การหลบหนีบรรลือโลก ของคาร์ลอส กอส์น


เพิ่มเพื่อน    

                พอได้ข่าวว่า นายคาร์ลอส กอส์น (Carlos Ghosn) ในฐานะเป็นผู้บริหารสูงสุดของนิสสันถูกจับเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2018 ผมก็จำได้ว่าเคยสัมภาษณ์เขาที่กรุงเทพฯ เมื่อประมาณ 12 ปีก่อน

                จำได้ว่าเขาเป็นคนเก่ง พูดจาฉะฉาน มั่นใจในตัวเองสูง และมีความเป็นมนุษย์ไม่น้อย

                แต่เมื่อได้ข่าวเมื่อเร็วๆ นี้ว่าเขาถูกจับข้อหาฉ้อฉลบริษัทหลายกระทงก็พอจะเห็นเค้าลางของคนที่ “เก่งเกินตัว” ที่พลาดท่าเพราะความเชื่อมั่นในตัวเองสูงเกินไป

                เขาเปิดปากเป็นครั้งแรกตั้งแต่หนีออกมาเมื่อวันพุธที่ผ่านมาจากกรุงเบรุต, เลบานอน...บอกว่าตนเองเป็นเหยื่อของแผนกลุ่มผู้บริหารในบริษัทของเขาที่จะ “ทำลาย” เขา

                เขาอ้างว่าชีวิตในคุกได้รับความทุกข์ทรมานอย่างยิ่ง ถูกขังในห้องที่มีหน้าต่างเล็กๆ และได้รับอนุญาตให้อาบน้ำเพียงสัปดาห์ละ 2 ครั้ง

                เขาอ้างว่าก่อนหน้านั้นเขาถูกขังเดี่ยวในห้องขังเล็กๆ ที่ไม่มีหน้าต่าง 130 วันเต็มๆ

                แต่เขาไม่ยอมตอบคำถามว่าเขาหนีด้วยการซ่อนตัวในกล่องใส่เครื่องดนตรีหรือไม่

                เขาปฏิเสธทุกข้อหา ยืนยันว่าไม่ได้รับความยุติธรรม และถูกกลั่นแกล้งทั้งจากศัตรูของเขาเองและกระบวนการยุติธรรมญี่ปุ่นที่เขาอ้างว่าไม่ค่อยเป็นธรรมต่อเขา

                พอได้ข่าวว่าเขาหนีออกนอกประเทศได้..คืนวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่...ด้วยวิธีการที่พิสดารมากคือ ซ่อนตัวในกล่องเครื่องดนตรี Double Bass และใช้หนังสือเดินทางเล่มสำรอง สามารถผ่านการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นได้ ก็ยิ่งทึ่งกับข่าวที่เหมือนหนังฮอลลีวูด

                เพิ่งได้รับอธิบายจากเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นว่าเพราะเข้ากล่องดนตรีนี้ใหญ่มาก จึงไม่สามารถเอาเข้าเครื่องตรวจเอกซเรย์ของสนามบินได้ ทำให้คาร์ลอสสามารถหลบหนีออกมาด้วยการซ่อนตัวในนั้นได้

                อีกทั้งเป็นเพราะคนที่ช่วยเขาหนีนั้นใช้เครื่องบินส่วนตัว และใช้สนามบินนานาชาติคานไซ

                มีคำชี้แจงจากแหล่งข่าวต่อสำนักข่าว NHK ของญี่ปุ่นด้วยว่าเจ้าหน้าที่สนามบินจะยอมไม่สแกนกระเป๋าเดินทาง หากได้รับคำร้องขอจากสายการบินหรือนักบินเครื่องบินส่วนตัว

                อีกทั้งมีข่าวน่าตื่นเต้นมากว่า “คณะนักดนตรี” ที่เข้าไปในอพาตเมนต์ของเขาทำทีว่ามางานฉลองคริสต์มาสนั้น ความจริงเป็นอดีตนักรบหน่วยปฏิบัติการพิเศษทั้งทีม

