เหลือเชื่อ‘เหลิม’เกรงปปช.


เพิ่มเพื่อน    

  “เหลิม” ย้ำแหวนแม่นาฬิกาเพื่อนจบไปแล้ว นำขึ้นมาอภิปรายเกรงจะถูก ป.ป.ช.ฟ้อง “อนุดิษฐ์” ปัดร่วมรัฐบาลเพราะเป็นการทรยศประชาชน

    รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า ความคืบหน้าการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลในรัฐบาลประยุทธ์ ขณะนี้มี 5 รัฐมนตรีจะถูกพรรคเพื่อไทยยื่นอภิปรายแน่นอน ประกอบด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ นายวิษณุ เครืองาม  รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ 
    มีรายงานว่าในการประชุมพรรคเพื่อไทยเมื่อ 14 ม.ค.ได้มี ส.ส.ลุกขึ้นสอบถามความชัดเจนจาก แกนนำพรรคเพื่อไทยว่า เหตุใดการอภิปรายครั้งนี้ ส.ส.ถึงยังไม่รู้เลยว่าจะอภิปรายรัฐมนตรีคนใด เรื่องอะไรบ้าง ซึ่งผิดปกติต่อการอภิปรายมาก 
    แกนนำพรรคที่อยู่ในห้องประชุมชี้แจงกลับมาเพียงว่า "ที่ยังไม่แจ้งเพราะว่ากลัวข้อมูลรั่วไหลออกไป แต่ได้มีการเตรียมความพร้อมไว้มากแล้ว"
    แหล่งข่าวเผยว่า ส.ส.หลายคนแจ้งความจำนงขอยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เพราะมีข้อมูลหลักฐานที่มากพอเกี่ยวข้องกับการล็อกสเปกให้บริษัทประชาสัมพันธ์แห่งหนึ่งที่เป็นคนใกล้ชิด มีการสั่งการไปยังหน่วยงานต่างๆ 
    อีกทั้งมี ส.ส.อีกบางส่วนได้ตั้งข้อสังเกตว่า การอภิปรายครั้งนี้ไม่ควรจะมุ่งเน้นไปที่รัฐมนตรีในส่วนของพรรคพลังประชารัฐเพียงอย่างเดียว ควรจะพุ่งเป้าไปที่รัฐมนตรีจากพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ที่มีกระแสข่าวทางลบออกมามากและมีข้อมูลในทางลึก จึงอยากให้ถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย  
    แหล่งข่าวเผยว่าแม้จะมีการเสนอความเห็นจาก ส.ส.ให้ใส่ชื่อรัฐมนตรีทั้ง 2 คนเข้าไปเพิ่มเติม ได้เข้าไปพูดคุยนอกรอบกับแกนนำพรรคบางคน แต่ไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนกลับมา ทำให้ ส.ส.รู้สึกผิดหวังเนื่องจากเข้าใกล้เวลาที่จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว และกลัวว่าท้ายที่สุดทั้ง พล.อ.ประวิตรและนายศักดิ์สยามจะไม่มีชื่อถูกอภิปรายในที่สุด 
    ทำให้ ส.ส.ได้จับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ถึงสิ่งที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย เคยโพสต์เฟซบุ๊กไว้ และยังไล่เช็กข่าวถึงที่มาที่ไปจนทราบว่า 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา  รัฐมนตรีบางคนในพรรคพลังประชารัฐและพรรคร่วมรัฐบาลที่เคยมีชื่อจะถูกอภิปราย พยายามต่อสายมาถึงแกนนำพรรคเพื่อไทยที่รู้จักสนิทสนม ต่างฝ่ายต่างส่งตัวแทนไปพูดคุย มีการยื่นหลักประกันไว้เบื้องต้น 
    เช่นได้ให้โครงการรับเหมาก่อสร้างมูลค่าสูงถึง 900 ล้านบาท ผ่านคนสนิทแกนนำพรรคเพื่อไทยคนหนึ่งเพื่อเป็นการซื้อใจ พร้อมกับฝากย้ำมาด้วยว่าเพื่อรักษาแนวร่วม ขณะที่อีกรายได้รับปาก ตำแหน่งหน้าที่การงานสูงขึ้นดีขึ้น ให้แก่เครือญาติแกนนำพรรคเพื่อไทยอีกคนหนึ่งเช่นกัน แลกกับการไม่ถูกอภิปรายไว้วางใจ
    นอกจากนี้ ยังมีนักเจรจาคนหนึ่งเป็นตัวกลางประสานงานมายังพรรคเพื่อไทย เพื่อทำให้ข้อมูลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจอันเกี่ยวพันไปถึงบริษัทนายทุนยักษ์ใหญ่คนหนึ่งมีน้ำหนักเบาลง
'สมพงษ์' ปัดร่วมรัฐบาล
    นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ปฏิเสธว่าไม่ทราบว่าบุคคลในกระแสข่าวเป็นใครในพรรคเพื่อไทย ไม่เคยได้ยินเรื่องดังกล่าวมาก่อน เพิ่งเห็นจากหน้าหนังสือพิมพ์เท่านั้น ตนกับนายศักดิ์สยามไม่เคยพูดคุยอะไรกันเป็นการส่วนตัว หรือผ่านตัวแทนก็ไม่มี ที่ผ่านมาก็ทักทายกันปกติเฉพาะเวลามาร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้ถามถึงสารทุกข์สุกดิบของนายชัย ชิดชอบ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย บิดาของนายศักดิ์สยาม ซึ่งทราบว่ามีอาการป่วยอยู่ โดยยังบอกด้วยว่าจะหาโอกาสไปเยี่ยมนายชัยบ้าง แต่ก็ยังไม่มีโอกาสได้ไป
         สำหรับข้อสังเกตที่ว่า ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคร่วมฝ่ายค้านจะไม่มีชื่อนายศักดิ์สยาม ทั้งที่หลายโครงการของกระทรวงคมนาคมมีความไม่ชอบมาพากล นายสมพงษ์กล่าวว่า เรื่องญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุป ทั้งในส่วนพรรคเพื่อไทยที่มีการทำงาน 2 ส่วน คือคณะกรรมการกิจการพิเศษที่มี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นประธาน และในส่วนของที่ประชุมพรรค ก่อนจะนำมาพิจารณาร่วมกันเพื่อออกมาเป็นข้อยุติของพรรคต่อไป หากใครมีข้อมูลที่จะอภิปรายรัฐมนตรีคนไหน  แล้วมีน้ำหนักเหตุผลเพียงพอก็สามารถเสนอเข้ามาได้ 
    เขากล่าวว่า เมื่อพรรคเพื่อไทยได้ข้อยุติก็จะนำไปพูดคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นๆ ซึ่งนัดหมายกันในช่วงสัปดาห์หน้า ก่อนจะออกเป็นมติของพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อยื่นญัตติต่อสภาต่อไป ส่วนกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าจะมีคนนั้นคนนี้เป็นเพียงการคาดคะเนไปเองเท่านั้น เพราะทั้งกรรมการชุด ร.ต.อ.เฉลิมและของพรรคเพื่อไทยเองยังไม่มีข้อยุติใดๆ ออกมา
    "ข้อยุติเรื่องญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจว่าจะอภิปรายรัฐมนตรีคนไหนบ้าง ไม่ใช่เรื่องที่พรรคเพื่อไทยจะไปชี้นำหรือจำกัดไม่เอาคนนั้นคนนี้ได้ เราต้องรอฟังความเห็นของฝ่ายค้านทุกพรรค คนไหนพรรคเพื่อไทยไม่เสนอ พรรคร่วมฝ่ายค้านก็เสนอเข้ามาได้ ถ้ามีข้อมูลหลักฐานมีน้ำหนักเพียงพอ ก็นำมาบรรจุเข้าญัตติโดยความเห็นร่วมกันได้ ยืนยันว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ไม่มีการซูเอี๋ยหรือล้มมวย แล้วยังจะมีทีเด็ดที่จะมีผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในรัฐบาลไม่มากก็น้อย" นายสมพงษ์ระบุ
    หัวหน้าพรรคเพื่อไทยยังกล่าวถึงกระแสข่าว พรรคพลังประชารัฐมีแนวคิดจะดึงพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมรัฐบาลว่า ส่วนตัวก็ไม่มีความคิดในเรื่องนี้ และไม่มีการพูดคุยกันแต่อย่างใด จะมีก็แต่กลุ่มเพื่อน ส .ส.ที่คุ้นเคยกัน คบหามานาน 20-30 ปี เช่น นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล ที่มักหยอกล้อกระเซ้าเย้าแหย่ว่ามาอยู่ด้วยกันหรือเปล่าเท่านั้น
     ด้าน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวล็อบบี้ต่อรองเพื่อไม่ให้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีบางคนว่า คณะกรรมการกิจการพิเศษได้มีการสรุปรายชื่อแล้วว่าจะอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ และ  พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ไม่มีการล็อบบี้ต่อรองอะไรทั้งสิ้น ใครปล่อยข่าวเลอะเทอะ และก็ไม่เห็นใครอึดอัด เพราะไม่เห็นใครมาประชุมเลย 
