หญิงอายุมากตั้งครรภ์แท้งลูกซ้ำ/มีโอกาสได้ลูกเป็นเเด็กดาวน์ฯ


เพิ่มเพื่อน    

 

21มี.ค.-กรมสุขภาพจิตเผยไทยมี“เด็กดาวน์”เกิดใหม่ปีละ800 คน/ปีลดจากเมื่อก่อนปีละ1,000 คน ชี้หญิงตั้งครรภ์อายุมาก และหญิงที่ แท้งลูกบ่อยๆ  มีโอกาสเสี่ยงสูง

     ที่สถาบันราชานุกูล กทม. นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง  ไตรเรืองวรวัฒน์  อธิบดีกรมสุขภาพจิต เป็นประธานเปิดกิจกรรมเนื่องในวันดาวน์ซินโดรมโลก ซึ่งตรงกับวันที่ 21 มี.ค. ทุกปี  ในปีนี้เน้นในหัวข้อ “ดาวน์ดวงนี้ที่สร้างได้”  โดยนาวาอากาศตรีนพ.บุญเรือง  กล่าวว่า กลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม  เป็นโรคทางพันธุกรรมไม่มียารักษา  สาเหตุเกิดจากความผิดปกติของโครโมโซมคู่ที่ 21 ทั่วโลกพบในเด็กเกิดใหม่ประมาณ 1 ต่อ 1,000 คน  กว่าร้อยละ 80 เกิดจากแม่อายุ 35 ปีขึ้นไป   ส่วนไทยมีหญิงให้กำเนิดลูกที่เป็นกลุ่มอาการดาวน์ปีละ 800-1,000  คน จากหญิงคลอดที่มีปีละประมาณ 800,000 คน คาดขณะนี้จะมีคนไทยอยู่ในกลุ่มอาการดาวน์ 70,000-80,000 คนทั่วประเทศ และจัดอยู่ใน1 ใน 8 ประเภทของผู้พิการไทย  ทั้งนี้ หัวใจหลักของการดูแลจะเน้นที่การส่งเสริมพัฒนาการเพื่อให้เด็กช่วยเหลือตนเองได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข   โดยเด็กสามารถมีพัฒนาการดีขึ้นได้ หากพ่อแม่กระตุ้นตั้งแต่ภายในขวบปีแรกและต่อเนื่องจนถึงอายุ 5 ขวบ 


    ทางด้าน พญ. มธุรดา  สุวรรณโพธิ์ ผอ.สถาบันราชานุกูล กล่าวว่า เด็กดาวน์ซินโดรม จะมีพัฒนาการล่าช้ากว่าเด็กปกติประมาณ 2 ปี ซึ่งเด็กกลุ่มนี้สามารถพัฒนาศักยภาพไปได้เรื่อยๆ และสามารถไปโรงเรียนได้ บางคนสามารถเรียนจบในระดับปริญญาตรี ซึ่งต้องได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครอง  โดยส่วนมากจะเกิดจากคุณแม่ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป หรือคุณแม่ที่มีภาวะแท้งคุกคาม คือมีการแท้งบุตรติดต่อกัน 2 ครั้งขึ้นไป โดยมักเกิดในคุณแม่อายุ 40 ปีขึ้นไป แต่อย่างไรก็ตาม พบว่ามีเด็กดาวน์ซินโดรมที่เกิดจากคุณแม่ในวัยเจริญพันธุ์ได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม นอกจากสติปัญญาบกพร่องที่เกิดจากพันธุกรรมแล้ว ยังพบว่ามีปัจจัยภายนอกที่ทำให้ระดับสติปัญญาถดถอยลงไปอีก เช่น สังคมไทยเป็นสังคมเกษตรกรรมการที่แม่บางคนมีการสัมผัสสารพิษอยู่เรื่อยๆก็จะทำให้เด็กที่มีสติปัญญาบกพร่องอยู่แล้วมีสติปัญญาถดถอยลงไปอีก