                กล่องใส่ Double Bass ที่ว่านี้สูงประมาณกว่า 1 เมตร และนายคาร์ลอสก็ตัวไม่สูงเท่าใดนัก สามารถซ่อนตัวให้ผู้สมรู้ร่วมคิดขนขึ้นเครื่องบินเพื่อบินเข้าตุรกีได้

                บริษัทที่รับผิดชอบเที่ยวบินนั้นชื่อ MNG Jet Havacilik AS ออกแถลงการณ์ว่าเครื่องบินดังกล่าวถูกใช้อย่างผิดกฎหมาย และใช้เอกสารปลอมแปลง

                จากตุรกี เขาเปลี่ยนเครื่องบินที่ส่งเขาไปถึงเมืองเบรุตของประเทศเลบานอน ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขาเอง

                แต่เอกสารประกอบเที่ยวบินนั้นไม่ปรากฏมีชื่อของคาร์ลอสแต่ประการใด

                มีแต่ชื่อของนาย Michael Taylor อีกนักรบ Green Beret และคนอเมริกันอีกคนหนึ่งที่ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาของคาร์ลอส   

                กลายเป็นเงื่อนปมของเรื่องลี้ลับมหัศจรรย์ของกรณี “หลบหนีบันลือโลก” ครั้งนี้อีกเรื่องหนึ่ง

                ย้อนกลับไปเมื่อ 19 พ.ย. ปี 2018 อัยการประเทศญี่ปุ่นได้จับกุมคาร์ลอส และผู้ช่วยมือขวาของเขาคือ นายเกร็ก เคลลีย์ (Greg Kelly) หลังจากที่ทั้ง 2 คนมาถึงสนามบินฮาเนดะ กรุงโตเกียว

                ทั้ง 2 คนถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดระเบียบว่าด้วยการเงินการคลัง รวมไปถึงปกปิดการแสดงข้อมูลรายได้ของคาร์ลอส

                ข่าวนี้สร้างความฮือฮาไปทั่วโลก เพราะนายคาร์ลอสเคยสร้างกลุ่มพันธมิตรบริษัทยานยนต์ที่แข็งแกร่งอย่าง เรอนอลท์ (Renault) นิสสัน และบริษัทมิตซูบิชิ

                ตอนผมสัมภาษณ์เขาที่กรุงเทพฯ เมื่อ 12 ปีก่อน เขายอมรับว่าเป็น “นักบริหารมือสังหาร” ที่พร้อมจะโละคนงานและหั่นค่าใช้จ่ายอย่างหนักหน่วงเพื่อทำให้ธุรกิจที่ขาดทุนกลับมามีกำไรในระยะเวลาอันสั้น

                ต่อมาเมื่อวันที่ 22 พ.ย. ปีเดียวกัน บอร์ดของบริษัทนิสสันสั่งปลดคาร์ลอสออกจากตำแหน่ง

                4 วันให้หลัง คาร์ลอสก็ถูกไล่ออกจากตำแหน่งหัวหน้าใหญ่ในบริษัทยานยนต์มิตซูบิชิ

                พอถึงวันที่ 10 ธ.ค. ข้อกล่าวหาทางการจึงได้รับการเปิดเผย

                สำนักอัยการญี่ปุ่นได้ตั้งข้อหาคาร์ลอสและนายเกร็กเรื่องแสดงรายได้อันเป็นเท็จระหว่างปี 2553-2558 คิดเป็นเงินทั้งสิ้น 5 พันล้านเยน หรือ 1,395,878,670 บาท

                ซ้ำด้วยตั้งข้อหาจงใจไม่รายงานรายได้เป็นจำนวน 4 พันล้านเยน หรือ 1,116,702,936 บาท ในช่วงระยะเวลา 3 ปี หลังจากปี 2558

                สื่อที่ญี่ปุ่นรายงานว่า ในช่วงปีงบประมาณ 2561 คาร์ลอสได้รับเงินค่าตอบแทนไปทั้งสิ้น 16.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 509,999,750 บาท

