'ช่อ'ร่ายยาวสงสัย'รัฐบาลบิ๊กตู่'ปกปิดข้อมูลคดีการเงินระดับโลก


เพิ่มเพื่อน    

23 ก.พ.63-ที่ศูนย์ประสานงานอนาคตใหม่ธนบุรี น.ส.พรรณิการ์ วานิช อดีตส.ส.บัญชีรายขื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ แถลงอภิปรายไม่ไว้วางใจนอกสภา ตอนหนึ่งว่า คดี 1MDB ของประเทศมาเลเซีย เป็นเรื่องอื้อฉาวทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยนายราจิบ นาซัค อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ผู้ก่อตั้งกองทุนแห่งรัฐหรือ Sovereign Wealth Fund ขึ้น เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจระยะยาว แต่กองทุนกลับประวบปัญหาขาดทุนต่อเนื่องจนมีหนี้สะสมกว่า 3.7 แสนล้านบาท ภายในระยะเวลา 6 ปี ก่อนกระทรวงยุติธรรมสหรัฐจะพบว่า มีเงินกว่า 1.4 แสนล้านบาทสูบเข้าสู้ผู้มีอิทธิพล และพบว่าเงินจำนวน 20000 ล้านบาท เข้ากระเป๋าเจ้าหน้าที่รัฐหมายเลขหนึ่งของมาเลเซีบ

โดยในปี 2558 แคลร์ บราวน์ นักข่าวของ ซาราวัก รีพอร์ต และแบรดลี โฮป กับทอม ไรท์ สองนักข่าวของ วอลล์ สตรี เจอร์นัล ตีแผ่ข้อมูลว่า เงินหลายพันล้านดอลลาร์ ที่มีไว้สำหรับช่วยเหลือประชาชนมาเลเซียในกองทุนดังกล่าว ายเข้าสู่ระบบการเงินโลกอย่างมีเงื่อนงำ จากข้อมูลของ ฆาเบียร์ ฆุสโต อดีเจ้าห้นาที่ ของบริษัท เปโตร ซาอุดี บริษัทเครือข่ายฟอกเงินของกงทุน 1MDB

โดยอัยการ สหรัฐฯ และมาเลเซีย ระบุว่า เงินดังกล่าวไหลเข้าสู่กระเป๋าเงินของผู้ทรงอิทธิพลเพียงไม่กี่คน ซึ่งพวกเขานำไปซื้อสังหาริมทรัพย์หรู เครื่องบิน่วนตัว และผลงานศิลปะระดับโลกของ แวนโกะห์ และโมเนต์ รวมทั้งนำเงินส่วนหน่งไปสร้างหนัง ฮอลลีวูด อย่าง Wolf of Wallstreet โดยการยักยอกเงินดังกล่าว มีเครือข่าวเกี่ยวกันทั่วโลก จนมี 10 ประเทศเดินหน้าสอบสวนเรื่องนี้ทันทีประกอบด้วย สหรัฐฯ ออสเตรเลีย ฮ่องกง อินโดนิเซีย ลักเซมเบิร์ก ซีเซลล์ อังกฤษ สวิตเซอร์แลนด์ สิงคโปร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ขระที่บุคลที่เกี่ยวข้องหลายคน ถูกออกหมายแดงโดยตำรวจสากล รวมถึง โล เตียก โจ นักธุรกิจมาเลเซียจากปีนัง เชื้อสายจีน ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นนักธุรกิจจอมวางแผนในการฟอกเงินครั้งนี้ และคนสนิทของเขา ทั้ง จัสมิน ลู และ ตังเคฉี

