คสช.ชงครม.เห็นชอบมาตการปราบโกง ส่วนราชการต้องฟันใน37วัน ห้ามเลื่อนตำแหน่ง3ปีป้องกันคิดบัญชีแค้น


เพิ่มเพื่อน    

27 มี.ค.61- พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมร่วมระหว่างคระรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) และ คณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณี มาตรการการป้องกันและปราบการทุจริตและประพฤติมิชอบในระบบราชการ ว่า ปัจจุบันมีข้อมูลข่าวสาร ระบุว่า รัฐบาลนี้มีการทุจริตและประพฤติมิชอบเป็นจำนวนมาก ซึ่ง ขอชี้แจงว่า การทุจริตประพฤติมิชอบนั้นมีมาเป็นเวลานาน โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทั้งองค์กรมหาชน รัฐวิสาหกิจ ข้าราชการ ทหาร พลเรือน ซึ่งไม่ว่ารัฐบาลจะเปลี่ยนไปอย่างไร เหล่าข้าราชการเหล่านี้ยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ ส่งผลให้การทุจริตยังคงมีอยู่ เพียงแต่รัฐบาลชุดนี้มีความจริงจังในการปราบปราม จึงทำให้เกิดการดำเนินคดีเป็นจำนวนมาก ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.ได้ฝากคำขอบคุณไปยังพี่น้องประชาชน ที่ช่วยกันแจ้งเบาะแสจนทำให้เรื่องบางเรื่องเข้าสู่กระบวนการสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิด

โฆษกรัฐบาลกล่าวว่า  คสช.ได้เสนอ แนวทางมาตรการการป้องกันและปราบการทุจริตและประพฤติมิชอบในระบบราชการ ตามอำนาจของคสช.ที่ปรากฎในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน แก่รัฐบาล ซึ่งครม.มีมติเห็นชอบ โดยมีรายละเอียด คือ ที่ผ่านมา เมื่อมีการร้องเรียนการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือมีข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการทุจริตประพฤติมิชอบ ขอให้หน่วยงานราชการโดยเฉพาะหัวหน้าหน่วยงานนั้นๆ เริ่มต้นการตรวจสอบโดยทันที โดยกำหนดเวลา ให้เริ่มต้นการตรวจสอบภายใน 7 วันนับแต่ได้รับข้อมูล และดำเนินการตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน  

หากพบข้อมูลเบื้องต้นที่ทำให้พอเชื่อได้ว่ามีการทุจริตเกิดขึ้น ให้หัวหน้าหน่วยงานราชการดังกล่าวพิจารณาการดำเนินการ ปรับย้ายข้าราชการที่เกี่ยวข้องไปดำรงตำแหน่งอื่นเป็นการชั่วคราว หากเป็นเรื่องที่ไม่ร้ายแรงอาจหมุนเวียนอยู่ในกระทรวงเดิม แต่หากเป็นเรื่องที่มีความร้ายแรง หรือหากยังอยู่ในกระทรวงเดิม อาจส่งผลต่อพยานหลักฐาน ให้ปรับย้ายออกจากกระทรวงเดิมไปหน่วยงานอื่น อาทิ สำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งปัจจุบัน มีการเปิดตำแหน่งรองรับตำแหน่งข้าราชการระดับสูง 100 ตำแหน่ง เช่นเดียวกับพนักงานในรัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรมหาชน จำนวน 50 ตำแหน่ง 

และหากการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่ามีกำลังพลในการดำเนินการไม่เพียงพอ ให้สามารถร้องขอมาที่สำนักปลัด สำนักนายกรัฐมนตรีได้ โดยสำนักปลัด จะส่งข้าราชการที่มีระดับสูงกว่าข้าราชการที่มีพฤติการณ์ดังกล่าว  และหากตรวจสอบแล้วพบว่ามีหลักฐานชัดเจนจนสามารถชี้มูลความผิดได้ ให้หัวหน้าส่วนราชการนั้น ดำเนินการทางวินัยทันที โดยไม่ต้องรอผลคดีอาญา แต่อย่างใด และหากมีข้อมูลที่สามารถส่งให้ ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ(ศอตช.) สามารถรับไปดำเนินการทางคดีอาญาได้ ขอให้ดำเนินการโดยทันที

“หัวหน้าส่วนราชการนั้นๆ ต้องให้ความสำคัญในการดำเนินการกรณีนี้อย่างเต็มที่ ทั้งการสอบสวนข้อเท็จจริง การลงโทษทางวินัย การติดต่อขอเจ้าหน้าที่จากสำนักปลัด สำนักนายกรัฐมนตรีไปช่วย หากมีจำนวนเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ โดยไม่ให้เกิดความชะงักชักช้าโดยเด็ดขาด หากพบว่ามีความผิดทางวินัยร้ายแรงหรือ ทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ แต่ไม่ถึงขั้นปลดออก หรือไล่ออก ให้หน่วยงานต้นสังกัดปรับย้ายไปอยู่ตำแหน่งอื่น และห้ามปรับย้ายกลับไปดำรงตำแหน่งเดิม หรือตำแหน่งสูงกว่าเดิมในระยะเวลา 3 ปี เพื่อป้องกันมิให้กลับมาคิดบัญชีแค้น กับพยาน ซึ่งต้องได้รับมาตรการการคุ้มครอง แต่ต้องมีการพิจารณาให้ถี่ถ้วนว่า มีความเหมาะสมที่จะได้รับการคุ้มครองให้เป็นพยานหรือไม่ เนื่องจากบางกรณี พยานเองอาจมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดด้วย แต่หากพบว่าพยานคนใดมีความจงใจให้ข้อมูลบิดเบือน จนทำให้ผู้อื่นได้รับผลกระทบ ต้องถูกพิจารณาการลงโทษอย่างเด็ดขาดเช่นกัน เพื่อเป็นมาตรการที่ทำให้เกิดความเข็ดหลาบ ว่าการเจริญเติบโตในตำแหน่งข้าราชการ ต้องแลกมาด้วยการตั้งใจทำงานอย่างสุจริต โปร่งใส” โฆษกประจำสำนักนากยรัฐมนตรีกล่าว.


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.