สุดระทึก! จับตาย 'ไก่ เซเว่น' เสือร้ายจับชาวบ้านเป็นตัวประกัน 3 คน สุดท้ายหนีไม่รอดถูกตร.วิสามัญ


เพิ่มเพื่อน    

26 ก.พ.63 - พ.ต.ท.ก่อเกียรติ ทองนุ่น รอง ผกก.ป.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งว่ามีเหตุคนร้ายเข้าไปลักทรัพย์ภายในร้านเสริมสวย”น้องนุช” เลขที่ 1717/6 ซอยหลังวิกวิโรจน์ ต.ท่าวัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งแล้วจึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.ธีระวุฒิ เทพเลื่อน รอง ผกก.สส. , ร.ต.อ.วรัชญ์   สวัสดี รอง สวป.ทำหน้าที่ หน.สายตรวจร้อยเวร 20 พร้อมด้วยกำลังตำรวจชุดสืบสวนจำนวนหนึ่งและตำรวจ นปพ.นครศรีธรรมราช รีบรุดไปยังที่เกิดเหตุเพื่อร่วมกันจับกุมคนร้ายในร้านเสริมสวยที่เกิดเหตุทันที โดยมี ด.ต.คำรพ อุปการณ์ดี ผบ.หมู่งาน ป.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นสามีของนางผานิตย์ อุปการณ์ดี อายุ 45ปี เจ้าของร้านเสริมสวยดังกล่าว ร่วมเดินทางไปที่เกิดเหตุเพื่อล้อมจับกุมคนร้าย

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ จนท.พบรถจยย.ยี่ห้อฮอนด้าเวฟสีดำแดง ทะเบียน 1กฉ-4178 ซึ่งเป็นของคนร้ายจอดอยู่หน้าร้านเสริมสวยดังกล่าว ส่วนคนร้ายเป็นชายฉกรรจ์กำลังรื้อค้นทรัพย์สินภายในบ้านและได้เตรียมห่ออุปกรณ์เสริมสวยเตรียมจะหลบหนี ซึ่งเมื่อคนร้ายเห็น จนท.ตำรวจ จึงชักอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม.ออกมายิงใส่ จนท.ตำรวจ 1 นัดเพื่อเปิดทางหลบหนี แต่กระสุนไม่ถูกใคร ก่อนคนร้ายจะวิ่งหลบหนีออกไปบนถนนราชดำเนิน แล้ววิ่งตัดเข้าซอยไปทะลุถนนศรีปราชญ์ โดยมีรถจยย.ไม่ทราบสีและยี่ห้อมารับพาหลบหนีไป ซึ่ง จนท.ได้วิทยุกสัดจับคนร้ายที่หลบหนีอย่างไม่ลดละ

จนกระทั่งเวลา 06.00 น. พ.ต.ท.ก่อเกียรติ ได้กระจายกำลังไล่ติดตามคนร้ายไปจนถึงถนนป่าโล่ง ห่างจากจุดที่เกิดเหตุประมาณ 400 เมตร พบสังเกตเห็นคนร้ายวิ่งเข้าไปตามถนนป่าโล่ง จนท.จึงไล่ติดตาม จนคนร้ายได้หลบหนีบุกเข้าไปในบ้านเลขที่ 211/6 ถนนป่าโล่ง ซึ่งมีนางปิยะมาศ บุญทิพย์ หรือ ตา อายุ 50ปี เจ้าของบ้านกำลังทำอาหารอยู่ในครัวหลังบ้าน ซึ่งคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนจี้หัวจับตัวนางปิยะมาศเป็นตัวประกันบังคับจะเอารถจยย.เพื่อจะหลบหนี แต่นางปิยะมาศบอกว่าไม่มีรถจยย.คนร้ายจึงปล่อยตัวนางปิยะมาศ

ก่อนคนร้ายวิ่งเข้าไปในบ้านเลขที่ 2112/10 ที่อยู่ติดกัน ใช้ปืนจี้หัวนายประพาส ทิพย์ยุทธิ์ อายุ 63ปี เจ้าของบ้านเพื่อบังคับเอารถจยย.เพื่อหลบหนี แต่รถจยย.ไม่สามารถออกได้ คนร้ายจึงใช้ปืนจี้หัวนายประพาส ออกมาหน้าบ้านเพื่อขู่ไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับกุมได้ 

ปรากฏว่าทันใดนั้นได้มีนายกนกพล เจริญวรรณ อายุ 30ปี หลานชายของนายประพาส ได้เข้ามาช่วยเหลือจับคนร้ายจนกอดรัดฟัดเหวี่ยงแย่งชิงตัวประกันกับคนร้าย ทำให้คนร้ายใช้อาวุธปืนพกสั้นขนาด9มม.ยิงใส่ร่างนายกนกพล 1นัด แต่กระสุนไม่ลั่น ทำให้นายกนกพลล้มหัวฟาดพื้นแตกเลือดอาบ ส่วนนายประพาสได้สะบัดมือคนร้ายจนหลุดแล้ววิ่งหลบหนีไป

จากนั้นคนร้ายได้พยายามวิ่งหลบหนี แล้วใช้อาวุธปืน 2กระบอกยิงใส่ จนท.ตำรวจไปหลายนัดแต่ไม่โดนใคร ซึ่งจนท.ตำรวจได้ยิงสวนถูกร่างคนร้ายไปหลายนัดเช่นกัน กระสุนเจาะถูกลำตัวคนร้ายจนทรัด แต่คนร้ายพยายามแข็งใจวิ่งหลบหนีเข้าไปในซอยมหรรณพ ถนนป่าโล่ง ไปได้ประมาณ 50เมตร 

