'บิ๊กอู๊ด'สั่งตม.5สนามบินหลักคุมเข้มผู้โดยสาร‘เวสเตอร์ดัม’เข้าไทย


เพิ่มเพื่อน    

16 ก.พ.63-พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(รอง ผบช.สตม.) ในฐานะโฆษก สตม.กล่าวถึงกรณีมีรายงานข่าวว่ามีผู้โดยสารบางส่วนจากเรือสำราญเวสเตอร์ดัม ได้ทยอยเดินทางเข้ามายังประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยผ่านจากสนามบินพนมเปญ เข้ามาทางสนามบินสุวรรณภูมิ ตั้งแต่วันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.)ได้สั่งการให้ ตม.ที่มีสนามบินในการดูแลเกี่ยวกับเรื่องการตรวจคนเข้าเมืองเข้า-ออกประเทศ และสนามบินนานาชาติหลัก 5 แห่ง คือ สนามบินสุวรรณภูมิ , ดอนเมือง , เชียงใหม่ , ภูเก็ต และหาดใหญ่ ตลอดจนสนามบิน และจุดตรวจต่างๆที่เกี่ยวข้องทั้งทาง บก ทางน้ำ ทางอากาศเฝ้าระวังไฟล์ทเป้าหมาย สัญชาติเป้าหมาย บุคคลเป้าหมายที่อาจเดินทางผ่านเข้ามา โดย ผบช.สตม.ได้กำชับให้ร่วมกับเจ้าหน้าที่แพทย์กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานข้างเคียงที่เกี่ยวข้องในการตรวจคัดกรองดังกล่าว

โฆษก สตม. กล่าวว่า หากกลุ่มเป้าหมายหรือสัญชาติเป้าหมายในขณะที่ตรวจผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ณ จุดนั้นแล้ว ไม่พบว่ามีอาการที่ต้องสงสัย หรือจะต้องทำการเชิญตัวไปตรวจเพิ่มเติม จะมีมาตรการในการติดตามเฝ้าระวังบุคคลการดังกล่าวต่อไปในพื้นที่ประเทศไทย โดยจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่นั้น คอยเข้าตรวจสอบในการเข้าพักที่อยู่อาศัย และตรวจสอบความเป็นอยู่ในระหว่างที่อยู่ในประเทศไทย ร่วมกับแพทย์กระทรวงสาธารณสุขว่ายังสบายดี ปกติหรือไม่ หรือหากว่ามีอาการไม่สบาย หรือป่วยก็จะแจ้ง เจ้าหน้าที่แพทย์ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขในพื้นที่เข้าตรวจสอบ เพื่อวินิจฉัยทันที 

“หากเป็นกลุ่มบุคคลหรือกลุ่มเป้าหมายที่มาจากเรือที่ปรากฏเป็นข่าว เราจะมีระบบตรวจสอบรายชื่อและเฝ้าดูเป็นบัญชี Watch List ไว้อยู่แล้ว เพื่อตรวจสอบภายหลังในการอยู่ในประเทศไทยว่ายังเป็นปกติดีหรือไม่ ตามระยะเวลามาตรฐานที่กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กำหนดระยะเวลา และระหว่างที่อยู่ยังปกติหรือไม่ และเดินทางออกไปจากประเทศไทยหรือยัง แต่อยู่ในอำนาจหน้าที่เท่าที่มีในการตรวจสอบ และไม่กระทบกระเทือนสิทธิเสรีภาพอันพึงมีในระดับมาตรฐานของมนุษย์ โดยบุคคลเป้าหมายจะต้องให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ด้วย เพื่อพิสูจน์ตนเองว่าไม่ได้ป่วย และจะทำให้เกิดปัญหากับประชาชนและสังคมส่วนรวมต่อไป เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว” 

นอกจากนี้ สตม.ได้ตรวจสอบรายชื่อและลงบัญชี Watch List กลุ่มผู้โดยสารและลูกเรือเวสเตอร์ดัมทุกคนที่เดินทางเข้าสู่ประเทศไทย พร้อมแจ้งด่านควบคุมโรคที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิรับทราบ โดยพบว่าวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา มีกลุ่มผู้โดยสารและลูกเรือเวสเตอร์ดัมเดินทางผ่านเข้ามาทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 18 ราย และวันที่ 15 ก.พ. ซึ่งทั้งหมดผ่านการคัดกรองตามมาตรฐานที่กำหนด และโดยปกติจะมีไฟล์ทบินจากกัมพูชามายังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิวันละ 19 ไฟล์ท ผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมดทุกไฟล์ทผ่านการคัดกรองตามระบบของด่านควบคุมโรค โดยจนถึงขณะนี้ยังไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 แต่อย่างใด

ด้านพ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล รอง ผบก.ตม.1 ในฐานะรอง โฆษก สตม. กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของการมาขออยู่ต่อในราชอาณาจักรของชาวจีนที่ไม่สามารถกลับประเทศจีนเนื่องจากเมืองนั้นถูกปิดการเข้าออกในการเดินทาง หรือเกรงว่ากลับไปเเล้วอาจจะติดเชื้อไวรัส covid 19 ดังกล่าวได้ โดยทาง พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.ได้หาทางแก้ปัญหาเรื่องร้ายแรงฉุกเฉินดังกล่าวทำการออกคำสั่ง สตม.แจ้งการขอวีซ่าในการขออยู่ในราชอาณาจักรของคนต่างด้าวเพิ่มเติมในกรณีดังกล่าวไว้เรียบร้อยแล้ว โดยจะต้องเป็นไปตามระเบียบเงื่อนไขที่กำหนดไว้ และเป็นเหตุฉุกเฉินเร่งด่วน สมควรแก่พฤติการณ์ เพื่อประโยชน์แก่สาธารณะและสังคม  


รู้แหละว่า "กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน" ช่วงนี้หนักหน่อยก็เห็นใจและซาบซึ้งแต่พลันที่ "นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้าน" ถือโอกาสออกมา ขอเดือนละ ๕,๐๐๐ เป็นเวลา ๖ เดือนให้พวกเขาบ้าง ......ขนลุก!

"เงินหมุนไป-ไหนล่ะงาน?"
ต่ำใต้ในหล้า"บทศึกษาไทย"
"ถอยเพื่อรุกในแนวรบโควิด"
ข่าวดี "ลุงยง" ถึงคนไทย
ประเทศไทย 'ยังไงๆ ต้องรอด'
เคอร์ฟิว "เซฟก่อนตายจริงๆ"