ปิดเทอมสร้างสรรค์อัศจรรย์วันว่างปี 2 ตามหาฝัน/แบ่งปันสังคม/ค้นหาตัวตน


เพิ่มเพื่อน    

 

สสส.เผยพฤติกรรมเด็กไทยใช้เวลาว่างช่วงปิดเทอมดีขึ้น  ลดการเล่นมือถือ-เที่ยวห้าง หาความรู้สร้างแรงบันดาลใจเข้าค่าย-ทำงานพิเศษเพิ่ม เดินหน้ารวมพลังภาคีเครือข่ายกว่า 200 หน่วยงาน จัด “ปิดเทอมสร้างสรรค์” จุใจกว่า 2,300 กิจกรรมให้เลือก งานพาร์ตไทม์ กว่า 1 หมื่นตำแหน่ง หนุนจัด “ลานเล่น” งบน้อย สนุกมาก ให้เด็ก “เล่นอิสระ” เสริมพัฒนาการป้องกันการติดเกม
​               

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดงานแถลงข่าวปิดเทอมสร้างสรรค์อัศจรรย์วันว่าง ประจำปี 2563 เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่ลิโด้ คอนเน็คท์ โดย ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า สสส.ดำเนินโครงการปิดเทอมสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง โดยริเริ่มให้เกิดแพลตฟอร์มออนไลน์ในชื่อ www.ปิดเทอมสร้างสรรค์.com เพื่อเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมข้อมูล เชื่อมร้อยกิจกรรมจากทุกหน่วยงาน สนับสนุนกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเด็กโต และพื้นที่ “เล่นอิสระ” สำหรับเด็กเล็ก

 

               

การแสดงเปิดเวทีเป็นการแสดงโขนเด็ก จากสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นหนุมาน นางสุวรรณมัจฉา และมัจฉานุ... ได้รับเสียงปรบมือจากผู้เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

 

               

ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผจก.สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ปิดเทอมสร้างสรรค์ ในปี 2562 จากข้อมูลระหว่างวันที่ 1 ม.ค.-23 ธ.ค.2562 จำนวนผู้เข้าเว็บไซต์ 120,030 คน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วเกือบ 4 เท่า โดยปี 2561 มีผู้เข้าเว็บไซต์ตลอดทั้งปี 35,291 คน นอกจากนี้ ผลการสำรวจความต้องการและความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่างเด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 1,930 คน ซึ่งเป็นเพศหญิงมากกว่าชาย และอยู่ในช่วงชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายมากกว่ากลุ่มวัยอื่น พบว่ามีความพึงพอใจมากกว่าร้อยละ 80 โดยในปี 2562 พบสถิติการใช้เวลาเล่นมือถือ/อินเทอร์เน็ตในช่วงปิดเทอมลดลงกว่าปี 2561 เล็กน้อย จากร้อยละ 20.3 เหลือร้อยละ 18.2 การเที่ยวห้างสรรพสินค้าลดลงจากร้อยละ 12.3 เหลือ 8.6 การเดินทางท่องเที่ยวต่างจังหวัด การเข้าค่ายกิจกรรม และการทำงานพิเศษ มีอัตราเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 12.3 เป็นร้อยละ 14.5, จากร้อยละ 10.3 เป็นร้อยละ 11.5 และจากร้อยละ 8.5 เป็นร้อยละ 10.6 ตามลำดับ สำหรับปัจจัยสำคัญที่ทำให้เข้าร่วมกิจกรรมสร้างสรรค์ในช่วงปิดเทอมมาจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ กิจกรรมตรงใจ ร้อยละ 38.7, มีเพื่อนหรือผู้ปกครองไปด้วย ร้อยละ 28 และเดินทางใกล้สะดวกสบาย ร้อยละ 23.4

               

สสส.ดำเนินโครงการปิดเทอมสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง ริเริ่มให้เกิดแพลตฟอร์มออนไลน์ในชื่อ www.ปิดเทอมสร้างสรรค์.com เพื่อเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมข้อมูลเชื่อมร้อยกิจกรรมจากทุกหน่วยงานสนับสนุนกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเด็กโตและพื้นที่เล่นอิสระสำหรับเด็กเล็ก