"โดยเราพบหลักฐานว่ารัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ กระทำการสืบเนื่องตั้งแต่ปี 2558-2563 โดยตำรวจไทย จับกุมนาบ ฆาเบียร์ ฆุสโต ผู้เปิดโปงข้อมูลโดยตั้งข้อหาพยายามกรรโชกทรัพย์ โดยอ้างว่าได้รับการประสานงานจากบริษัท เปโตร ซาอุดี ให้ติดตามจับกุม โดยอ้างว่านายชาเบียร์ เรียกเอาเงิน 83 ล้านบาทจากแพทริค มาฮอนี ผุ้จัดการของบริษัท เปโตร ซาอุดี แลกกับการไม่เปิดเผยข้อมูลการค้าของบริษัท โดยความผิดปกติที่พบคือตำรวจกองปราบฯ แถลงว่าได้มีตำรวจจากอังกฤษเข้าร่วมสอบสวนคดีนี้ โดยปรากฎชื่อของ พอล ฟินิแกน อดีตสก็อตแลนด์ยาร์ด ที่บริษัทเปโตรซาอุดี จ้างมาดูแลคดีนี้ ผู้ที่สามารถเข้าออกเรือนจำ เยี่ยมฆุสโต ได้ตลอดเวลา โดยมีหลักฐานหลายประการบ่งชี้ว่าทั้งฟินนิแกน และมาฮอนี ร่วมมือกับตำรวจไทย ใช้วิธีต่างเพื่อกดดันให้ ชาเบียร์ยอมรับสารภาพความเท็จ ว่าเขากุเรื่อง 1MDB ขึ้นเพื่อใส่ร้ายนาจิบราซัค นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ซึ่งใน๘ระที่ตำรวจกองปราบฯ ยืนยันว่าพร้อมให้ความร่วมมือกับนานาชาติสอบสวน ชาเบียร์ แต่ นางลารา ฆุสโต ภรรยาของชาเบียร์ ยืนยันว่า FBI ถูกปฏิเสธในการขอเข้าสอบ นายชาเบียร์ ถึง 3 ครั้ง จนสุดท้าย ต้องอาศัยให้นางลอรา เขียนจดหมายโต้ตอบกับชาเบียร์ แทนโดยใช้เสลาถึง 6 เดือนถึงสามารถรวบรวมข้อมูลได้มากพอ"

ขณะที่ พล.ต.อ.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสตช.ขณะนั้น ยืนยันว่าไม่มีใครสามารถเข้าเยี่ยม ชาเบียร์ได้ โดยไม่มีเจ้าหน้าที่อยุ่ด้วย แต่กลับมีหลักฐานหลายอย่างอาทิ  หนังสือลงชื่อ คนที่เข้าเยี่ยมชาเบียร์ ที่บ่งชี้ว่า พล.ต.อ.ประวุฒิ เป็นผู้อนุญาตให้ นางลอรา เข้าเยี่ยมเขาตามลำพัง และยังปล่อยให้เปโตร ซาอุดี ควบคุมคนที่เข้าถึง ชาเบียร์ ตามใจชอบ นอกจากนี้ ชาเบียร์ ยังไม่ถูกโอนตัวไปรับโทษที่สวิตเซอร์แลนด์อย่างที่ควรจะเป็น ทั้งที่รัฐบาลสวิสฯ ร้องขออย่างเป็นทางการ มีการติดตามทวงถามหลายครั้ง และ 2 ประเทศมีสัญญาการโอนตัวนักโทษกันอยู่แล้ว นอกจากนี้ เมื่อชาเบียร์พ้นโทษยังถูกเนรเทศ ห้ามเข้าประเทสไทยถึง 100 ปี ทั้งที่ที่ผ่านมา หากเป็นช่งต่างชาติที่มีคดี หรือติดคุกในไทย อาจจะถูกเนรเทษ 5-10 ปี หรือแม้แต่คดียาเสพติด ก็อาจถูกเนรเทษ 50 ปี ซึ่งเป็นที่น่าสงสัยว่าคำสั่งเนรเทศดังกล่าวโดยกระทรวงหมาดไทยนั้น เป็นการป้องกันไม่ให้ชาเบียร์ กลับมาแพร่งพรายความลับในประเทศไทยหรือไม่

"ทั้งหมดนี้ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า รัฐบาลไทยมีส่วนช่วยในการปกปิดข้อมูลคดี 1MDB  ขัดขวางกระบวนการยุติธรรมของต่างประเทศ และบิดผันกระบวนการยุติธรรมของไทย"