                นั่นคือเงินเดือนรวมทั้งปีจากทั้ง 3 บริษัท ได้แก่ นิสสัน เรอนอลท์ มิตซูบิชิ

                ไม่แต่เท่านั้น ต่อมาในวันที่ 21 ธ.ค. คาร์ลอสก็ถูกตั้งข้อหาอีกว่า เขาได้โยกย้ายงบการลงทุนส่วนตัวในตลาดอัตราแลกเปลี่ยนที่ขาดทุนเข้าไปในบริษัทนิสสัน

                คาร์ลอสได้เข้าฟังการพิจารณาคดีครั้งแรกในวันที่ 8 ม.ค. ปีต่อมา

                ภาพที่เห็นคือเขาถูกสวมกุญแจมือ สร้างความเกรียวกราวไปทุกแวดวงอีกครั้งหนึ่ง

                ศาลสั่งให้กักตัวเขานานขึ้น เพราะว่ามีท่าทีที่จะหลบหนีและทำลายข้อมูลหลักฐาน

                คาร์ลอสให้สัมภาษณ์สำนักข่าวเอเอฟพีของฝรั่งเศสจากภายในเรือนจำว่า การคุมขังตัวเขานั้นเป็นเรื่องที่ผิดปกติในประเทศที่ปกครองระบอบประชาธิปไตย และได้ตั้งทีมกฎหมายเพื่อจะต่อสู้คดี ในวันที่ 13 ก.พ.นี้

                ต่อมาวันที่ 5 มี.ค. ศาลอนุมัติคำขอประกันตัวของคาร์ลอส หลังจากที่เขาได้ยื่นคำขอจำนวน 3 ครั้ง โดยวงเงินประกันตัวที่ศาลอนุมัตินั้นอยู่ที่ 9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 271,597,500 บาท

                เมื่อวันที่ 4 เม.ย. คาร์ลอสถูกตำรวจบุกจับที่อพาร์ตเมนต์กลางกรุงโตเกียวอีกครั้ง หลังจากโดนข้อกล่าวหาเพิ่มว่าเขาได้จ่ายเงินจำนวนหนึ่งให้กับตัวแทนจำหน่ายรถยนต์นิสสันในประเทศโอมาน โดนข้อหาเพิ่มว่าฟอกเงินโดยอาศัยกระบวนการทางธุรกรรมระหว่างตัวเขากับผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ที่ประเทศโอมาน

                วันที่ 25 เม.ย. ศาลอนุมัติให้คาร์ลอสประกันตัวด้วยเงินทั้งสิ้น 4.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 135,798,750 บาท ด้วยเงื่อนไขว่าห้ามไม่ให้ออกนอกประเทศญี่ปุ่น และจะต้องขออนุญาตจากทางศาลทุกครั้ง หากต้องการที่จะพบภรรยา

                วันที่ 4 มิ.ย. บริษัทเรอนอลท์เปิดเผยผลการตรวจสอบภายในระบุว่า มีเงินจำนวน 11 ล้านยูโร หรือประมาณ 370,442,060 บาท ถูกใช้จ่ายอย่างน่าสงสัยที่บริษัท เรอนอลท์-นิสสัน บีวี โดยบริษัทแห่งนี้เป็นบริษัทร่วมกันของนิสสันและเรอนอลท์ที่ตั้งอยู่ในประเทศเนเธอร์แลนด์

                ในรายงานสืบสวนของบริษัทยังระบุอีกด้วยว่า เงินจำนวน 11 ล้านยูโรดังกล่าวนั้นยังรวมไปถึงค่าใช้จ่ายของนายคาร์ลอสและค่าตั๋วเครื่องบินที่แพงเกินจริง

                พอมีข้อมูลเพิ่มเติมอย่างนี้ รัฐบาลฝรั่งเศสที่ถือหุ้นในบริษัทเรอนอลท์ 15 เปอร์เซ็นต์ ต้องออกมาร่วมสอบสวนด้วย. 


เอาละครับ..... นับจากวันนี้ (๘ ส.ค.๖๓) เป็นต้นไป ถึงสิ้นปี และมีความเป็นไปได้ ที่จะติดพันไปถึงต้นปีหน้า

"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ
'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'