กรมเจรจาการค้าเตรียมแผนรับมือเบร็กซิต


เพิ่มเพื่อน    

10 มี.ค. 2563 นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยในการเปิดการสัมมนาเรื่อง “เข้าใจ Brexit พลิกสัมพันธ์การค้ากับยุโรป” ว่า กรมฯ ได้ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูต สหราชอาณาจักร ประจำประเทศไทย และสภาผู้นำธุรกิจไทย-สหราชอาณาจักร (ยูเค) จัดงาน “เข้าใจ Brexit พลิกสัมพันธ์การค้ากับยุโรป” เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบถึงสถานการณ์ล่าสุด และการเตรียมความพร้อมของไทย รวมถึงแผนการทำงานของกรมฯ ที่จะนำมาใช้รองรับกรณีที่ยูเคจะออกจากสหภาพยุโรป (อียู) อย่างสมบูรณ์ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2564

ทั้งนี้ ปัจจุบันกรมฯ มีแผนการทำงานรับมือ 4 ด้าน คือ 1.เจรจากับอียูและยูเค ในฐานะสมาชิกองค์การการค้าโลก (WTO) เพื่อแก้ไขตารางข้อผูกพันโควตาภาษีภายใต้ WTO เนื่องจากทั้งยูเคและอียูจะต้องมีการจัดสรรโควตาใหม่ให้กับสมาชิก WTO รวมทั้งไทย ในสินค้า เช่น มันสำปะหลัง แป้งมันสำปะหลัง ข้าวขาว ข้าวกล้อง ข้าวหัก ผลิตภัณฑ์สัตว์ปีก ปลากระป๋อง เป็นต้น โดยยึดหลักการว่าโควตาใหม่ที่ไทยจะได้รับจัดสรรจากทั้งยูเคและอียู เมื่อรวมกันแล้วจะต้องไม่น้อยกว่าที่ไทยเคยได้รับเมื่อสมัยยูเคยังรวมอยู่ในอียู

2.จัดทำรายงานการทบทวนนโยบายการค้าระหว่างไทยและยูเค หรือ Trade Policy Review (TPR) เพื่อศึกษาภาพรวมการค้าระหว่างสองฝ่าย โอกาสในการขยายการค้าและการลงทุนในสาขาธุรกิจที่ไทยสนใจ หรือมีศักยภาพในตลาดยูเค รวมถึงมาตรการของยูเคที่จะเป็นอุปสรรคต่อการค้าการลงทุนของไทย เพื่อเป็นพื้นฐานในการจัดทำข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ระหว่างกันในอนาคต โดยผลการจัดทำรายงานกำหนดแล้วเสร็จในเดือนมี.ค.2563

3.ศึกษาความเป็นไปได้ในการทำเอฟทีเอระหว่างไทยกับยูเค  4.ร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักเรื่องเบร็กซิตและการเตรียมการของไทย 

นอกจากนี้ จะเร่งชี้ให้เห็นถึงโอกาสของผู้ประกอบการไทยในตลาดยูเค โดยเบื้องต้น พบว่า สาขาธุรกิจ อุตสาหกรรมเป้าหมายที่ไทยมีศักยภาพ เช่น เกษตรกรรมและการผลิตอาหาร (เนื้อไก่ ผลไม้ อาหารเสริม และอาหารสัตว์เลี้ยง) การประมง (อาหารทะเลแปรรูปและแช่แข็ง ปลาทูน่า กุ้ง) ยานยนต์และชิ้นส่วน เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ยางและผลิตภัณฑ์ยาง ภาคบริการและลงทุนที่ไทยมีศักยภาพ เช่น การท่องเที่ยว การขนส่ง การเงิน โทรคมนาคม และการก่อสร้าง

ขณะเดียวกัน ได้เตรียมพิจารณาเพื่อดูว่ายูเคมีมาตรการภาษีและที่มิใช่ภาษีที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการค้าการลงทุนของไทยอะไรบ้าง เช่น การเก็บภาษีสูงในสินค้าเกษตรและประมง การกำหนดมาตรการสุขอนามัยที่มีมาตรฐานสูง โดยเฉพาะระดับสารปนเปื้อน และสารเคมีตกค้าง ตลอดจนมาตรฐานทางเทคนิคต่างๆ เช่น การติดฉลากและบรรจุภัณฑ์ มาตรการ IUU ที่ต่อต้านสินค้าประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการควบคุม เป็นต้น ซึ่งไทยจะนำรายงานทบทวนนโยบายการค้าที่จัดทำหารือกับฝ่ายยูเคที่มีการจัดทำรายงานนโยบายการค้าของไทยเช่นกัน เพื่อจัดทำเป็นรายงานร่วมกัน และจะนำไปสู่การหารือเพื่อแก้ไขปัญหาอุปสรรค ส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนระหว่างกัน

อย่างไรก็ตาม กรมฯ ขอให้ผู้ประกอบการไทยที่ผลิตสินค้าเพื่อส่งออกไปยูเค ติดตามสถานการณ์ตลาด กฎระเบียบทางการค้าของยูเค และศึกษาความต้องการของผู้บริโภคยูเคอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย สวัสดิภาพของแรงงาน และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อเตรียมปรับตัววางแผนกลยุทธ์การเข้าถึงตลาดและการกระจายสินค้าของไทยเข้าสู่ตลาดยูเคต่อไป


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.