่งไทยควรมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่เป็น space agency ผ่านการมีพ.ร.บ.กิจการอวกาศ เหล่านี้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราให้ความสนใจในการผลักดันและต้องเตรียมให้คนในสังคมพร้อมรับมือให้ได้” โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าว

นอกจากนี้ในส่วน นายศักดิ์สยามยังได้เดินหน้าทำงานทั้งการผลักดัน แก้ไขและรณรงค์ เพื่อขจัดปัญหาในด้านคมนาคมอย่างเป็นระบบเพื่อประโยชน์และความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน  เช่น การจัดระเบียบแก้ปัญหารถตู้สาธารณะที่ไม่ให้กระทบทั้งผู้ประกอบการและผู้โดยสารจนเกินไป การรณรงค์ลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาล แก้ปัญหามอเตอร์เวย์ไปกาญจนบุรีที่ค้างคามากว่า 4 ปี แก้ปัญหารถสาธารณะในกรุงเทพฯ ด้วยแผนฟื้นฟู ขสมก. ฉบับใหม่ ที่จะมีการจัดหารถโดยสารใหม่ ตรวจสอบเส้นทางเดินรถใหม่ การเก็บค่าโดยสาร 30 ต่อวันไม่จำกัดเที่ยว เป็นต้น ซึ่งจะเห็นเป็นรูปธรรมอย่างแน่นอน ในส่วนของนายพิพัฒน์ รมว.การท่องเที่ยวฯ ก็ได้ดำเนินนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวมีแคมเปญการท่องเที่ยวออกมาอยู่เสมอ โดยจำนวนนักท่องเที่ยวตลอดปี 2562มั่นใจว่าจะมีนักท่องเที่ยว 39.77 ล้านคน หรือเพิ่ม 4% สร้างรายได้ 1.96 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% ถือว่าเป็นผลงานที่น่าพอใจอย่างมาก 

และในโอกาสเทศกาลขึ้นปีใหม่ 2563 ในนามพรรคภูมิใจไทยขออวยพรปีใหม่ให้พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนจงมีแต่ความสุขความเจริญสุขภาพแข็งแรง และของขวัญที่พรรคภูมิใจไทย ทั้งรัฐมนตรี ส.ส. และสมาชิกพรรคฯทุกขึ้น อยากมอบให้กับพี่น้องประชาชนทุกคนคือการทำงานสานต่อนโยบายให้สำเร็จโดยเร็ว ยืนยันว่าจะเดินหน้าทำงานเข้าถึง ใกล้ชิด ไม่หวั่นแม้ว่างานจะหนักและยากเพียงใด ทั้งหมดก็เพื่อผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน.


เฮ้อ..... เราจะต้องนับหัวคนป่วย-คนตายเป็น "ปฏิทินรายวัน" กันอีกนานมั้ยเนี่ย? พูดแล้วก็เหงาใจนัก! แต่ไม่น่ะ....

'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"
ที่สุด 'ในสถานการณ์' คิดบวก
โควิด-๑๙ 'ภาคนรก-สวรรค์'