น.ส.พรรณิการ์ ระบุว่า กรณีต่อมา คือ กรณีของ โลว เตียก โจว หรือ โจ โล โดยรัฐบาลสิงคโปร์ขอให้ตำรวจสากลออกหมายแดง ติดตามตัว โจ โลคนสนิทของนายราจิบ ตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค.2559 แต่จากการตรวจสอบพบว่า โจโล มีการเดินทางเข้า-ออก ประเทศไทยถึง 5 ครั้งตั้งแต่ปี ผ่านเครื่องบินส่วนตัวทั้งในสนามบินกรุงเทพ และภูเก็ต จนกระทั่งออกจาประเทศไทยครั้งสุดท้ายในวันที่ 13 พ.ค. 2561 ซึ่งเป็นเพียง 3 วัน หลังจากที่พรรคอัมโน่ ของนายนาจิบแพ้การเลือกตั้งครั้งแรกในประวัติศาสตร์

ขณะที่นายตังเคงฉี และจัสมินลู 2 คนสนิท ขอโจ โล ต่างใช้ไทยเป็นแหล่งกบดานทั้งการเดินทาง จองที่พัก อำนวยความสะดวกโดยได้รับความช่วยเหลือจาก นายพ.(นามสมมติ) ซึ่งเป็นนักธุรกิจชาวไทยที่รู้จักกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างดี เนื่องจาก นายพ.เอง มีสัญญาเกี่ยวกับธุรกิจสัมปทานโครงการสารสนเทศ ของตำรวจ มากกว่า 1 รายการ ซึ่งแม้ว่าตำรวจจะรู้ว่านาย พ.มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ก็ไม่ได้มีการพยายามจับกุม หรือสอบสวนเครือข่ายดังกล่าวแต่อย่างใด นอกจากนี้ ยังมีการลบข้อมูลการเดินทางเข้า-ออก ประเทศไทย ของ จัสมิน ลู ในฐานขอ้มูลของสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองอีกด้วย

ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวอาศัยหน่วงานรัฐมากกว่า 1 หน่วยงาน โดยมีทั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรมและกระทรวงต่างประเทศ บุคคลที่มีอำนาจในการสั่งการจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้งหมดนี้มีความน่ากังวลว่าประเทศไทยกำลังถูกโกง โดยรัฐบาลกำลังปิดข้อเท็จจริงอาชญากรรมทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งทั้งหมดนี้ทำเพื่อต้องการรักษาความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างผู้นำประเทสเพื่อนบ้าน หรือมีการรับเงิน รับทองหรือไม่ ของแบบนี้มักไม่มีใบเสร็จ ขณะนี้กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯกำลังสอบสวน หากผลการสอบสวนออกมาคงจะรู้ว่าเงินที่หายไป เข้ากระเป๋าใครบ้าง

“ดิฉันเชื่อว่าวันนี้จะเป็นการเริ่มต้นเรียกร้องให้ นายกรัฐมนตรีออกมาชี้แจงและรับผิดชอบ หากพรรคอนาคตใหม่เป็นรัฐบาล ก็คงจะเปิดการสอบสวนได้ แต่เมื่อถูกยุบไปแล้วประชาชนก็ต้องช่วยกันตรวจสอบ”
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีประชาชนจำนวนกว่า 300 คนมาร่วมรับฟังการอภิปรายในครั้งนี้ นอกจากนี้ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ เดินทางมาร่วมรับฟังการแถลงข่าวในครั้งนี้ด้วย นอกจากนี้ ภายในงานทางเจ้าหน้าที่ของพรรคอนาคตใหม่ มีการนำปฏิทิน และสมุดโน้ตที่มีสัญลักษณ์ของพรรคอนาคตใหม่มาแจกให้กับประชาชนที่มาร่วมงานอีกด้วย  


"ศ.ธีรยุทธ บุญมี" เผยแพร่บทความเรื่อง "เมษาชี้ชะตาประเทศ" เมื่อวาน (๓๐ มี.ค.๖๓) อ่านแล้ว..... ต้องบอกว่า "อาจารย์ธีรยุทธ" ก้าวข้ามคำว่า "นักวิชาการ" สู่สถานะ "วิญญูชน" แท้จริง!

อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'
'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"
ที่สุด 'ในสถานการณ์' คิดบวก