'เหลิม' กลัว ป.ป.ช.ฟ้อง
     "ย้ำไปแล้วว่าสาเหตุที่ไม่อภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประวิตร เพราะ ป.ป.ช.ตัดสินไปแล้วเรื่องแหวนแม่นาฬิกาเพื่อน และส่วนตัวไม่มีข้อมูลหลักฐานเรื่องอื่นใดที่จะอภิปราย พล.อ.ประวิตร แต่หากว่าใครมีข้อมูลใหม่ ใครอยากอภิปราย ก็ไม่เคยปิดกั้นขัดขวาง ทั้งคนในพรรคหรือพรรคร่วมฝ่ายค้าน แต่ผมไม่เสนอเพราะถ้าถูก ป.ป.ช.ฟ้องข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงานแล้วจะเสียชื่อ เสียหายไปด้วย"
    ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ตอนนี้คณะกรรมการกิจการพิเศษเพียงแค่สรุปเบื้องต้นแล้วส่งเรื่องให้หัวหน้าพรรคเพื่อไทยพิจารณาร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาล ดังนั้นถ้าใครจะเสนอชื่อคนอื่นเพิ่มเติมก็เป็นสิทธิ์ พรรคอนาคตใหม่ พรรคเสรีรวมไทย หรือแม้แต่คนในพรรคเพื่อไทย อยากจะพูดถึงใคร อภิปรายใครก็เสนอชื่อกันไปเลย
    นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีมีข้อมูลการอภิปรายไม่ไว้วางใจในส่วนของ พล.อ.ประวิตรว่า วันจันทร์ที่ 20 ม.ค.จะมีการประชุมระหว่างคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทยกับทีมอภิปรายของพรรคที่นำโดย น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรค และนายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน โดยตนจะนำรายละเอียดเส้นทางหลักฐานการเงินที่เกี่ยวข้องกับการล็อกสเปกจัดซื้อจัดจ้างการทำโฆษณาของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และส่วนราชการเกี่ยวกับความมั่นคง ซึ่งสามารถโยงไปถึง 3 ป.ได้อย่างแน่นอน ถ้าไม่มีการอภิปราย พล.อ.ประวิตร พรรคก็ต้องบอกเหตุผลว่าเป็นเพราะอะไรกันแน่ เพราะจากข้อมูลของตนถึงอย่างไรก็ต้องอภิปราย พล.อ.ประวิตรอย่างแน่นอน
    ขณะที่ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีมีกระแสข่าวการประสานงานระหว่างพรรคพลังประชารัฐกับพรรคเพื่อไทย เพื่อให้พรรคเพื่อไทยเข้าร่วมรัฐบาลว่า กระแสข่าวดังกล่าวไม่ทราบว่าผู้ปล่อยข่าวมีวัตถุประสงค์อะไร ในฐานะเลขาธิการพรรคขอปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง ตนและกรรมการบริหารพรรคคนอื่นๆ ทุกคนไม่เคยพูดคุยหรือหารือในประเด็นนี้กับซีกรัฐบาลอย่างแน่นอน พรรคเพื่อไทยได้รับเลือกตั้งจนได้ ส.ส.มากที่สุดในสภา เพราะเรายืนยันเจตนารมณ์และอุดมการณ์ของเราในการหาเสียงอย่างมั่นคงว่าจะไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นอันขาด 
    "หากพรรคเพื่อไทยจะไปเจรจาร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ก็เท่ากับว่าเราทรยศต่อพี่น้องประชาชน และส่วนตัวมองว่าการปล่อยข่าวออกมาในช่วงที่จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ คงหวังผลในการทำลายน้ำหนักการตรวจสอบของพรรคเพื่อไทย"
        เมื่อถามถึงความคืบหน้าการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล น.อ.อนุดิษฐ์ชี้แจงว่า จากการหารือร่วมกันกับพรรคร่วมฝ่ายค้านทั้ง 7 พรรค เชื่อว่าเราคงจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อประธานสภาในสัปดาห์หน้า โดยผู้ที่จะถูกอภิปรายในส่วนของพรรคเพื่อไทยคือรัฐมนตรี 5 คนที่มีการเปิดเผยรายชื่อก่อนหน้านี้  อย่างไรก็ตามยังไม่ปิดกล่องรายชื่อเพราะข้อมูลสำคัญทั้งหลายต่างหลั่งไหลเข้ามาที่พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้านอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นหาก ส.ส.พรรคใดก็ตามมีความประสงค์จะเพิ่มเติมและตรวจสอบแล้วข้อมูลและหลักฐานครบถ้วนสามารถแจ้งเข้ามาเพื่อเติมรายชื่อ