จากนั้นคนร้ายยังไม่สิ้นฤทธิ์ ยังจับตัว ด.ช.ยามารุดดีน เจ๊แต่ อายุ 8 ปี ซึ่งกำลังเดินอยู่ในซอยดังกล่าวเป็นตัวประกันโดยใช้ปืนจี้หัวและล็อคคอ ด.ช.ยามารุดดีนไว้แน่น พร้อมขู่เจ้าหน้าที่ไม่ให้เข้ามาไม่เช่นนั้นจะยิงเด็กให้ตาย ทำให้ จนท.ไม่กล้าเข้าใกล้แต่ได้ปิดล้อมเกลี่ยกล่อมให้คนร้ายมอบตัวแต่โดยดี

ปรากฏว่าขณะที่คนร้ายกำลังล็อคคอ ด.ช.ยามารุดดี ลากถอยหลังไปครู่หนึ่ง เกิดเดินสะดุดฝ่าท่อระบายน้ำจนล้มลง ประกอบกับก่อนหน้านี้ถูกกระสุนปืนของ จนท.ยิงใส่ลำตัวหลายนัด ทำให้คนร้ายหมดแรงล้มลง ทั้งๆที่มือยังล็อคคอ ด.ช.ยามารุดดีไว้แน่น ก่อนที่จนท.ตำรวจจะกรูกันเข้าไปช่วยเหลือ ด.ช.ยามารุดดีนออกได้อย่างปลอดภัย ก่อนจนท.แจ้งมูลนิธิรีบนำร่างคนร้ายที่บาดเจ็บสาหัส ส่ง รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช แต่ได้เสียชีวิตที่ รพ.เวลาต่อมาเพราะกระสุนถูกยิงเข้าลำตัวหลายนัด

หลังเกิดเหตุแล้ว ร.ต.อ.อภินันท์ พลศร รอง สว.(สอบสวน)สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งว่ามีเหตุวิสามัญคนร้ายและไปเสียชีวิตที่ รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุและชันสูตรพลิกศพ สอบสวนทราบคนร้ายที่เสียชีวิตชื่อนายพงษ์ศักดิ์ เจษฎารมย์ หรือ ไก่ เซเว่น อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18 หมู่ 2 ต.ขนาบนาค อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช สอบพบประวัติมีหมายจับคดีชิงทรัพย์และลักทรัพย์จำนวนหลายหมายจับ มีประวัติเคยก่อเหตุลักทรัพย์และชิงทรัพย์ มาหลายคดีรวมทั้งเคยก่อคดีชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อเซเว่นมาหลายครั้งจนถูกจับกุมเมื่อออกมาก็ยังก่อคดีตระเวนลักทรัพย์และชิงทรัพย์มาหลายครั้งจนถูกจนท.จับตายดังกล่าว

โดยในที่เกิดเหตุจนท.พบปลอกกระสุน9มม.ตกอยู่นับสิบปลอก และกระสุนปืน.38 จำนวน 1ปลอก,อาวุธปืน9มม.1กระบอกและอาวุธปืนพกสั้น.38ไทยประดิษฐ์ 1กระบอกจำนวน2กระบอกจึงเก็บไว้เป็นหลักฐานต่อไป

สำหรับนายกนกพล เจริญวรรณ อายุ 30ปี พลเมืองดีที่เข้าช่วยจับกุมคนร้ายและกอดรัดฟันเหวี่ยงกับคนร้ายล้มหัวแตกจนถูกคนร้ายใช้ปืนยิงใส่แต่โชคดีกระสุนปืนด้าน ไม่ลั่น ได้เล่านาทีระทึกให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ก่อนเกิดเหตุตนพบว่าคนร้ายกำลังจับตัวนายประพาสลุงของตนเป็นตัวประกันโดยใช้ปืนจี้หัว โดยไม่คิดอะไรและไม่กลัวอะไรได้เข้าชาร์ทจับคนร้ายแบบไม่คิดชีวิต จนกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับคนร้ายจนล้มหัวแตกเลือดออาบ และถูกคนร้ายยิงสวนมา1นัดแต่โชคดีกระสุนด้าน ทำให้ตนรอดชีวิตมาได้หวุดหวิดก่อนคนร้ายวิ่งหลบหนีไปและถูกตำรวจจับตายดังกล่าว

“ที่ตนรอดมาได้หลังถูกคนร้ายยิงแต่กระสุนด้านเชื่อว่าอาจจะเป็นเพราะบารมีและความศักดิ์สิทธิ์ของเหรียญในหลวงร.9และเหรียญพญาครุฑ ที่ตนห้อยติดคอไว้ตลอดเวลาปกปักรักษาชีวิตตนมาได้ในครั้งนี้ นายกนกพล กล่าวพร้อมยกมือไหว้ท่วมหัวในที่สุด”


เสาร์นี้...เป็นเสาร์สุดท้าย "เดือนพฤษภา."นักสถิติศาสตร์การบ้าน-การเมืองบอกว่า "พฤษภา.กับตุลา." เป็นเดือน "ชง" ของประเทศ

"ความต่างระหว่างคนกับสัตว์"
ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'
"ฝันดี-ฝันร้าย"ของไทยวันนี้
"โลกเปลี่ยนไป-ไทยเปลี่ยนรวย"