    ทั้งนี้ นอกจากพันธุกรรมแล้ว สิ่งสำคัญที่ทำให้เด็กเกิดมาเป็นดาวน์ซินโดรมเรื่องอายุก็เป็นส่วนสำคัญ โดยในหญิงทั่วไป จะมีโอกาส 1 ใน 1,000 คน หากมีพันธุกรรมมีโอกาสเกิด 1 ใน 500 คน และหญิงอายุ 40 ปีขึ้นไป มีโอกาส 1 ใน 100 คน ดังนั้น ยิ่งคุณแม่มีอายุมากและมีพันธุกรรมด้วยก็จะมีเสี่ยงมากไปอีก ซึ่งคุณแม่ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปหรือมีประวัติครอบครัว หรือมีประวัติการแท้งคุกคาม สามารถมาตรวจเลือดดูพันธุกรรมได้ว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคหรือไม่ ซึ่งจะมีการแสดงตัวโคโมโซม หรือดีเอ็นเอให้เห็นว่าน้องมีความผิดปกติหรือไม่ ดังนั้นขอแนะนำว่าเมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์ตั้งแต่ 3 เดือนแรกให้มาพบแพทย์หากแพทย์   หากพบผิดปกติสามารถเลือกจะให้น้องอยู่ต่อ หรือทำแท้งได้ตามกฎหมาย  แต่โดยส่วนมากแล้วคุณพ่อคุณแม่มักจะเลือกให้น้องอยู่ต่อเพราะเกิดความผูกพันธ์ไปแล้ว ซึ่งเด็กดาวน์ซินโดรมเองเป็นเด็กที่มีความน่ารักในตัวสามารถพัฒนาได้ เพราะไม่ได้มีความบกพร่องมาก จะมีความบกพร่องในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง ส่วนในอนาคตมีแนวโน้มว่าจะลดลงเรื่อยๆ จาก 1,000 คนต่อปี ขณะนี้พบว่าเหลือ 800 คนต่อปี ซึ่งอาจมีผลจากการที่เด็กเกิดน้อยลง และการที่รัฐบาลให้ความสำคัญในการส่งเสริมการเกิดอย่างมีคุณภาพด้วย


    ด้านการรักษาจะเน้นกระตุ้นพัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็กให้สามารถทำงานได้ การพูด การเข้าสังคม และการให้การศึกษา  ส่วนการให้ยาจะไม่ใช่ยารักษาอาการดาวน์ซินโดรม  แต่จะเป็นยาที่รักษาบางอาการ เช่นจะใช้ในกรณีควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้  ยกตัวอย่าง เด็กที่ถูกทอดทิ้งจะมีภาวะซึมเศร้าได้มากกว่าเด็กปกติก็จะมียาคลายเศร้าให้ หรือ เด็กบางคนมีความพิการซ้ำซ้อน มีลมชักร่วมด้วยก็จะมียากันชักให้  ทั้งนี้ปัจจุบันสถาบันฯ มีการดูแลเด็กกลุ่มดังกล่าวประมาณ 8,000 คน  สำหรับกลุ่มเด็กอาการดาวน์ที่ไม่สามารถเข้าสู่ระบบการศึกษาได้ตั้งแต่วัยก่อนเรียน สถาบันฯได้จัดโปรแกรมฟื้นฟูทางการศึกษาในช่วงอายุ 6 ปีขึ้นไป  แล้วส่งต่อให้สมาคมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทยส่งเสริมให้ได้ทำงานในสถานประกอบการทั้งภาครัฐและเอกชนในปี 2561 นี้  ได้รับการจ้างงาน 1,039 อัตรา เพิ่มจากปี 2559 ที่มี 654 อัตรา.


ทะลุ "หลักพัน" แล้วนะครับ สถิติใหม่ล่าสุด "ยอดติดเชื้อโควิด" รายวันของไทย ณ วันที่ ๑๔ เมษายน ๒๕๖๔ แต่ไม่ต้องตกอก-ตกใจ

โควิด 'พาคิดไม่รู้จบ'
'มหาสงกรานต์' คืออะไร?
หมอ 'สงกรานต์' หมอ
"สัตว์เศรษฐกิจ" ตัวใหม่
ฤๅ "ฟ้าใส" จะล่มรัฐบาล?
'ศิษย์-อาจารย์' ในวันจักรี