ทรัมป์-คิม : เพื่อนซี้หรือซี้ซั้ว?


เพิ่มเพื่อน    

                โดนัลด์ ทรัมป์ พูดเสมอว่า “ซี้” กับคิม จองอึน แห่งเกาหลีเหนือ

                เพราะต้องการสร้างภาพว่าสามารถทำให้ผู้นำของประเทศนี้ยอมมาพบกับเขาสองต่อสองมา 3 ครั้งแล้ว

                ทรัมป์ต้องการสร้างภาพว่าเขาสามารถทำ deal กับคิมได้...เพื่อให้เห็นว่าประธานาธิบดีสหรัฐคนก่อนๆ ไม่มีใครทำได้อย่างเขา

                คิมก็ต้องการจะให้มีภาพว่าเขาเป็นผู้นำเกาหลีเหนือคนแรกที่สามารถทำให้ผู้นำสหรัฐยอมมาพบปะจับมือและแสดงความเป็นมิตรกับเขา

                คิมอาจจะแอบชมตัวเองด้วยซ้ำว่าเขาสามารถทำให้ผู้นำอเมริกันมายืนถ่ายรูปกับเขา โดยมีธงเกาหลีเหนือวางเคียงคู่กับธงสหรัฐ

                เท่ากับว่ามหาอำนาจหมายเลขหนึ่งของโลกยอมรับเกาหลีเหนือเป็นประเทศที่มีศักดิ์ศรีเคียงบ่าเคียงไหล่กันทีเดียว

                แต่ทั้งสองก็ไม่สามารถจะตกลงอะไรกันได้เลยแม้แต่น้อย

                จึงเป็นที่มาของสารแสดงความยินดีวันเกิดจากทรัมป์ถึงคิมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยส่งผ่าน มูน แจอิน ของเกาหลีใต้

                แทนที่จะเป็นโอกาสที่ทรัมป์จะคุยโม้ได้ว่า เขายังสามารถรักษาความเป็น “เพื่อนรัก” ของคิมได้ กลับกลายเป็นว่าคนของคิมออกมาเตือนอย่างไม่ไว้หน้าเลย

                เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเกาหลีใต้ยอมรับว่า รัฐบาลกรุงโซลได้ส่งต่อคำอวยพร Happy Birthday จากทรัมป์ไปให้คิม

                ฝ่ายข่าวกรองสหรัฐเชื่อว่าคิมมีอายุครบ 36 ปี เมื่อวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา

                แต่ต่อมาในวันเสาร์ นายคิม ไกกวาน ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศของเกาหลีเหนือออกมาเย้ยว่ามะกันและเกาหลีใต้คงจะ “ฝัน” ไปว่าคำอวยพรวันเกิดของเขาจะทำคิมยอมกลับคืนสู่โต๊ะเจรจาอีกครั้ง

                เพราะอย่าลืมว่า ถึงวันนี้เกาหลีเหนือก็ยังยิงขีปนาวุธอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ต้นปีเป็นต้นมา ยิงไปแล้ว 13 ลูก

                ไม่มีความเกรงใจทรัมป์แต่อย่างไรเลย

                คนใกล้ชิดกับคิมคนนี้วิพากษ์เกาหลีใต้ว่า “อวดดี” หรืออย่างไร จึงพยายามเข้ายุ่งเกี่ยวกับความสัมพันธ์ส่วนตัวของคิมกับทรัมป์

                ที่ปรึกษาคนนี้บอกว่า แม้คิมจะมีความรู้สึกเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ดีกับทรัมป์ก็ตาม แต่ผู้นำเปียงยางจะไม่หารือเรื่องกิจการของรัฐบนพื้นฐานของความรู้สึกส่วนตัว

                พูดง่ายๆ คือเขากำลังบอกว่า ยังไงๆ คิมก็ยึดถือผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก

