จี้รัฐวิสาหกิจลงทุนQ1แสนล้านประคองเศรษฐกิจ/ลดอุณหภูมิบาทแข็ง


เพิ่มเพื่อน    

16 ม.ค. 2563 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนากยกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการติดตามเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนรัฐวิสาหกิจ ว่า ได้ขอความร่วมมือจากรัฐวิสาหกิจทุกแห่ง เร่งเดินหน้าการลงทุนให้ได้ตามแผนที่วางไว้ให้เร็วขึ้น ไม่ให้มีการปรับลดเป้าหมายการลงทุน เนื่องจากมองว่าการผลักดันการลงทุนภาครัฐให้เกิดขึ้นได้โดยเร็วจะเป็นตัวนำให้เอกชนเดินหน้าลงทุนตามไปด้วย เพราะหากรัฐลงทุนช้า เอกชนก็จะขาดความเชื่อมั่น และเมื่อการลงทุนเดินหน้าได้ ก็จะทำให้เกิดการนำเข้าวัตถุดิบมากขึ้น ซึ่งจะมีผลให้แนวโน้มค่าเงินบาทของไทยผ่อนคลายได้มากขึ้นด้วย

ทั้งนี้ ตั้งเป้าหมายว่าในไตรมาส 1/2563 หรือไตรมาส 2 ปีงบประมาณ 2563 (ม.ค.-มี.ค. 63) รัฐวิสาหกิจทั้งหมดจะสามารถเบิกจ่ายงบลงทุนได้ที่ 1.1 แสนล้านบาท โดยแบ่งเป็น รัฐวิสาหกิจ 45 แห่ง วงเงิน 4.5 หมื่นล้านบาท และบริษัทในเครือรัฐวิสาหกิจอีก 6.5 หมื่นล้านบาท จาแผนการลงทุนทั้งหมดในปีงบประมาณ 2563 ที่ 3.45 แสนล้านบาท

โดยมองว่าการลงทุนเป็นปัจจัยสำคัญ และเป็นทางออกของประเทศ ไม่เพียงมีผลในการประคองให้เศรษฐกิจไทยเดินหน้า แต่ยังมีผลในการทำให้ค่าเงินบาทอยู่ในภาวะที่เหมาะสม เพราะที่ผ่านมาการลงทุนในประเทศค่อนข้างนิ่งอยู่กับที่ โดยเฉพาะการลงทุนของภาคเอกชน ขณะที่การลงทุนของภาครัฐ จะยังคงเป็นตัวหลักสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

“เศรษฐกิจปีนี้น่าจะประคองตัวได้ ไม่แย่กว่าปีก่อน ดังนั้นจึงไม่จำเป็นที่รัฐวิสาหกิจแต่ละแห่งจะต้องปรับลดเป้าหมายการลงทุนลง แต่อยากจะขอให้เร่งแผนการลงทุนให้เร็วขึ้น คิดโครงการลงทุนใหม่ ๆ ออกมา ซึ่งได้ฝากให้กระทรวงคมนาคม และกระทรวงการคลังไปติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด โดยในส่วนของกระทรวงการคลังขณะนี้กำลังคิดแนวทางในการกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในประเทศมากขึ้น ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กำลังเสนอมาตรการเพื่อผลักดันให้เกิดโครงการลงทุนใหม่ ๆ ในประเทศเพิ่มขึ้น” นายสมคิด กล่าว

นายสมคิด กล่าวอีกว่า รัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายการลงทุนในไตรมาส 2 ของปีงบประมาณ 2563 (ม.ค.-มี.ค. 63) หรือไตรมาส 1 ของปีปฏิทิน 2563 จะมีเม็ดเงินงบประมาณลงสู่ระบบเศรษฐกิจประมาณ 1 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น งบรายจ่ายประจำ จำนวน 7.7 แสนล้านบาท และรายจ่ายลงทุน อีกประมาณ2.2 แสนล้านบาท

นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง กล่าวว่า รัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายให้ปี 2563 เป็นปีแห่งการลงทุน โดยรัฐบาลจะมีมาตรการต่าง ๆ ในการขับเคลื่อนการลงทุนออกมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งจะพยายามติดตามและเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงงทุนทั้งหมดให้เป็นไปตามแผน

“ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ที่มีตัวแทนอยู่ในคณะกรรมการ (บอร์ด) รัฐวิสาหกิจ ติดตามการเบิกจ่ายงบลงทุนอย่างใกล้ชิด ประสานงานในกรณีที่รัฐวิสาหกิจมีข้อติดขัด ให้เร่งรายงาน เพื่อพยายามทำให้เรื่องการเบิกจ่ายงบลงทุนเดินหน้าได้เร็ว ตั้งแต่ต้นทาง โดยไม่ต้องรอ” นายอุตตม กล่าว

นายอุตตม กล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังได้ฝากให้ สคร. เร่งดำเนินการระดมทุนผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ : TFFIF) เฟส 2 เพราะถือเป็นเครื่องมือในการระดมทุนที่ดี โดยให้เร่งดำเนินการโดยเร็วที่สุด โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกับการท่าเรือ ในการพิจารณานำโครงการที่เหมาะสมเข้าระดมทุนผ่านกองทุนรวมดังกล่าว

นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการ สคร. กล่าวว่า นายสมคิดได้มอบนโยบายแก่รัฐวิสาหกิจให้เร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนรัฐวิสาหกิจอย่างต่อเนื่อง โดยให้รัฐวิสาหกิจเร่งเบิกจ่ายให้เร็วขึ้นในส่วนโครงการที่สามารถดำเนินการได้ก่อน (Front - Loaded) รวมถึงให้รัฐวิสาหกิจเร่งเบิกจ่ายโครงการที่มี Import Content หรือการลงทุนในต่างประเทศที่มีมูลค่าสูงด้วย นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกำหนดเป้าหมายให้รัฐวิสาหกิจ 45 แห่ง และบริษัทในเครือให้มีการเบิกจ่ายในไตรมาสที่ 1/2563 (ม.ค.-มี.ค. 2563) ไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท

นายชาญวิทย์ นาคบุรี รองผู้อำนวยการ สคร. กล่าวว่า ในปี 2563 รัฐวิสาหกิจ มีกรอบลงทุนรวมจำนวน 3.45 แสนล้านบาท โดยเป็นกรอบการลงทุนของรัฐวิสาหกิจปีงบประมาณจำนวน 1.99 แสนล้านบาท และรัฐวิสาหกิจปีปฏิทินจำนวน 1.45 แสนล้านบาท โดยมีโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่สำคัญ เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย - จีน โครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง และโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม – มีนบุรี ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) โครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. โครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าบางปะกงของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โครงการพัฒนาระบบส่งและจำหน่ายระยะที่ 1 ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และโครงการแผนปรับปรุงและขยายระบบจำหน่ายพลังไฟฟ้าฉบับที่ 12 ปี 2560 – 2564 ของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.)


ตลาดข่าววันนี้.......ยังคงเซ็งแซ่อยู่กับเรื่องศึกชิงตำแหน่ง "เจ้าสำนัก" พลังประชารัฐ ระหว่างทีมบุ๋น "สมคิด-อุตตม-สนธิรัตน์"กับทีมบู๊ "พลเอกประวิตร-สุริยะ-สมศักดิ์"

พปชร.ที่ 'อยู่เป็น-อยู่ไม่เป็น'
"การเมืองวันที่ไม่มีประยุทธ์"
เมื่อ "ทัวร์ลง" เดือนพฤษภา.
"ความต่างระหว่างคนกับสัตว์"
ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"