'บิ๊กตู่' ไม่เคยกลัว
    นายภูมิธรรม เวชยชัย รองประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษ ให้สัมภาษณ์กรณีมีกระแสข่าวแกนนำรัฐบาลประสานงานแกนนำเพื่อไทยเพื่อไม่ให้อภิปรายรัฐมนตรีบางคนว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง ไม่เคยได้ยินเรื่องดังกล่าว ช่วงนี้อยู่ในช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจ แล้วมีการปล่อยข่าวลักษณะนี้ออกมาเพื่อให้เกิดความสับสน ให้ฝ่ายค้านเสียหายทั้งที่เป็นข่าวเลื่อนลอยไม่มีหลักฐานข้อมูลรองรับ จึงอยากให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับข่าวสาร วันนี้ยังไม่ไปถึงขั้นว่าจะอภิปรายใครไม่อภิปรายใคร เพราะสัปดาห์หน้าจะหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน ดังนั้นเราจึงต้องมาดูว่ารัฐบาลและรัฐมนตรีมีเรื่องอะไรบ้างที่มีปัญหา เข้าใจว่ามีหลายเรื่องจึงขอให้ประชาชนช่วยกันส่งข้อมูลมาให้ฝ่ายค้านด้วย เพราะการตรวจสอบการทำหน้าที่ของรัฐบาลเป็นเรื่องที่ประชาชนต้องเข้ามามีส่วนร่วมด้วย
     นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยระบุ พล.อ.ประยุทธ์แสดงความหวาดกลัวการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวอะไรกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ไม่มีจิตตกเพราะไม่ได้ทำอะไรผิด ท่านบริหารงานด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ทำงานตรงไปตรงมา ยึดประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก ดังนั้น รัฐบาลพร้อมที่จะชี้แจงฝ่ายค้านทุกเรื่อง ไม่เหมือนรัฐบาลในอดีตที่เกิดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันมากมายจนมีอดีตรัฐมนตรีต้องติดคุกมาแล้ว ซึ่งเบื้องต้นพอจะทราบข้อมูลมาบ้างแล้ว และเชื่อว่าฝ่ายค้านยุคใหม่จะอภิปรายอย่างสร้างสรรค์ เพราะไม่เช่นนั้นพี่น้องประชาชนจะเบื่อหน่าย
    เขากล่าวว่า หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะมีการปรับคณะรัฐมนตรีหรือไม่นั้น คงไม่มีใครทราบ ซึ่งตนเชื่อว่าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลเดินมาถูกทางแล้ว แต่เพราะผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกทำให้ประเทศได้รับผลกระทบด้วย แต่รัฐบาลก็ดำเนินนโยบายต่างๆ และออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลายเรื่องเพื่อพยุง ซึ่งมีหลายมาตรการที่ประชาชนชื่นชอบมาก เช่น ชิม ช้อป ใช้ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม กรณีที่นพ.ชลน่านระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่สามารถทำให้ประชาชนเกิดความรักความศรัทธาได้นั้น คงเป็นมุมมองทางการเมืองที่เห็นฝ่ายตรงข้ามทำอะไรก็ผิดไปหมด เพราะวันนี้เชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศรักและศรัทธา พล.อ.ประยุทธ์ เพราะที่ผ่านมาท่านทำประโยชน์ให้ประเทศชาติและประชาชนมากมาย ตนเข้าใจหัวอกของฝ่ายค้านดี และชื่นชมฝ่ายค้านอย่างพรรคเพื่อไทย ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลตามกลไกรัฐสภา
เป็น 'ศิริวิไลซ์' แห่งประเทศ 
    นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา เปิดเผยว่า สถานการณ์ทางการเมืองขณะนี้เข้าสู่ภาวะความเข้มข้นขึ้นตามลำดับ ปรากฏการณ์หลายอย่างประเดประดังเข้ามา นำมาซึ่งการวิเคราะห์วิจารณ์จากหลายฝ่าย ตนเห็นว่าในแง่อิทธิพลของดาวมฤตยูทับดวงเมือง และดาวอังคารอยู่ในเรือนมรณะ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของบ้านเมือง ไม่ว่าจะเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ใกล้ความเป็นจริงเข้ามาแล้ว เพราะดวงเมืองถึงคราวที่จะต้องเปลี่ยนแปลงใหญ่
       "สิ่งที่ไม่เคยเห็นก็จะได้เห็น สิ่งที่ไม่เคยเป็นก็จะได้เป็น นำมาซึ่งความสงบร่มเย็นเป็นสุขของปวงประชา ทั้งเกิดการปรองดองสมานฉันท์ อิทธิพลของดาวบนฟ้าที่แผ่ไพศาลนำสู่ยุคสมัย เป็นศิริวิไลซ์แห่งประเทศ ใกล้ความเป็นจริงเข้ามาแล้ว"
       นายวันชัยกล่าวอีกว่า ปฏิทินการเมืองที่ปรากฏคู่ขนานกับการเมืองที่กำลังจะเกิดขึ้นเป็นสิ่งที่มิอาจมองข้าม ทั้งการเมืองและดวงดาวช่างสอดรับกันเหลือเกิน สิ่งที่จะเกิดขึ้นนี้คาดไม่ถึงจริงๆ ขอให้จับตาดูกันไปชนิดอย่าได้กะพริบตา
    นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ
 แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการทีวีกรณีแกนนำพรรคลาออกเป็นเพราะมีเคราะห์กรรมจากปางก่อน และแช่งให้เลือดไหลไม่หยุดว่า นายณัฐวุฒิเป็นนักการเมืองที่ท้าทายสิ่งที่มองไม่เห็นมากที่สุดคนหนึ่ง แต่ที่นายณัฐวุฒิต้องทำอย่างนี้เพราะพยายามหนีสิ่งที่หนีไม่พ้น คือเคราะห์กรรมที่กำลังไล่ล่าจากการที่นายณัฐวุฒิสร้างความวุ่นวายให้บ้านเมืองในช่วงปี 2552-2553 ทั้งนี้คนที่หลงคำพูดจากคำยุยงของนายณัฐวุฒิและชดใช้กรรมอยู่ในเวลานี้ คงสมเพชเวทนาที่นายณัฐวุฒิพยายามหนีกรรมที่ก่อเอาไว้ และยังเดินหน้าพูดจาสร้างความแตกแยกไม่หยุด ทั้งที่เวลานี้หลายฝ่ายต่างพยายามที่จะสร้างความร่วมมือเพื่อแก้ปัญหาให้บ้านเมือง และถ้าจำกันได้กรณีการปราศรัยในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่สวนลุมพินีเมื่อปี 2556 ที่นายณัฐวุฒิท้าทายสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของบ้านเมืองนั้น ผลเป็นอย่างไรก็เป็นที่ทราบกันดีแล้ว
    "ผมเห็นว่ากรณีแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ทยอยลาออกไปนั้น ก็เป็นเรื่องปกติของพรรคการเมืองที่มีคนเข้าคนออกเป็นธรรมดา และคนที่เหลือในพรรคก็ต้องเดินหน้านำพาพรรคฝ่ามรสุมและปัญหาไปให้ได้ แต่ผมสงสัยว่าทำไมเส้นทางการเมืองของนายณัฐวุฒิ จากคนธรรมดาที่อยู่พรรคชาติพัฒนาเมื่อการเลือกตั้งปี 2544 กลายมาเป็นคนที่ไปตามคำสั่งเจ้านายตั้งแต่ปี 2548 จนถึงปัจจุบัน อีกทั้งการที่นายณัฐวุฒิย้ายไปพรรคไทยรักษาชาติ แสดงว่านายณัฐวุฒิไม่ได้รักพรรคเพื่อไทยอย่างแท้จริง เพียงแค่ต้องการตำแหน่ง ส.ส.เพื่อหนีสิ่งที่ไม่มีทางหนีพ้น นายณัฐวุฒิควรเอาเวลาที่พูดจาถากถางคนอื่นและท้าทายสิ่งที่มองไม่เห็น ไปทุ่มเทเวลาในการดูแลมวลชนที่นายณัฐวุฒิได้ยุยงให้กระทำความผิดแทนจะดีกว่า" นายชัยชนะกล่าว.
 


ปิยบุตร...... บ่อยครั้งนะ ที่เจ้าเลอะเลือน และเหลี่ยมเล่ห์ ศุกร์ ๒๑ กุมภา ศาลฯ จะวินิจฉัยคดีพรรคกู้เงิน พวกเจ้าก็พล่านจนหัวก่าย ถ้ามีหางก็คงพันกัน

พงศกร 'สะท้อนภาพ' ธนาธร
จะเอาให้ 'เผาศาล' กันใช่มั้ย?
จำเลย 'สารภาพ' แต่ดิ้นโชว์
"ออมสิน" ในปริศนา "เสี่ยสั่ง"
เรือสำราญ 'อย่าเป็นม้าอารี'
อย่าหลง 'รบอยู่กับคลื่น'