 

ในปี 2562 ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม รวมทั้งสิ้น 298 หน่วยงาน จัดกิจกรรมในช่วงปิดเทอมกลางภาคและปิดเทอมใหญ่ 2,228 กิจกรรม ครอบคลุมเด็กและเยาวชนที่มีโอกาสเข้าร่วมอย่างน้อย 111,400 คน ตลอดจนนักเรียนนักศึกษามีโอกาสฝึกงาน/ทำงานพาร์ตไทม์กว่า 10,000 ตำแหน่ง โดยมีกิจกรรมและพื้นที่สร้างสรรค์ที่กระจายทุกภูมิภาค ในปีนี้คาดว่าจะมีกิจกรรมเพิ่มขึ้นมากกว่า 2,500 กิจกรรม รวมถึงการเปิดรับตำแหน่งงานพิเศษอีก 10,000 ตำแหน่ง ขณะที่ส่วนภูมิภาคใน 15 จังหวัด มีหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมเพิ่มขึ้น มีกิจกรรมน่าสนใจสำหรับเด็กเยาวชนครอบคลุมทั่วประเทศ

 

               

นอกจากนี้ สสส.ยังสนับสนุนให้เกิดกิจกรรมของภาคี สสส. มากกว่า 400 กิจกรรม และประสานความร่วมมือกับภาคีหน่วยงานต่างๆ ในส่วนภูมิภาค เรียกว่าเป็น “นักจัดการเครือข่ายปิดเทอมสร้างสรรค์” ส่งผลให้เกิดความร่วมมือในระดับจังหวัด ซึ่งมีการประกาศเป็นวาระของจังหวัดพร้อมกับจัดให้มีกิจกรรมเปิดตัวโครงการร่วมกัน เช่นที่จังหวัดเลย, ศรีสะเกษ
               

ณัฐยา บุญภักดี ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชนและครอบครัว สสส. กล่าวว่า ในปีนี้นอกจาก สสส.จะสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ในเด็กระดับประถมศึกษาจนถึงมหาวิทยาลัยแล้ว ในกลุ่มเด็กเล็ก 2-8 ปี สสส.ส่งเสริมให้เด็กเข้าถึงโอกาสในการเล่นอย่างอิสระ (Free Play) ซึ่งเป็นการเล่นที่เกิดขึ้นจากความต้องการภายในของเด็ก โดยที่เด็กออกแบบกฎ กติกา ขอบเขตของการเล่นเองสร้างการเรียนรู้และส่งเสริมพัฒนาการรอบด้านอย่างอิสระ เช่น เด็กเล่นกับกองทราย กล่องกระดาษ วัสดุเหลือใช้ หรือเล่นบทบาทสมมติ ฯลฯ

               

ในพื้นที่ที่มีการจัดการอย่างสร้างสรรค์เหมาะสมและปลอดภัย “ทุกวันนี้เด็กไทยมีเวลาเล่นน้อยลง รายงานวิจัยพบว่า เมื่อเข้าสู่ระบบการศึกษาที่เน้นวิชาการ เด็กจะมีเวลาเล่นอิสระไม่ถึง 60 นาทีต่อวัน โดยใช้เวลาส่วนใหญ่ในห้องเรียนและการเรียนพิเศษ จึงต้องเร่งสร้างความตระหนักในกลุ่มผู้ใหญ่เพื่อให้เข้าใจในความสำคัญของการเล่นอิสระของเด็ก ที่สำคัญในยุคดิจิทัลเราไม่สามารถปิดกั้นหรือห้ามไม่ให้เด็กเล่นสื่อได้ ดังนั้น การเล่นอิสระตามความสนใจของเด็กนับเป็นทางเลือกสำคัญที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการและทักษะชีวิตของเด็ก และยังช่วยลดการใช้เวลาหน้าจอของเด็กๆ ได้เป็นอย่างดี

               

