ธงแดงเหนือมัสยิดศักดิ์สิทธิ์ คือคำประกาศสงครามของอิหร่าน!


เพิ่มเพื่อน    

             โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศผ่านทวิตเตอร์ว่า พร้อมจะเปิดศึกกับอิหร่าน...ถ้าอิหร่านทำตามคำขู่ที่จะ “แก้แค้นอย่างสาสม”

                ทรัมป์บอกว่าสหรัฐได้ปักหมุด 52 จุดที่เป็นเป้าหมายการโจมตีอิหร่าน และจะเป็นการจู่โจมแบบ “รวดเร็วและหนักหน่วง” (very fast and very hard)

                ทรัมป์บอกว่าเป้าหมาย 52 แห่งนี้บางแห่ง “มีความสำคัญอย่างมาก” ต่อความมั่นคงและวัฒนธรรมของอิหร่าน

                พร้อมสำทับว่า “สหรัฐไม่ต้องการเจอการคุกคามมากกว่านี้!”

                ทำไมต้อง 52

                ทรัมป์อธิบายว่าตัวเลขนี้เท่ากับจำนวนพลเมืองอเมริกันที่เคยถูกจับเป็นตัวประกันอยู่ภายในสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐที่กรุงเตหะราน ยาวนานถึง 444 วัน ในช่วงการปฏิวัติอิหร่าน เมื่อปี 1979 ซึ่งเป็นชนวนแตกหักของความสัมพันธ์ระหว่างทั้ง 2 ประเทศจนถึงวันนี้

                ทรัมป์อ้างว่าที่เขาเปิดไฟเขียวให้ “เก็บ” นายพลกอเซ็ม สุไลมานี หัวหน้าหน่วยรบพิเศษ “คุดส์” ของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (ไออาร์จีซี) ที่เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศที่สนามบินนานาชาติกรุงแบกแดด เมื่อวันวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมานั้นเป็นการ “ป้องกันตัวเอง” ของสหรัฐ

                ขณะที่ทางการอิหร่านบอกว่านี่คือการ “ก่อการร้ายสากล” แต่ทรัมป์อ้างว่านายพลคนนี้เตรียมการที่จะก่อเหตุร้ายต่อเป้าหมายของสหรัฐในตะวันออกกลางหลายจุด

                “เราต้องการยุติสงคราม เราไม่ได้ต้องการก่อสงคราม” คือคำกล่าวอ้างของทรัมป์

                เมื่อวันเสาร์ มีรายงานเหตุการณ์ยิงปืนใหญ่อย่างน้อย 2 นัด ตกบริเวณใกล้กับสถานทูตสหรัฐประจำกรุงแบกแดด แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

                สถานทูตมะกัน ณ กรุงแบกแดดของอิรักถูกสั่งปิดอย่างไม่มีกำหนดตั้งแต่เหตุประท้วงต่อต้านปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐต่อกลุ่มคาตาอิบ ฮิซบอลเลาะห์ในอิรักและซีเรีย เมื่อปลายปีที่แล้ว ซึ่งมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 25 คน

                วันเสาร์ที่ผ่านมาเช่นกัน มีการยิงจรวดอีกอย่างน้อย 2 ลูก โจมตีฐานทัพอัล บาลัด ชานกรุงแบกแดด ซึ่งมีทหารอเมริกันประจำการอยู่ด้วย

                หลังเกิดเหตุ ไม่มีบุคคลหรือกลุ่มใดออกมาแสดงความรับผิดชอบ

                คนอเมริกันต้องหนาวกันอีกแล้ว ไม่ว่าจะอยู่จุดไหนของโลก

                เมืองสหรัฐใหญ่ๆ อย่างนิวยอร์ก, วอชิงตัน และลอสแองเจลิสต่างก็เตรียมการตั้งรับการตอบโต้จากอิหร่านในรูปแบบต่างๆ หลังโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งใช้โดรนเก็บนายพลคนสำคัญของอิหร่าน

                นายกเทศมนตรีนิวยอร์กออกมายอมรับว่า ข่าวกรองสหรัฐระบุว่า หน่วยปฏิบัติการย่อยในรูปแบบต่างๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในชุมชนต่างๆ ในสหรัฐ อาจจะถูกสั่งให้ก่อเหตุทำร้ายคนอเมริกันเพื่อเป็นการแก้แค้น

                สำนักข่าว Tasnim ของอิหร่านอ้างนายทหารประจำหน่วยพิทักษ์ปฏิวัติ หรือ Revolutionary Gurds ประกาศว่า “อิหร่านจะลงโทษคนอเมริกันไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของโลกที่อิหร่านยื่นมือถึง”

                นั่นอาจจะหมายถึงการโจมตีเรือของสหรัฐในอ่าวเปอร์เซีย

                นายพลคนนี้ระบุว่า ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอยู่ใกล้อิหร่านเป็นจุดที่เรือรบและกิจกรรมทางทหารของสหรัฐใช้เป็นประจำ

                “เรามีเป้าสหรัฐอย่างน้อย 35 แห่งในย่านนี้ รวมถึงเมืองเทลอาวีฟของอิสราเอสที่เราสามารถโจมตีได้....” นายพลอิหร่านประกาศเสียงดังฟังชัด

                นั่นแปลว่าทั้งสหรัฐและอิหร่านต่างก็มีแผนจะโจมตีเป้าหมายของกันและกันอย่างเปิดเผยแล้ว

                อยู่ที่ว่าใครจะกล้ารับความเสี่ยงมากกว่ากัน

                เมื่ออิหร่านชักธงแดงเหนือมัสยิดศักดิ์สิทธิ์ที่เมือง Qom ก็เท่ากับเป็นการประกาศสงครามอย่างเป็นทางการแล้ว

                อังกฤษประกาศส่งเรือรบสองลำเข้าสู่อ่าวเปอร์เซีย “เพื่อปกป้องกองเรือและพลเมืองของเรา” แต่ไม่ได้ระบุว่าจะร่วมมือกับสหรัฐในการสกัดอิหร่านหรือไม่หากเกิดการสู้รบเกิดขึ้น

                จีนและรัสเซียเรียกร้องให้ทุกอย่าง “ตั้งสติ” ให้ดี อย่าให้สถานการณ์เสื่อมทรุดจนกลายเป็นสงครามใหญ่

                อิสราเอลก็คงเตรียมพร้อมที่จะรับศึกสงครามหากอิหร่านเปิดฉากถล่มตนพร้อมกับการโจมตีฐานทัพสหรัฐในตะวันออกกลางหลายจุด

                บางคนบอกว่าทรัมป์ได้จุดไม้ขีดแห่งสงครามรอบใหม่แล้ว

                อยู่ที่อิหร่านจะเติมเชื้อเพลิงเพื่อตอบโต้อย่างรุนแรงเพียงใดเท่านั้น!.

 

 


เอาละครับ..... นับจากวันนี้ (๘ ส.ค.๖๓) เป็นต้นไป ถึงสิ้นปี และมีความเป็นไปได้ ที่จะติดพันไปถึงต้นปีหน้า

"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ
'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'