                เรื่องความรู้สึกส่วนตัวหรือภาษาดอกไม้ทางการทูตนั้นเป็นคนละเรื่อง

                ที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือ คำตอกย้ำจากที่ปรึกษาโสมแดงคนนี้ที่ประกาศว่า แม้จะต้องเจอกับความยากลำบากทางเศรษฐกิจ เพราะการคว่ำบาตรของสหรัฐเพียงใดก็ตาม เกาหลีเหนือก็จะไม่ยอมยกเลิกขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์ของตนเพื่อแลกกับการยกเลิกมาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจจากสหรัฐ

                หลายเดือนที่ผ่านมานี้ เกาหลีเหนือได้ยกเลิกความร่วมมือในแทบทุกด้านกับเกาหลีใต้ พร้อมกับเรียกร้องให้รัฐบาลกรุงโซลเปลี่ยนจุดยืนที่อยู่เคียงข้างวอชิงตัน หันกลับมาเริ่มโครงการความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่ต้องถูกระงับไปจากมาตรการลงโทษของอเมริกา

                ทรัมป์กับคิมเจอกันที่ฮานอยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทั้งสองก็ไม่อาจจะตกลงอะไรกันได้ในเรื่องการเลิกโครงการนิวเคลียร์ของเปียงยาง

                เกาหลีเหนือจะยอมก็เพียงแค่รื้อถอนอุปกรณ์และโรงงานนิวเคลียร์เก่าที่ยองบอน

                แต่นั่นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของโครงการนิวเคลียร์ทั้งหมดของเกาหลีเหนือเท่านั้น

                คิมทำท่าจะเลิกคาดหวังจากทรัมป์อีก เพราะเขาประกาศว่าไม่คิดว่าทรัมป์จะยอมผ่อนคลายมาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจใดๆ

                ว่าแล้วคิมก็ยืนยันจะเดินหน้าเสริมศักยภาพด้านนิวเคลียร์

                เท่ากับเป็นการตอกย้ำว่าเกาหลีเหนือจะไม่ผูกพันกับเงื่อนไขการระงับการทดลองนิวเคลียร์และจรวดขีปนาวุธพิสัยไกลอีกต่อไป

                ที่ปรึกษาระดับสูงด้านกิจการต่างประเทศของเกาหลีเหนือถึงกับย้ำว่า จะไม่มีการเจรจากับสหรัฐเหมือนที่เวียดนามอีกต่อไป

                เขาบอกว่าเกาหลีเหนือที่ถูกสหรัฐ “หลอกลวง” มาตลอดและเสียเวลากับเรื่องนี้มาถึงปีครึ่งแล้ว

                เงื่อนไขใหม่ของเกาหลีเหนือก็คือการกลับมาเจรจากับสหรัฐอีกครั้งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อวอชิงตันยอมทำตามเงื่อนไขและข้อเรียกร้องของฝ่ายเกาหลีเหนือ “ทั้งหมด” เท่านั้น

                เห็นหรือยังครับว่า “ภาษาดอกไม้ทางการทูต” หรือการจับมือถือแขนเพื่อถ่ายรูปในการ “ประชุมสุดยอด” แบบของทรัมป์นั้นไม่เกี่ยวอะไรกับเนื้อหาสาระและความตั้งใจที่จะแก้ปัญหาใหญ่ๆ แต่ประการใดทั้งสิ้น

                ปาหี่ก็คือปาหี่ครับ. 


สนใจกันทำไม.....?กับแถลงการณ์เนื้อหาบ่งบอก "คนถ่อย-คนเถื่อน" เขียน ถ้าระดับ "ตัวแทนประเทศ" เขียนแถลงการณ์นั้น.......

จบที่ 'ไม่ยอมจบ' ของทอน
ภาวะโลก "Covid-19" เซตซีโร
'บทบาท กมธ.ที่น่าทบทวน'
เรื่องกฎหมาย 'สไตล์ปิยบุตร'
พงศกร 'สะท้อนภาพ' ธนาธร
จะเอาให้ 'เผาศาล' กันใช่มั้ย?