โดยการให้เด็กเล่นกับชิ้นส่วนที่หลากหลายเคลื่อนย้ายได้ หรือ Loose Parts Play ซึ่งเป็นของเล่นปลายเปิด เด็กสามารถจินตนาการเชื่อมโยงอย่างไร้ขอบเขตในแบบเฉพาะของเด็กเอง ค้นพบสิ่งใหม่ เกิดประสบการณ์ใหม่ที่มีความเฉพาะของแต่ละคนอย่างอิสระ ทำให้เด็กค้นพบตัวเอง เห็นคุณค่าของสิ่งรอบตัว เช่น น้ำ ทราย ดิน กิ่งไม้ ใบไม้ โดยสามารถทำได้ง่ายๆ ใช้งบประมาณน้อย ในแต่ละบ้าน แต่ละชุมชน สามารถจัดหาพื้นที่ว่างหรือ “ลานเล่น” ให้เด็กเล่นอย่างอิสระ จัดระบบการดูแลความปลอดภัยโดยใช้อาสาสมัครหรือจิตอาสาจากพ่อแม่ ผู้ปกครองคอยดูแลเด็กๆ
​               

สำหรับเว็บไซต์ www.ปิดเทอมสร้างสรรค์.com ช่วยให้เด็ก เยาวชน ผู้ปกครอง และ/หรือคุณครู ค้นหากิจกรรมได้ง่ายอย่างหลากหลายและโดนใจ ณ จุดบริการเดียว ถือเป็นเว็บไซต์ที่มีข้อมูลกิจกรรมช่วงปิดเทอมที่มีข้อมูลกิจกรรมมากที่สุด สำหรับรูปแบบกิจกรรมปิดเทอมสร้างสรรค์เป็นกิจกรรมที่เน้นการพัฒนาทักษะชีวิต ทักษะทางสังคม ปลดปล่อยศักยภาพ ค้นหาแววในการทำงาน ตลอดจนความสุขในการเรียนรู้สู่โลกกว้างให้ครบทุกมิติ ผ่าน 4 หมวดกิจกรรม คือ 1.ตามหาฝัน : ร้อง เต้น เล่นดนตรี ศิลปะและกีฬา เพลิดเพลินกับกิจกรรมมากมายที่จะให้ทดลองในสิ่งที่อยากทำ 2.แบ่งปันสังคม : อยากแบ่งปันสังคม มาร่วมด้วยช่วยกันกับพื้นที่นี้ กิจกรรมจิตอาสาเพื่อผู้อื่นๆ 3.ค้นหาตัวตน : ฝึกงานในอาชีพที่ใช่ อยากทำงานมีรายได้พิเศษ ฝึกทักษะชีวิตเพื่อสร้างความแข็งแกร่งกับตัวเอง 4.เปิดโลกเรียนรู้ : พื้นที่และกิจกรรมที่จะทำให้เราได้เรียนรู้โลกได้กว้างขึ้น เพิ่มจินตนาการแห่งการเรียนรู้ สนใจข้อมูลกิจกรรมและพื้นที่สร้างสรรค์ในช่วงปิดเทอม สามารถเข้าไปชมได้ที่เว็บไซต์ www.ปิดเทอมสร้างสรรค์.com, Twitter @pidterm


 ยินดีกับ "โอ๊ค-พานทองแท้" เขาหน่อย! เพราะเมื่อวาน (๒๘ พ.ค.๖๓) มีรายงานอ้าง "แหล่งข่าว" เผยแพร่ ว่าคดีร่วมกันฟอกเงินทุจริตปล่อยกู้แบงก์กรุงไทย ๑๐ ล้านบาท ที่ "โอ๊ค-พานทองแท้" เป็นจำเลย และศาลชั้นต้นยกฟ้องไปเมื่อ ๒๕ พ.ย.๖๒ 

ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'
"ฝันดี-ฝันร้าย"ของไทยวันนี้
"โลกเปลี่ยนไป-ไทยเปลี่ยนรวย"
ไม่มีประยุทธ์ "พปชร.ขายอะไร?"