เชฟรอนลั่นพร้อมประมูลแหล่งเอราวัณ


เพิ่มเพื่อน    

เชฟรอนประกาศพร้อมร่วมประมูลแหล่งก๊าซเอราวัณใช้ทั้งความรู้จากการเป็นผู้ดำเนินการและความเชี่ยวชาญทั่วโลกมาดำเนินการ   คาดว่าจะเริ่มประกาศเชิญชวนในเดือน เม.ย. และเซ็นสัญญากับผู้ชนะการประมูลได้ภายในเดือน ก.พ.2562.


22 มี.ค. 61 -รายงานข่าวจาก บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด แจ้งว่า นายเจย์ จอห์นสัน รองประธานบริหารธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม บริษัท เชฟรอนคอร์ปอเรชั่น ได้เดินทางเยือนแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติเอราวัณของเชฟรอนในอ่าวไทย เพื่อเยี่ยมชมการดำเนินงาน และการเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ ก่อนที่การเปิดประมูลแหล่งสัมปทานปิโตรเลียมที่กำลังจะหมดอายุจะเริ่มขึ้น

นายเจย์  จอห์นสัน กล่าวว่า แหล่งเอราวัณเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติเชิงพาณิชย์แห่งแรกของประเทศไทย ที่นับเป็นประจักษ์พยานความสำเร็จของความร่วมมือระหว่างเชฟรอนและประเทศไทยที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน  และเชฟรอนเป็นพันธมิตรสนับสนุนความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศไทยมากว่า 55 ปี สามารถจัดหาพลังงานด้วยความปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และเชื่อถือได้ให้กับประเทศตลอดมา ด้วยบุคลากรชาวไทยที่มีทักษะความรู้ความเชี่ยวชาญ ตลอดจนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างไม่หยุดยั้ง

ทั้งนี้ นายเจย์ จอห์นสัน กล่าวว่า  ได้กล่าวถึงการเปิดประมูลแหล่งสัมปทานปิโตรเลียมที่กำลังจะเกิดขึ้น ว่า เชฟรอนพร้อมเข้าร่วมการประมูล และเชื่อมั่นว่านี่เป็นโอกาสอันดีที่เชฟรอนจะได้แสดงให้คนไทยเห็นว่า เราคือพันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจและมีความพร้อมในการจัดหาพลังงานให้กับประเทศอย่างต่อเนื่องต่อไปในอนาคต ดังเช่นที่ผ่านมา

“ ก๊าซธรรมชาติจากแหล่งเอราวัณมีส่วนสำคัญในการช่วยลดการนำเข้าพลังงาน ช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ และแม้ว่าในขณะนี้การผลิตก๊าซจากแหล่งเอราวัณจะทวีความท้าทายมากขึ้นจากการดำเนินการมาอย่างยาวนานและสำรองปิโตรเลียมที่ลดน้อยลง แต่เชฟรอนก็เชื่อมั่นว่าจะสามารถจัดการกับความท้าทายนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราไม่เพียงสั่งสมองค์ความรู้และประสบการณ์จากการปฏิบัติงานในอ่าวไทยมาอย่างยาวนาน แต่ยังมีเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมทั้งแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดจากการดำเนินงานทั่วโลกอีกด้วย”นายเจย์  จอห์นสันกล่าว

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ประ ชุมคณะกรรมการนโยบายพลัง งานแห่งชาติ (กพช.) ที่มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้รับทราบหลักการการบริหารจัดการแหล่งก๊าซธรรมชาติเอราวัณและบงกชที่สัมปทานจะสิ้นอายุในปี 2565-2666 เข้าตามหลักเกณฑ์การใช้สัญญาแบ่งปันผลผลิตในการบริหารจัดการหลังจากสัมปทานปัจจุบันสิ้นอายุลง

นอกจากนี้ ยังรับทราบหลักการข้อเสนอของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติในการกำหนดเงื่อนไขที่ให้ผู้รับสัมปทานรายเดิมชำระค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนสิ่งติดตั้งที่จะส่งมอบให้รัฐตามสัญญาสัมปทานตามสัดส่วนของทรัพยากรปิโตรเลียมที่ได้ผลิตไปแล้ว และที่คงเหลือหลังการส่งมอบ

และยังระบุให้แหล่งเอรา วัณตามสัญญาสัมปทาน เลขที่ 1/2515/5 และเลขที่ 2/2515/6 ซึ่งจะสิ้นอายุสัมปทานวันที่ 23 เม.ย.2565 รวมเป็นแปลงสำรวจและผลิตปิโตรเลียมที่จะบริหารภายใต้สัญญาแบ่งปันผลผลิต 1 สัญญา (แปลง G1/61) และให้เสนอปริมาณการผลิตขั้นต่ำที่ 800 ล้านลูกบาศก์ (ลบ.) ฟุตต่อวัน ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 10 ปี

ส่วนงบการประมูลแหล่งบงกชตามสัญญาสัมปทาน เลขที่ 5/2515/9 ซึ่งจะสิ้นอายุสัมปทานวันที่ 23 เม.ย.2565 และสัญญาสัมปทาน เลขที่ 3/2515/7 ซึ่งจะสิ้นอายุสัมปทานวันที่ 7 มี.ค.2566 รวมเป็นแปลงสำรวจและ ผลิตปิโตรเลียมที่จะบริหารภายใต้สัญญาแบ่งปันผลผลิต 1 สัญญา (แปลง G2/61) และให้เสนอปริ มาณการผลิตขั้นต่ำที่ 700 ล้าน ลบ.ฟุตต่อวัน ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 10 ปี

อย่างไรก็ตาม ผู้เข้าร่วมประมูลเสนอสัดส่วนการแบ่งกำไรให้แก่รัฐ ซึ่งจะต้องไม่ต่ำกว่า 50% คาดว่าจะเริ่มประกาศเชิญชวนในเดือน เม.ย. และคาดว่าจะสามารถลงนามสัญญากับผู้ชนะการประมูลได้ภายในเดือน ก.พ.2562.


สนุกเขาละ "กทม.กับสาธารณสุข" จับชาวบ้านที่ "รอเงก" เป็นเดิมพัน แล้ว "ยักเงี่ยงใส่กัน" ด้วยปัญหาวัคซีน "ขาดตอน"!

ยอมให้ด่า "เพื่ออนาคต"
๗ ปี"ไล่นายกฯ"อย่างเดียว
"วิจัย-พัฒนา"ถึง"หมากัด"
"รัฐบาลทำดีแต่มีคนเซ็ง"
เมื่อนายกฯ ชื่อ "พิธา"
มิติ"ปัจจุบัน-อนาคต"